จับคาท่าข้ามแม่สอด! น้ำมันดีเซล 20,000 ลิตร เตรียมลักลอบส่งไปเมียนมา 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

23 มีนาคม 2569

จับคาท่าข้ามแม่สอด! น้ำมันดีเซล 20,000 ลิตร เตรียมลักลอบส่งไปเมียนมา 

ท่ามกลางสงครามตะวันออกกลางเดือด หลายพื้นที่ในไทยต่างขาดแคลนน้ำมัน แต่กลับพบรถขนน้ำมันขนาด 2 หมื่นลิตร ลักลอบขนน้ำมันเตรียมส่งไปประเทศเพื่อนบ้าน  

ล่าสุดเมื่อเวลา 18.30 น.วานนี้ (22 มี.ค.69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกันต์พงษ์ พิพัฒมนตรีกุล นายอำเภอแม่สอด สั่งการให้ นายอรรถวุฒิ จันทร์เจริญ ปลัดป้องกันอำเภอแม่สอด พร้อมด้วยสมาชิก อส.ร้อย.อส.อ.แม่สอด 3 ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ทหารราชมนู กองร้อยทหารราบที่ 1411 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด เจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 6 เจ้าหน้าที่ศุลกากรแม่สอด ผู้ใหญ่บ้าน ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หมู่ 3 ตำบล ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก สืบทราบว่าพบรถต้องสงสัย คาดการเตรียมส่งน้ำมันดีเซล ข้ามฝั่งเมียนมา 

จึงเร่งลงพื้นที่บริเวณ ท่าข้ามธรรมชาติแห่งหนึ่งอยู่ตรงข้ามกับแกรนด์คอมเพล็ก จ.เมียวดี ประเทศเมียนมา ติดกับริมแม่น้ำเมย ฝั่งไทย อยู่ท่าข้ามธรรมชาติ บ้านท่าอาจ หมู่ 3 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อไปถึงท่าข้ามดังกล่าวพบรถบรรทุกวัตถุไวไฟ ทะเบียนสระบุรี จอดอยู่ฝั่งไทยมองเห็นฝั่งเมียนมาตรงข้ามอย่างชัดเจน  

มีผู้ต้องหา 2 คน คอยบอกให้รถจอด เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวและขอตรวจสอบ พบว่าเป็นน้ำมันดีเซลจำนวน 20,000 ลิตร สอบถามแล้วจะเอาน้ำมันลงเรือขนข้ามไปประเทศเมียนมา 

นอกจากนี้ ยังพบอุปกรณ์ ถังน้ำมันในบริเวณโกดัง พบถังน้ำมันขนาด 4,500 ลิตร 2 ถังมีน้ำมันอยู่ 300 ลิตร ,ถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร จำนวน 101 ถัง   ถังน้ำมันขนาด 30 ลิตร จำนวน 85 ถัง ภายในยังไม่ได้บรรจุน้ำมันไว้ คาดเตรียมการไว้ก่อนบรรจุ ในโกดังบริเวณท่าช่องทางธรรมชาติดังกล่าว  

ชุดจับกุมจึงได้ตรวจยึดรถ 10 ล้อบรรทุกน้ำมันเชื้อเพลิงพร้อมน้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล จำนวน 2,0000 ลิตรพร้อมของกลางเป็นภาชนะเตรียมบรรจุน้ำมัน 188 ถัง ทางอำเภอแม่สอดดำเนินการป้องกันปัญหากักตุนน้ำมัน และป้องกันการลักลอบขนส่งน้ำมันข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ร่วมตรวจยึดรถน้ำมันดังกล่าวพร้อมน้ำมันของกลาง และทำบันทึกจับกุมนำนายพิสิฐ และนายเนี๊ยะ สัญชาติเมียนมา ส่งพนักงานสอบสวน ส.ภ.แม่สอด เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “พยายามส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ซึ่งของที่ยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร”  

หากมีความคืบหน้าจะอัปเดตให้ทราบ