โกต๊อก เสี่ยพันล้าน ถูกรวบส่งข้ามประเทศ ร่วมแก๊งค้ามนุษย์โรฮิงยา
migrator
13 มกราคม 2564

วันนี้ (3 พ.ย. 62) พล.ต.ต.สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบก.ปคม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว นายสุพัฒน์ สันติปิยกุล หรือ โกต๊อก อายุ 59 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนาทวี ในฐานความผิด "สมคบและร่วมกันตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปกระทำการอันเป็นการค้ามนุษย์โดยกระทำต่อบุคคลอายุไม่เกิน 15 ปี ร่วมกันช่วยเหลือด้วยประการใดๆ แก่บุคคลต่างด้าวที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมายร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นโดยทำให้ปราศจากเสรีภาพในทางร่างกายและเรียกค่าไถ่"
โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2562 ที่ผ่านมา




พล.ต.ต.สุรพงษ์ กล่าวว่าการจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือน พ.ย. 55 – 1 พ.ค. 58 เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหารายสำคัญในคดีเดียวกันได้คือนายบรรณจง ปองผล หรือโกจง อดีตนายกเทศมนตรีเมืองปาดังเบซาร์
พล.ท.มนัส คงแป้น อดีตผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ กองทัพบก เจ้าหน้าที่ทหาร-ตำรวจ ผู้บริหารการเมืองท้องถิ่น
พลเรือนทั้งไทยและสัญชาติเมียนมาร์ รวม103 คน ในฐานความผิด "สมคบกันค้ามนุษย์ที่กระทำกับบุคคลอายุไม่เกิน 15 ปีและไม่เกิน 18 ปีและเกินกว่า 18 ปีอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 มีส่วนร่วมอาชญากรรมข้ามชาติอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ 2556 และความผิดอื่นตามประมวลกฎหมายอาญา"


พล.ต.ต.สุรพงษ์ กล่าวต่อว่าสำหรับ โกต๊อก เป็นนักธุรกิจดิวตี้ฟรีมูลค่าหลายพันล้าน ใน อ.ปาดังเบซาร์ จ.สงขลา ซึ่งเป็นผู้ต้องหารายสำคัญในคดีนี้ หลังเจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงทางการเงินนับพันล้านบาท จึงได้ทำการออกหมายจับ แต่ โกต๊อก ไหวตัวหลบหนีข้ามชายแดนไปประเทศมาเลเซีย และใช้เครือข่ายความสัมพันธ์ทางธุรกิจคอยให้การช่วยเหลือหลบซ่อนตัว
ต่อมาสืบทราบว่าได้หลบหนีมาที่ประเทศกัมพูชา ตำรวจจึงประสานความร่วมมือกับตำรวจประเทศกัมพูชา ก่อนทำการติดตามตัวและสามารถจับกุมได้ในที่สุด


จากการสอบสวน โกต๊อก รับสารภาพว่า รู้จักกับ พล.ท.มนัส เพราะอยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยตนจะทำหน้าที่ฟอกเงิน
ภายหลังถูกออกหมายจับ ก็หลบหนีไปที่ประเทศมาเลเซียเพื่อหลบซ่อนตัว แต่ที่มาประเทศกัมพูชาเพราะส่วนตัวเป็นคนที่ชื่นชอบการเล่นการพนัน จึงทำการข้ามไปมาระหว่าง 2 ประเทศจนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้ดังกล่าว
พล.ต.ต.อาชยน เปิดเผยว่าสำหรับผู้ต้องหาในคดีดังกล่าวตามหมายจับขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 25 คน โดยแต่ละคนอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาดำเนินคดี
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน บก.ปคม. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป