พิพากษาคดีหมอเปรมแก้ผ้านักข่าว

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

พิพากษาคดีหมอเปรมแก้ผ้านักข่าว

ศาลอุทธรณ์ ภาค 4 ขอนแก่น ยืนตามศาลชั้นต้น จำคุก 2 เดือน ไม่รอลงอาญา ถึงจะรับสารภาพในชั้นอุทธรณ์แต่ไม่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดี

ภาพจากอีจัน

วันนี้ (5 พ.ย. 62) เวลา 09 .00 น.ศาลจังหวัดพล ได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ภาค 4 คดี เลขที่ อ.1519/60 ในข้อหาอนาจารและความผิดต่อเสรีภาพ โดยมี นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และ ว่าที่ ร.ต.บัวทอง โลขันธ์ อดีต เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ เป็นจำเลย ส่วนโจทก์ คือพนักงานอัยการจังหวัดพล กับ นายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำศูนย์ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในฐานะโจทก์ร่วม

ภาพจากอีจัน

โดยศาลอุทธรณ์ได้ตัดสินคดีดังกล่าวให้หมอเปรม พร้อมพวก จำคุกคนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา เนื่องจากศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำตัดสินของศาลชั้นต้นชอบแล้ว การที่จำเลยมากลับคำให้การรับสารภาพในตอนหลัง ก็ไม่เกิดประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีของศาลแต่อย่างใด ซึ่งขณะนี้จำเลยทั้ง 2 อยู่ในการควบคุมของศาล เพื่อรอทำเรื่องประกันตัวในชั้นฏีกา แต่ศาลจะอนุมัติให้ฏีกาได้หรือไม่ต้องรอศาลฏีกาพิจารณาอีกครั้ง

ภาพจากอีจัน

ซึ่งคดีนี้ศาลชั้นต้นได้ตัดสินไปเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2561 ให้หมอเปรมพร้อมพวกรวม 2 คน รับโทษจำคุกคนละ 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา จากนั้นหมอเปรมกับพวกจึงได้อุทธรณ์ขอสู้คดี และศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้นัดอ่านคำพิพากษาไปแล้วครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 22 กรกฏาคม 2562 ที่ผ่านมา แต่เมื่อใกล้ถึงวันนัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 4 หมอเปรมพร้อมพวก ได้ขอกลับคำให้การใหม่ในชั้นอุทธรณ์

โดยผู้ต้องหาทั้งสองขอให้การรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา เพื่อขอให้ศาลเห็นใจและลงโทษสถานเบา ศาลอุทธรณ์จึงต้องกลับไปเขียนคำพิพากษาใหม่ และนัดอ่านคำพิพากษาอีกครั้ง โดยให้ยืนตามคำพิพากษาของศาลชั้นต้น

ภาพจากอีจัน

โดยคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อ วันที่ 26 ก.ค. 2559 ผู้สื่อข่าวจาก 5 สำนักข่าวในจังหวัดขอนแก่น ประกอบด้วย นายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ,นายปราโมทย์ ศรีบุระ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 , น.ส.จิติมา จันพรม ผู้สื่อข่าวเครือเดอะเนชั่น,นายสุพล บุญชื่นชม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชน/ข่าวสด และนายปรัชญา เทพสกุล ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์เคเคซีเคเบิ้ล ทีวี ที่ได้ติดตามทำข่าว หลังจากที่มีภาพของ นพ.เปรมศักดิ์ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ จ.ขอนแก่น นั่งคู่กับหญิงสาวชั้น ม.5 โดยที่ด้านหน้ามีพานใส่ธนบัตรจำนวนหนึ่ง และมีสำเนาทะเบียนรถยนต์เล่มสีน้ำเงินวางอยู่ 1 เล่ม พร้อมพระพุทธรูปโดยมีคนเฒ่าคนแก่กำลังผูกแขน คล้ายมีพิธีหมั้นหรือพิธีมงคลสมรสของภาคอีสาน

โดยผู้สื่อข่าวทั้งหมดได้ขอพบและสัมภาษณ์หมอเปรม ภายในที่ทำการสำนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้กับหมอเปรมเป็นอย่างมาก หมอเปรมจึงได้วางแผนหลอกให้ผู้สื่อข่าวทั้ง 5 สำนักเข้าไปภายในห้องทำงานของนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ เมื่อผู้สื่อข่าวทั้งหมดเข้าไปภายในห้องดังกล่าว กลับถูกหมอเปรมสั่งเจ้าหน้าที่เทศบาลซึ่งเป็นลูกน้อง เก็บโทรศัพท์ มือถือ กล้องถ่ายภาพของ ผู้สื่อข่าวทั้งหมด พร้อมกับกดดันนักข่าว นสพ.เดลินิวส์ ประจำ จ.ขอนแก่น ปลดกางเกงหวังประจาน

หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวทั้ง 5 สำนัก จึงเดินทางจึงแจ้งความเอาผิดกับหมอเปรม พร้อมพวกรวม 7 คน ที่ สภ.บ้านไผ่ เมื่อวันที่ 27 พ.ค.2559 ในข้อหา “ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ทำการกักขังหน่วงเหนี่ยว บังคับข่มขืนจิตใจ ให้กระทำการใด หรือไม่กระทำการ และกระทำการอนาจารต่อหน้าธารกำนัล“ ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ได้สรุปสำนวนคำฟ้องส่งให้กับอัยการจังหวัดพล เมื่อกลางเดือน พ.ย. 2559 โดยอัยการจังหวัดพล มีความเห็นสั่งฟ้องเฉพาะ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และ ว่าที่ ร.ต.บัวทอง โลขันธ์ อดีต เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ เพียง 2 คนเท่านั้น

ส่วนฝ่ายโจทย์ทางอัยการมีความเห็นว่ามีเพียงนายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผสข.หนังสือพิมพ์เดลินิวส์เพียงคนเดียวเท่านั้นได้รับความเสียหาย ซึ่งคู่กรณีทั้งสองฝ่ายได้ต่อสู้คดีกันมา และศาลชั้นต้นได้ตัดสินไปเมื่อ วันที่ 21 มิถุนายน 2561 ให้หมอเปรมพร้อมพวกรวม 2 คน รับโทษจำคุกคนละ 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา หมอเปรมกับพวกจึงได้อุทธรณ์ขอสู้คดีจนมาถึงวันนี้ และศาลอุทธรณ์ ภาค 4 ก็ได้พิพากษาให้หมอเปรม พร้อมพวก จำคุกคนละ 2 ปี ไม่รอลงอาญา เนื่องจากศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำตัดสินของศาลชั้นต้นชอบแล้ว การที่จำเลยมากลับคำให้การรับสารภาพ ในตอนหลังก็ไม่เกิดประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีของศาลแต่อย่างใด