สลับศพวุ่น! ญาติเผย เทียนหน้าโลงล้มถึง 2 ครั้ง เชื่อเป็นลางบอก ศพสลับกัน

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

สลับศพวุ่น! ญาติเผย เทียนหน้าโลงล้มถึง 2 ครั้ง เชื่อเป็นลางบอก ศพสลับกัน

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2562 เกิดเหตุวุ่น ที่บ้านโนนมาลัย หมู่ 4 ต.หินเหล็กไฟ อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ หลังมีการศพสลับกัน โดยญาติผู้เสียชีวิตไม่รู้ จนเกือบเผาผิดศพ เพราะเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องศพของทางโรงพยาบาล ไม่ได้ติดชื่อไว้ที่ศพ ก็เลยเกิดการไปรับศพมาผิด

ภาพจากอีจัน

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บ้านเลขที่ 202 บ้านโนนมาลัย พบชาวบ้านจำนวนหนึ่ง จับกลุ่มคุยกันถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ที่ผ่านมาไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้

ชาวบ้าน บอกว่า จริงๆ แล้วผู้เสียชีวิต คือ น.ส.อ้ม เตาตีทอง อายุ 47 ปี เสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2562 ที่ผ่านมา จนญาติได้ไปรับศพที่โรงพยาบาลมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน แต่ก็ไม่มีใครรู้หรือ เอะใจอะไรว่าศพที่อยู่ในโลง ไม่ใช่ศพของ น.ส.อ้ม

ภาพจากอีจัน

กระทั่งมีรถของหน่วยกู้ชีพ อบต.วังเหนือ อ.บ้านด่าน มาที่งานและขอแลกเปลี่ยนศพ น.ส.อ้ม ที่อยู่ในโลงกับศพที่อยู่ในรถกู้ชีพคันดังกล่าว ทำให้ทั้งญาติและชาวบ้านที่มาร่วมงานต่างตกใจและงงไปตามๆ กัน ไม่คิดว่าศพที่ตั้งทำพิธีจะเป็นศพคนอื่น เพราะไม่มีใครเปิดดูศพเลย หลังจากรับศพมา คิดว่าเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล จัดการให้เรียบร้อยแล้วก็เลยเอาศพใส่ในโลงเลย

เจ้าหน้าที่กู้ชีพที่นำศพมาขอเปลี่ยน แจ้งว่า ตอนที่ญาติไปติดต่อรับศพผู้ตายที่โรงพยาบาล มีการรับศพสลับกับศพของ นางละม่อม อินสำราญ อายุ 75 ปี ซึ่งเสียชีวิตด้วยโรคชราในเวลาใกล้เคียงกัน

ภาพจากอีจัน

จากนั้นญาติของ น.ส.อ้ม จึงขอดูศพที่อยู่ในรถของเจ้าหน้าที่ ก็พบว่าเป็นศพของ น.ส.อ้ม จริงๆ ขณะเดียวกันก็ไปเปิดดูศพในโลงที่ตั้งบำเพ็ญกุศลอยู่ ก็พบว่าเป็นศพของหญิงชราที่สลับกันมาจริง ก็เลยทำการเปลี่ยนศพกันคืน

นายศักดิ์ดา เตาตีทอง อายุ 58 ปี พี่ชายของ น.ส.อ้ม เล่าว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางญาติไม่ได้ติดใจจะเอาเรื่องอะไร แต่อยากให้ทางโรงพยาบาลที่ดูแลรับผิดชอบเรื่องศพ ได้รอบคอบมากขึ้นมากกว่านี้ และอยากให้มีการติดชื่อศพให้ชัดเจนเพื่อจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก และหากเป็นไปได้ญาติที่ไปรับศพควรจะเปิดดูศพก่อนด้วย เพราะถ้าหากเผาศพไปแล้วก็ไม่รู้จะแก้ไขยังไง

ภาพจากอีจัน

ด้าน นายสุวิทย์ สีทา อายุ 39 ปี หลาน น.ส.อ้อม ผู้เสียชีวิต เล่าว่า มาคิดย้อนหลัง ก็มีเหตุการณ์ที่น่าจะเป็นลางสังหรณ์ หรือ สัญญาณที่ป้าอาจจะพยายามบอกอะไรสักอย่าง เพราะเทียนเล่มใหญ่ที่จุดไว้หน้าโลง ล้มลงถึง 2 ครั้ง ทั้งที่ไม่มีลมพัดแต่อย่างใด

ภาพจากอีจัน

ขณะที่ นายพิสิทธิ์ อินสำราญ อายุ 37 ปี ลูกชายของ นางละม่อม เล่าว่า หลังจากแม่เสียชีวิตวันที่ 10 ต.ค. เวลาประมาณ 5 โมงเย็น ทางครอบครัวได้ติดต่อรถกู้ชีพ อบต.วังเหนือ เพื่อไปรับศพที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ซึ่งวันนั้นมีศพออกมาไล่เลี่ยกัน 3 ศพ ซึ่งแต่ละศพก็ถูกห่อด้วยผ้าขาวมิดชิด แต่ไม่มีชื่อติดไว้ที่ศพ เจ้าหน้าที่แจ้งแค่ว่า ดำเนินการให้เสร็จเรียบร้อยแล้ว สามารถรับศพไปได้เลย 

จากนั้นก็ทยอยนำศพขึ้นรถ ซึ่งแม่ของตนเป็นศพที่ 3 ที่นำขึ้นรถก็ไม่ได้เอะใจอะไร กระทั่งเมื่อนำศพไปถึงวัดปลัดปุ๊ก ต.วังเหนือ เพื่อจะประกอบพิธีรดน้ำ สัปเหร่อที่วัดก็ได้เปิดศพออกดูก็แจ้งกับญาติว่าไม่ใช่ศพของแม่เป็นศพของคนอื่น ต่างก็ตกใจเพราะไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ จึงได้กลับไปสอบถามที่ รพ.

ภาพจากอีจัน

จึงทราบว่าศพสลับกันกับศพของหญิงวัย 47 ปีที่บ้านโนนมาลัย จึงได้ไปขอเปลี่ยนศพคืน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นความผิดพลาดของ จนท.ที่ดูแลเรื่องศพที่ รพ. เพราะไม่ติดชื่อให้เรียบร้อย โชคดีศพที่สลับกันอยู่ไม่ไกลมากนักไม่งั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีก และโชคดีที่สัปเหร่อเปิดดูศพไม่งั้นหากเผาไปแล้วก็ไม่รู้จะทำยังไง