พบศพพระสงฆ์ มรณภาพคากุฏิร้าง
migrator
13 มกราคม 2564

วันนี้ (3 ต.ค. 62) ตำรวจ สภ.เมืองพัทลุง รับแจ้งเหตุพระสงฆ์มรณภาพภายในกุฏิวัดควนแร่ ต.ควนมะพร้าว อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบศพ พระสถิต อิทธิญาโณ อายุ 46 ปี พระลูกวัดของวัดควนแร่ นอนหงายหน้าเสียชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำ สภาพศพขึ้นอืด เริ่มส่งกลิ่นเหม็น คาดมรณภาพมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน


จากการสอบถามพระลูกวัด ทราบว่า ในทุกๆเช้า พระสถิต จะทำหน้าที่ตีระฆังของวัดก่อนทำกิจของสงฆ์ทุกวัน แต่ก่อนหน้านี้เจ้าอาวาสเห็นผิดสังเกตพระสถิตไม่ออกมาตีระฆังแล้ว 3 วัน จึงบอกพระรูปอื่นไว้ว่าหากครบ 3 วันแล้ว พระสถิยต์ไม่มาตีระฆัง ก็ให้พระรูปอื่นไปตีระฆังแทน ส่วนที่พระสถิต หายไปหลายวัน แต่ไม่มีใครสนใจเลยนั้นก็เพราะพระสถิตมีนิสัยชอบสันโดษ ไม่ค่อยสุงสิงกับใคร แต่เป็นพระนักพัฒนา เป็นพระนักธรรมและมักถูกนิมนต์ให้ไปสอนศาสนา หรือเผยแพร่ธรรมะให้กับนักเรียนตามโรงเรียนต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง จนได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระครูสอนปริยัติธรรมของวัดควนแร่ดังกล่าว
พระอำนวย โชติปัณโณ พระลูกวัดควนแร่ และเป็นพระที่พบศพผู้ตาย เผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา หลังจากฉันเช้าและทำกิจของสงฆ์เสร็จเรียบร้อย ตนก็ได้ออกมากวาดลานวัด ซึ่งใกล้กับกุฏิที่พบศพดังกล่าว ก็ได้ยินเสียงไก่ร้อง และทำไข่ไก่ที่ฟักอยู่หล่นลงจากรัง ตนเลยเดินมาเก็บไข่ไก่ที่หล่นดังกล่าว เมื่อมาถึงเห็นประตูกุฏิเปิดอยู่ บวกกับเห็นรองเท้าของพระสถิตวางอยู่หน้ากุฏิ จึงเดินเข้าไปดูภายใน พบกองอุจจาระจำนวนหนึ่ง ก็เดินไปเปิดไฟในกุฏิ และเดินเข้าไปชะโงกหน้าดูในห้องน้ำ ถึงกับตกใจพบพระสถิตนอนตายสภาพศพพองขึ้นอืดแล้ว
จึงได้วิ่งไปตามเจ้าอาวาสมาดูและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบดังกล่าว


ส่วนกุฏิที่พบศพ พระสถิต เป็นกุฏิร้างไม่มีพระจำวัดอยู่ และเป็นกุฏิที่อยู่ติดกับกุฏิของพระสถิต คาดว่าพระผู้ตายน่าจะมาเข้าห้องน้ำ เนื่องจากกุฏิของพระผู้ตายไม่มีห้องน้ำ เวลาจะเข้าห้องน้ำต้องมาเข้าที่กุฏิร้างนี้เป็นประจำ จนเป็นเหตุให้พระสถิตเกิดลื่นหัวฟาดพื้นเสียชีวิต หรือไม่ก็เป็นลมหมดสติไปในระหว่างเข้าห้องน้ำ แต่อย่างไรก็ตามต้องรอผลชันสูตรศพเพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้เมื่อชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง เมื่อทราบข่าวต่างก็ได้กันมาที่วัด เนื่องจากพระสถิตได้มาจำพรรษาอยู่ที่วัดควนแร่มานานกว่า 25 พรรษาแล้ว เป็นที่เคารพศรัทธาของคนในพื้นที่ โดยชาวบ้านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพระสถิตเป็นคนดี เป็นพระนักพัฒนา
ส่วนศพของพระสถิต หลังจากนี้ทางวัดก็จะติดต่อญาติในพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ มารับศพกลับไปประกอบพิธีทางศาสนา หากติดต่อญาติไม่ได้ ทางวัดก็จะรับเป็นเจ้าภาพจัดการทำศพให้เรียบร้อยต่อไป