สสส.ผนึกเครือข่ายพลังสังคม ถอดบทเรียนสงกรานต์69 อุบัติเหตุลด แต่อัตราความรุนแรงเพิ่มขึ้น

แมงปอ อีจัน

แมงปอ อีจัน

7 นาทีก่อนหน้า

สสส.ผนึกเครือข่ายพลังสังคม ถอดบทเรียนสงกรานต์69 อุบัติเหตุลด แต่อัตราความรุนแรงเพิ่มขึ้น

สงกรานต์ 2569 อัตราการเกิดอุบัติเหตุยังน่าห่วง ! มมส.-สสส.-ศวปถ. ผนึกเครือข่ายสังคม ถอดบทเรียนวันสงกรานต์ อุบัติเหตุลด แต่เปอร์เซ็นต์ความรุนแรงเพิ่ม พร้อมดัน “สงกรานต์ปลอดภัยไร้แอลกอฮอลล์” เป็นวาระแห่งชาติ

วันที่ 21 เม.ย. 69 มูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ (มสส.) โดยการสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดประชุม โฟกัส กรุ๊ป (Focus Group) ในหัวข้อ ถอดบทเรียน “อุบัติเหตุสงกรานต์ ท่ามกลางวิกฤตการณ์พลังงาน” จากสถิติอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมา

นายวิเชษฐ์ พิชัยรัตน์ กรรมการกองทุน สสส. และกรรมการบริหารแผนคณะที่ 1 สสส. กล่าวว่า ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิด้านสื่อมวลชน ได้เห็นบทบาทของ สสส. ในการริเริ่ม ผลักดัน กระตุ้น และสนับสนุนภาคีเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานสร้างเสริมสุขภาพทุกมิติ นายวิเชษฐ์กล่าวว่า “ในด้านอุบัติเหตุ หากนับเฉพาะเทศกาลสงกรานต์ สถิติย้อนหลัง 12 ปี (2558-2569) พบว่า มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรวม 3,768 ราย ซึ่งเป็นจำนวนที่มากพอที่จะส่งผลกระทบต่อครอบครัวที่ขาดรายได้ และส่งผลต่อการพัฒนาประเทศ เนื่องจากสูญเสียประชากรวัยทำงานจำนวนมาก ขณะที่จำนวนเด็กเกิดใหม่ลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะปี 2567-2568 ลดลงรวม 101,360 คน เมื่อเทียบกับปี 2566 ดังนั้น การสื่อสารรณรงค์และการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเพื่อลดความสูญเสีย ควรดำเนินการอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี 365 วัน ไม่ใช่เฉพาะช่วง 7 วันอันตราย”

นอกจากนี้ หากนับรวมเทศกาลปีใหม่ ในช่วงหยุดยาวก็เกิดอุบัติเหตุไม่น้อยเช่นกัน 11 ปีที่ผ่านมา คนไทยเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนจำนวน 190,289 ราย หรือเฉลี่ยปีละประมาณ 19,000 ราย โดยวัยหนุ่มสาวอายุ 19-29 ปีเสียชีวิตสะสมสูงสุด ขณะที่ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไปมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จาก 2,834 รายในปี 2558 เป็น 4,307 รายในปี 2567 เพิ่มขึ้นถึง 51.8%

นพ.ธนะพงศ์ จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวว่าข้อมูลสถานการณ์อุบัติเหตุช่วงสงกรานต์โดย ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 เทียบกับปี 2568 ว่า แม้ราคาน้ำมันแพงแต่การเดินทางของประชาชนเพิ่มขึ้น 0.8% ขณะที่อุบัติเหตุรวม 1,242 ครั้ง ลดลง 19.25% ผู้บาดเจ็บ 1,200 คน ลดลง 19.75% และเสียชีวิต 242 ราย ลดลง 4.35%

อย่างไรก็ตาม ดัชนีความรุนแรงเพิ่มขึ้น โดยจากอุบัติเหตุ 100 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตเพิ่มจาก 16 คน เป็น 19.48 คน สาเหตุหลักของอุบัติเหตุ ได้แก่ ขับรถเร็ว 40.65% ตัดหน้ากระชั้นชิด 25.20% และดื่มแล้วขับ 24.39%

พฤติกรรมเสี่ยงสูงสุด ได้แก่ ไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย โดย 55.00% ไม่สวมหมวกนิรภัย รองลงมาคือขับรถเร็ว 25.71% และดื่มแล้วขับ 18.57% ประเภทรถที่เกิดเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ 64.55% รองลงมารถกระบะ 15.34% จุดเกิดเหตุ 47.15% เป็นถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และ 44.72% เป็นถนนกรมทางหลวง โดย 87.80% เกิดบนถนนทางตรง

“ก่อนเทศกาลสงกรานต์ 2 วัน มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนถึง 102 ราย เป็นเพศชาย 67.86% มากสุดคือเด็กและเยาวชน อายุ 0–24 ปี รองลงมาคือวัยทำงาน 20–29 ปี ข้อมูลจากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ระบุว่า 38% ของผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัว และอีก 62% เป็นสมาชิกในครอบครัว นอกจากนี้ ยังพบว่า 83% เสียชีวิตในพื้นที่ตำบลหรืออำเภอของตนเอง และ 88% เสียชีวิตบนเส้นทางประจำ โดย 32% เสียชีวิตในระยะ 2–5 กิโลเมตรจากบ้าน และ 29% ในระยะ 6–10 กิโลเมตร สอดคล้องกับข้อค้นพบว่า ‘ใกล้บ้านไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่มีใบขับขี่’ เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิต โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กและเยาวชน เสนอให้สื่อมวลชนสร้างมิติใหม่ของการสื่อสารเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการเล่าประสบการณ์จริงหรือความผิดพลาดที่เกิดขึ้น พร้อมแสวงหาแนวร่วมใหม่ ๆ ในการจัดการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยทางถนน” นพ.ธนะพงศ์ กล่าว

นายวิษณุ ศรีทะวงศ์ ประธานมูลนิธิเครือข่ายพลังสังคม กล่าวว่า แม้ภาพรวมอุบัติเหตุลดลง แต่ความรุนแรงในพื้นที่เล่นน้ำยังน่ากังวล เนื่องจากขาดการจัดระเบียบ และถูกแทรกซึมด้วยกิจกรรมส่งเสริมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลังจากรัฐบาลผ่อนคลายมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งผลให้เกิดสถานการณ์ “คนเมาเต็มถนน” โดยพบว่าธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขยายตัวเข้าสู่พื้นที่เล่นน้ำทั้งแบบ Zoning และ Non-Zoning เช่น ถนนที่มีการปิดเล่นน้ำ และพื้นที่ห้างสรรพสินค้า ทำให้เกิดการดื่มตลอดวัน กลายเป็นแหล่งผลิตคนเมาลงสู่ท้องถนน เพิ่มความเสี่ยงต่อการทะเลาะวิวาททั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งพื้นที่ต้นแบบ “สนุก ปลอดภัย ไร้แอลกอฮอล์” ได้พิสูจน์แล้วว่าไม่มีเหล้าก็สนุกได้ เช่น สีลม สยาม ถนนข้าวหอมมะลิ ถนนข้าวเม่ามหาสารคาม รวมถึงพื้นที่ภาคเอกชน เช่น ศูนย์การค้าไลม์ไลท์ ภูเก็ต ที่จัดงาน “สงกรานต์โนแอล (No Alcohol)” ที่จัดต่อเนื่องปีที่ 12 และได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวจำนวนมาก

จึงมีการเสนอแนวางแก้ปัญหา 3 แนวทาง ได้แก่ 1. ให้ชุมชนร่วมกำหนดและขยายพื้นที่เล่นน้ำปลอดภัยเป็นกติกาสังคม 2. จัดช่องทางพิเศษสำหรับรถฉุกเฉินในพื้นที่เล่นน้ำขนาดใหญ่  3. ส่งเสริมคุณค่าทางวัฒนธรรม เช่น งานสงกรานต์สังขละบุรี ขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ และพิธียอสวยไหว้สาที่เชียงใหม่ แทนการเน้นดื่มแอลกอฮอล์

อุบัติเหตุในช่วงเทศกาล ยังน่ากังวลอยู่ทุกปี แม้จะมีจำนวนลดลง แต่ความรุนแรงกลับเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสัญจรช่วงไหน ขอให้ทุกคนขับรถอย่างมีสติ ปลอดภัย และดื่มไม่ขับนะคะ