สุดทน!!! ขบวนรถแห่ กว่า 20 คัน บุกศูนย์ดำรงธรรม หลังโดนห้ามแห่ในงานบุญ
migrator
13 มกราคม 2564

วันนี้ (29 พ.ย. 62) ชมรมผู้ประกอบการรถแห่มโหรีดนตรีสดเคลื่อนที่ จ.บุรีรัมย์ กว่า 20 ราย บุกยื่นหนังสือร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด อ้างได้รับผลกระทบจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและตำรวจ ที่ออกมาตรการสั่งห้ามเจ้าภาพไม่ให้จ้างรถแห่ไปจัดแสดง
โดยเจ้าหน้าที่ให้เหตุผลว่า การแสดงรถแห่ในงานบุญเป็นต้นเหตุทำให้วัยรุ่นทะเลาะวิวาท ซึ่งมาตรการดังกล่าว ทำให้ถูกยกเลิกงานที่รับไว้ นอกจากจะกระทบกับตัวผู้ประกอบการแล้ว ยังส่งผลกระทบไปถึงลูกน้อง ศิลปินนักร้องที่รับงานกับรถแห่ ต้องขาดรายได้ด้วยเช่นกัน จึงอยากให้จังหวัด หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาทบทวนยกเลิกคำสั่งดังกล่าว เพื่อให้รถแห่สามารถรับงานได้ตามปกติ



ด้านนายสำรอง อินทรประเสริฐ ตัวแทนชมรมผู้ประกอบการรถแห่ จ.บุรีรัมย์ เล่าว่า กิจกรรมการแห่ตามงานบุญประเพณีต่างๆ ถือเป็นวิถีของชาวอีสาน ซึ่งเดิมทีจะเป็นการแห่ขบวนกองยาวจนเริ่มพัฒนามาเป็นรถกระบะ และปัจจุบันก็เปลี่ยนแปลงมาเป็นรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่ สามารถเล่นดนตรีสดบนรถได้ ให้ทันตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ซึ่งไม่ได้ต่างจากการแสดงบนเวที และในภาคอีสานมีคนหันมาประกอบอาชีพรถแห่เคลื่อนที่กันมากขึ้น โดยปัจจุบันใน จ.บุรีรัมย์ มีกว่า 30 คัน ยอมรับว่าตอนนี้รถแห่ยังไม่สามารถจดทะเบียนได้ถูกต้อง แต่อยากขอความเห็นใจให้พิจารณารถแห่ให้สามารถจดทะเบียนได้อย่างถูกต้องด้วย
ส่วนที่โดนกล่าวหาว่ารถแห่เป็นสาเหตุที่ทำให้วัยรุ่นทะเลาะวิวาทนั้น ขอชี้แจงว่าในงานคอนเสิร์ต หรืองานบุญ ที่ไม่มีรถแห่ก็มีการทะเลาะวิวาทเหมือนกัน ฉะนั้นไม่น่าจะเกิดจากรถแห่เพียงอย่างเดียว


อีกทั้งนายทรงวุฒิ สะอิ้งรัมย์ ผู้ประกอบการรถแห่อีกรายเล่าว่า ตอนนี้รถแห่ใน จ.บุรีรัมย์ เดือดร้อนมาก หลังฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่อนุญาตให้มีรถแห่ในงานบุญ ประเพณี โดยอ้างว่าเป็นคำสั่งจากทางจังหวัด ทั้งที่บางอำเภอก็อนุญาตให้แห่ได้ปกติ ตนจึงอยากทราบความชัดเจนและขอความเห็นใจด้วย หากจะให้ผู้ประกอบการรถแห่ปฏิบัติอย่างไรก็ให้ออกข้อกำหนดมาให้ชัดเจน เพื่อให้สามารถประกอบอาชีพได้เป็นปกติ เพราะแต่ละคนต้องกู้ยืมเงินมาลงทุนตกแต่งรถแห่ 2 – 5 ล้านบาท



ขณะเดียวกันนายชุมพล ภูผานิล ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรม จ.บุรีรัมย์ เล่าว่า ในส่วนของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด หลังรับหนังสือร้องจากตัวแทนผู้ประกอบการแล้ว จะได้ประสานทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และชี้แจงแนวทางในการดำเนินการที่ถูกต้องให้กับผู้ประกอบการได้รับทราบ และปฏิบัติตามต่อไป