จากไทยสู่ยุโรป เจิม “คาร์ล บ๊อค” สานสัมพันธ์ไทย-นอร์เวย์

ก้ามปู อีจัน

ก้ามปู อีจัน

26 กุมภาพันธ์ 2568

จากไทยสู่ยุโรป เจิม “คาร์ล บ๊อค”                                สานสัมพันธ์ไทย-นอร์เวย์

พิธีเจิมรูปปั้นคาร์ล บ๊อค นักบันทึกประวัติศาสตร์ผู้ทำให้คนต่างชาติรู้จักประเทศไทย ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

วันที่ 24 กพ. 2568 เป็นวันที่เต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์และความปีติยินดีในพิธีเจิม รูปปั้นคาร์ล บ๊อค ณ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ซึ่งถือเป็นการแสดงความเคารพและระลึกถึงนักสำรวจชาวนอร์เวย์ผู้มีบทบาทสำคัญในการ เผยแพร่ภาพลักษณ์และวัฒนธรรมของประเทศไทยให้กับชาวยุโรป

พิธีนี้จัดขึ้นโดยมี พระพรหมสิทธิ กรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าอาวาสวัดสระเกศฯ เป็นประธานพิธี พร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติจากหลากหลายวงการ รวมถึง นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ นางแอสทริ เอมิเลีย เฮลเลอ เอกอัครราชทูตนอร์เวย์ประจำประเทศไทย ซึ่งมาร่วมเป็นสักขีพยานในการจัดพิธีครั้งนี้


พิธีเจิมนี้มีความหมายลึกซึ้ง เพราะเป็นการให้เกียรติแก่คาร์ล บ๊อค ที่ได้บันทึกและถ่ายทอดภาพลักษณ์ของประเทศไทยในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ผ่านผลงานของเขา ซึ่งมีอิทธิพลในการเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์ของประเทศไทยในสายตาชาวต่างชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรป


รูปปั้นคาร์ล บ๊อคที่ได้รับการเจิมในพิธีนี้เป็นผลงานการปั้นโดย นายธวัชชัย ศรีสมเพ็ชร ประติมากรอิสระ ซึ่งได้รับการออกแบบให้สะท้อนถึงความเป็นนักสำรวจผู้กล้าหาญที่เดินทางมาสู่ประเทศไทยเพื่อบันทึกประวัติศาสตร์และเผยแพร่ภาพลักษณ์ของประเทศสู่โลกภายนอก

พิธีเจิมนี้เป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและประเทศนอร์เวย์ที่มีความร่วมมือกันในด้านการเผยแพร่วัฒนธรรมและการสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ผ่านการบันทึกของคาร์ล บ๊อค ซึ่งสร้างประโยชน์ต่อการรับรู้ของโลกเกี่ยวกับไทย

หลังเสร็จพิธี รูปปั้นจะถูกส่งไปยัง กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งมิตรภาพระหว่างสองประเทศ และเป็นการรำลึกถึงบุคคลสำคัญที่ช่วยบันทึกเรื่องราวและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับประเทศไทยให้แก่โลกได้รับรู้

พิธีเจิมรูปปั้นคาร์ล บ๊อคในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการให้เกียรติแก่การบันทึกประวัติศาสตร์ไทย แต่ยังเป็นการตอกย้ำความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างไทยและนอร์เวย์ ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างสองประเทศผ่านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมและยากเย็น การบันทึกของเขาไม่ได้แค่เป็นการสำรวจเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดโลกให้คนทั่วโลกได้เห็นภาพใหม่ๆ ของประเทศที่หลายคนอาจมองข้ามไป

วันนี้ชื่อของคาร์ล บ๊อคยังคงถูกพูดถึงในฐานะผู้ที่ทำให้ประเทศไทยได้ยืนหยัดในฐานะประเทศที่มีเอกลักษณ์และวัฒนธรรมที่ไม่เหมือนใคร ทั้งยังช่วยเปิดประตูให้ประเทศไทยได้กลายเป็นที่รู้จักในระดับสากลจนถึงทุกวันนี้