ข่มขืนเด็ก 11 ก่อนหนีไปบวชพระ
migrator
13 มกราคม 2564

วานนี้ (11 ต.ค. 62) เวลาประมาณ 13.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปราม พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.๓ บก.ป., ร.ต.อ.ชุมพร เพ็ชรเลิศ, ร.ต.อ.สันติชัย ศรีสวัสดิ์, ร.ต.อ.หญิง สุกัญญา กุดาศรี รอง สว.กก.บก.ป. , ร.ต.ท.วิรัช เกิดผลรองสว.(ป) กก.3.บก.ป. ,ด.ต.บำเหน็จ สีลาแยง,ด.ต.ชลอ วัฒสืบแถว, ด.ต.สุริยา โพธิ์ศรี, ด.ต.จักรภพ พิชญชัยกุล, ด.ต.ชัยวัตน์ ทรงบัณฑิตย์, ด.ต.ทรงวุฒิ ชูทรัพย์ทวีกุล, ด.ต.กฤตภาส สุนทรารักษ์ ผบ.หมู่ กก.๓ บก.ป

ร่วมกันจับกุม นายเจอ ประกาสิทธิ อายุ 79 ปี ชาว ต.หนองเม็ก อ.หนองหาน จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดอุดรธานี ที่ จ.280/2553 ลงวันที่ 4 มิ.ย. 53 ต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “โดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร, กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม, กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปีซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตนโดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และพาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม”

พฤติการณ์การคือ ก่อนเกิดเหตุ นายเจอ ประกาสิทธิ อายุ 79 ปี พักอาศัยอยู่กับภรรยาและลูกสาว ที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.หนองเม็ก อ.หนองหาร จ.อุดรธานี นายเจอ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการประกอบศาสนพิธีในหมู่บ้าน จนได้รับความเคารพนับถือจากชาวบ้านในหมู่บ้าน
ต่อมาเมื่อประมาณกลางปี 2550 ขณะที่ผู้เสียหายเป็นเด็กหญิงอายุได้ประมาณ 11 ปี ได้ไปเล่นกับหลานของ นายเจอ ที่บ้านหลังที่ผู้ต้องหาพักอยู่ ระหว่างนั้นผู้ต้องหาได้เรียกให้ผู้เสียหายเข้ามาพบภายในห้อง จากนั้นได้ออกอุบายให้ผู้เสียหายถอดเสื้อผ้าแล้วได้ลงมือกระทำชำเราผู้เสียหายจนผู้ต้องหาสำเร็จความใคร่ เสร็จแล้วได้ให้เงินแก่ผู้เสียหาย 100 บาท พร้อมกับข่มขู่ผู้เสียหายไม่ให้บอกใคร หลังจากนั้นผู้ต้องหาก็ได้กระทำชำเราผู้เสียหายเรื่อยมาจำนวนหลายครั้งหลายคราว โดยระยะหลังที่ผู้เสียหายเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษา ผู้ต้องหาได้พาผู้เสียหายมากระทำชำเราที่รีสอร์ทแห่งหนึ่ง โดยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 27 เม.ย. 53
ต่อมาพ่อแม่เด็กหญิงทราบเรื่อง จึงเรียกนายเจอ มาตกลงพูดคุยกับเรื่องที่เกิดขึ้น นายเจอ ได้หลบหนีตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พ่อแม่ของเด็กหญิงจึงไปแจ้งความไวที่ สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี และได้มีการออกหมายจับดังกล่าว


และเมื่อวันที่ 11 ต.ค. 62 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ลงพื้นที่ตรวจสอบหาวัดที่ผู้ต้องหาบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์ ทราบว่า นายเจอ หลบหนีมาบวชที่วัดแห่งหนึ่งใน อ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม จึงเข้าตรวจสอบพบ นายเจอ นุ่งห่มผ้าเหลืองบวชเป็นพระอยู่ภายในวัดเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวพร้อมแสดงหมายจับให้ตรวจสอบดู จนเข้าใจข้อความในหมายจับดีแล้ว ซึ่งนายเจอ รับว่าตนเองเป็นบุคคลที่มี ชื่อ นามสกุล หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนและที่อยู่ตรงกับหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับหมายคดีนี้มาก่อน และให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
แต่ นายเจอ ได้ออกอุบายขอเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมว่าตัวเองแก่แล้วสุขภาพไม่ค่อยดี ขอเวลาให้ได้ฉันอาหารเพลและได้กินยาที่ศาลาก่อนที่จะพาไปทำการสึก นายเจอ ได้อาศัยจังหวะนั้นกระโดดลงทางหน้าต่างทางด้านหลังศาลาที่ฉันเพลวิ่งหลบหนีไปทางหลังวัดเข้าไปหลบในบ้านของชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตามไปจนสามารถจับกุมได้ จึงได้เชิญตัวกลับไปที่วัดและได้ทำการขอให้เจ้าคณะอำเภอลาสิกขา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม จึงแจ้งข้อกล่าวหาและจับกุม นำตัวไปทำบันทึกจับกุมที่ สภ.วาปีปทุม จ.มหาสารคาม และนำตัวส่ง พนักงานสอบสวนพื้นที่เกิดเหตุ สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป