โกลเดนวีคฮ่องกง ‘เงียบกริบ’ นักท่องเที่ยวหวั่นเหตุรุนแรง
migrator
13 มกราคม 2564

วันนี้ 4 ต.ค. 2562 สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า
หลังผ่านพ้นวันชาติจีนเมื่อวันที่ 1 ต.ค. ที่ผ่านมา วันหยุดยาววันชาติอีก 1 สัปดาห์ ฤดูกาลที่ชาวจีนออกเดินทางท่องเที่ยวมากที่สุดก็ตามมาติดๆ โดยทางการประเมินว่าในปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปท่องเที่ยวนอกประเทศถึง 7.5 ล้านราย

แต่เนื่องจากเหตุการณ์ความวุ่นวายในฮ่องกงที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ได้ยืดเยื้อมาหลายเดือน ทำให้นักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่และนักท่องเที่ยว จากต่างประเทศหลีกเลี่ยงการเดินทางไปฮ่องกงด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ซึ่งส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมหลักของฮ่องกง เช่น ภาคการท่องเที่ยว และภาคการค้าปลีก ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

เมื่อวันที่ (1 ต.ค.2562) ซึ่งเป็นวันชาติจีน จำนวนนักท่องเที่ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ที่เดินทางมายังฮ่องกงลดฮวบลงถึงร้อยละ 62 เมื่อเทียบกับปี 2018 ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศอื่นลดลงร้อยละ 33.8

ฮ่องกงดิสนีย์แลนด์รีสอร์ทได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวซินหัวว่า ดิสนีย์เองก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกันกับผู้ประกอบการรายอื่นในภาคการท่องเที่ยว “เราได้รับผลกระทบจากการชุมนุมที่ยกระดับขึ้นในฮ่องกง”

สถิติแสดงให้เห็นว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาฮ่องกงในเดือนสิงหาคม ซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยว ร่วงลงเกือบร้อยละ 40
ชายแซ่เฉิน นักท่องเที่ยวชาวจีนแผ่นดินใหญ่กล่าวว่า “ช่วงหลังมานี้ ผมได้ยินมาว่าอาจมีการประท้วงในฮ่องกงอีก ผมเห็นบางคลิปแล้วคิดว่าไม่ไปเที่ยวฮ่องกงจะดีกว่า เพื่อความปลอดภัย แม้จะยังมีคนเดินในห้างสรรพสินค้า แต่เห็นได้ชัดว่านักท่องเที่ยวจีนแผ่นดินใหญ่ลดลงเยอะ”
ภาคการค้าปลีกของฮ่องกง ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ประกอบการที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนเกาะ ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบที่ไม่จบสิ้นนี้เช่นกัน โดยเมื่อวันพุธ (3 ต.ค.) กรมสำมะโนประชากรและสถิติ (C&SD) ของเขตบริหารพิเศษฮ่องกง (HKSAR) ประมาณการว่ามูลค่าการค้าปลีกรวมของฮ่องกงในเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 2.94 หมื่นล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 1.14 แสนล้านบาท) ลดลงร้อยละ 23 เมื่อเทียบปีต่อปี

โฆษกเขตบริหารพิเศษฮ่องกงกล่าวว่า ตัวเลขดังกล่าวร่วงลงต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์สำหรับสถิติในช่วงเวลาหนึ่งเดือนเมื่อเทียบปีต่อปี ย่ำแย่ยิ่งกว่าเมื่อเดือนกันยายน 1998 ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเอเชียเสียอีก
หอการค้าฮ่องกงได้ออกแถลงการณ์ประณามอย่างหนักแน่น ต่อการใช้ความรุนแรงและการทำลายทรัพย์สิน ที่มุ่งเป้าไปยังร้านค้า ร้านอาหาร และธุรกิจ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ส่งผลให้ร้านค้าหลายพันร้านต้องหยุดกิจการชั่วคราว
แถลงการณ์ระบุว่า “การกระทำของกลุ่มหัวรุนแรงที่ไม่แยแสหลักนิติธรรม ไม่เพียงแต่กระทบภาพลักษณ์ของฮ่องกงในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจและธุรกิจระดับนานาชาติ แต่ยังทำร้ายธุรกิจรายย่อยมากมาย และคุกคามวิถีชีวิตของชาวฮ่องกงธรรมดาๆ อีกนับแสนราย”