ศาลยกฟ้อง แนวร่วม นปช. คดีฆ่า พ.อ.ร่มเกล้า ชี้พยานโจทก์ไม่น่าเชื่อถือ

โอ๋ อีจัน

โอ๋ อีจัน

1 กุมภาพันธ์ 2564

ศาลยกฟ้อง แนวร่วม นปช. คดีฆ่า พ.อ.ร่มเกล้า ชี้พยานโจทก์ไม่น่าเชื่อถือ

จากกรณีคนร้ายขว้างระเบิดใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ทหาร ในการ สลายชุมนุม ทางการเมืองวันที่ 10 เม.ย. 2553 เป็นเหตุให้ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม หรือ เสธ.เปา อดีตรองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์, ส.ท.ภูริวัฒณ์ ประพันธ์, ส.ท.อนุพงศ์ เมืองอำพัน, ส.อ.อนุพนธ์ หอมมาลี และพลทหารสิงหา อ่อนทรง (ยศ-ตำแหน่งขณะเกิดเหตุ) เสียชีวิต

ล่าสุดวันนี้ (1 ก.พ. 2564) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ได้เบิกตัว นายสุรชัย เทวรัตน์ หรือ “หรั่ง” และนายสุขเสก พลตื้อ หรือ “เสก” จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครมายังศาลอาญา เพื่อฟังคำพิพากษาในคดีฆ่า พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม กับลูกน้อง ที่พนักงานอัยการคดีพิเศษ 1 และนางนิชา หิรัญบูรณะ ภรรยา พล.อ.ร่มเกล้า ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายสุขเสก นางพนกมล บัวฉัตรขาว หรือนางกนกพร ศิริพรรณาภิรัตน์ อดีตผู้ดำเนินรายการทีวีสถานีประชาชนเอเชียอัพเดต และนายสุรชัย เทวรัตน์ แนวร่วม นปช. ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันฆ่าและสนับสนุนให้ฆ่าผู้อื่น ฯ พ.ร.บ.อาวุธปืน ฯ ส่วนนางพรกมลที่ได้รับการประกันตัวก็เดินทางมาศาลด้วยเช่นกัน

โจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์ความผิดสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 15 พ.ย. 2552 – 20 พ.ค.2553 กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ร่วมกันชุมนุมที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อขับไล่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้น ให้ลาออกจากตำแหน่ง จนวันที่ 7 เม.ย. 2553 นายอภิสิทธิ์ ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตกรุงเทพมหานคร และออกคำสั่งจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เพื่อปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ บริเวณ ถ.ราชดำเนินกลางตั้งแต่แยกคอกวัวมุ่งหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

กระทั่งวันที่ 10 เม.ย.2553 จำเลยที่ 1 และ 3 กับพวก ร่วมกันมีลูกระเบิดขว้างชนิดสังหารแบบ M.67 คนละ 3 ลูก ซึ่งมีจำเลยที่ 2 เป็นผู้สนับสนุนด้านการเงิน และจัดหาระเบิดให้ โดยพวกจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้อื่นด้วยการขว้างระเบิดสหาร 2 ลูกใส่เจ้าหน้าที่ทหารขณะปฏิบัติหน้าที่บริเวณหน้าโรงเรียนสตรีวิทยา ถนนดินสอ เป็นเหตุให้ พ.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม รองเสนาธิการกองพลทหารราบที่ 2 รอ. กับนายทหาร รวม 5 นาย เสียชีวิต และมีนายทหารอีกหลายนายได้รับบาดเจ็บสาหัส คดีนี้พวกจำเลยให้การปฏิเสธ

ศาลได้อ่านคำพิพากษาที่มีการบรรยายพิเคราะห์พยานหลักฐานที่โจทก์และจำเลยนำสืบอย่างละเอียดแล้ว คำเบิกความพยานโจทก์มีข้อพิรุธ อ้างเป็นผู้ติดตามจำเลยแต่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ไม่รู้จักกลุ่ม นปช. ไม่มีแรงจูงใจทางการเมือง เชื่อว่าให้การทั้งที่ไม่รู้เห็น แต่ได้รับประโยชน์ตอบแทนจากการเข้าโครงการคุ้มครองพยาน ประจักษ์พยานโจทก์จึงไม่น่าเชื่อถือ ไม่มีน้ำหนักรับฟังได้ และศาลพิจารณาคำฟ้องจำเลยเปรียบเทียบกับคดี นปช. ก่อการร้าย ซึ่งเป็นบุคคลเดียวกัน มูลเหตุช่วงเวลาเดียวกัน ถือเป็นการฟ้องซ้อน พิพากษายกฟ้องจำเลยที่ 1-3