นาทีระทึก แมวคาบลูก วิ่งเข้าเครื่องยนต์ กลางทางด่วน จตุโชติ
อีจัน 3
22 ตุลาคม 2564

ระทึก! ยิ่งกว่ารถพังกลางทางด่วน
ใครจะไปคิด ขับรถอยู่บนทางด่วน จะมีแมววิ่งเข้าเครื่องยนต์ ประสบการณ์ ตรงที่ ยาหยี อีจันเจอมา
ประมาณ 8 ย่าง 9 โมงเช้า วันศุกร์ ที่ 22 เดือน 10 ปี 64
ระหว่างเดินทางไปทำงาน ขับรถขึ้นทางด่วนจตุโชติ ตอนนั้นเห็นมาแต่ไกล มีรถติดยาวจนถึงตู้จ่ายเงินทางด่วน
ยังนึกแปลกใจ ขึ้นทางด่วนจตุโชติทีไร ก็ไม่เคยเห็นรถติด วันนี้เกิดอะไรขึ้น หรือ มีอุบัติเหตุ

ขับรถเข้าไปใกล้เหตุ เห็นเจ้าหน้าที่ทางด่วน เดินวนอยู่บนถนน ในขณะที่รถโดยรอบจอดนิ่ง
ยาหยี เปิดกระจกถามเจ้าหน้าที่ “พี่เกิดอะไรเหรอคะ” พร้อมชำเลืองมอง ในมือพี่มีลูกแมวเล็ก
พี่เจ้าหน้าที่ไม่ตอบ แต่ตะโกนบอกว่า “อย่าขยับรถนะครับ” และก้มดูใต้ท้องรถเรา

ตอนนั้น แอบใจไม่ดี เกิดอะไรขึ้นวะ?
เพราะ หลังพี่เจ้าหน้าที่ตะโกนบอกเรา เจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ก็วิ่งกรูกันเข้ามาที่รถตะโกนไม่ให้รถเราขยับ
ตอนนั้น มองหน้ากันเลิ่กลั่ก กับอีก 2 ชีวิตที่ร่วมชะตากรรมอยู่ในรถ

เรารีบลงรถ มีอะไรพี่ “แมว แมวมันคลอดลูกอยู่ในห้องเครื่องน้อง เปิดฝากระโปรงรถหน่อย”
เห้ย เรื่องนี้ตกใจยิ่งกว่า แมวมาคลอดลูกในรถได้ไง เราก็รีบดับเครื่อง และเปิดฝากระโปรงรถ
พลางถาม พี่แมวมันมาคลอดในรถหนูเหรอ ?
แล้วลูกแมวในมือพี่มาจากไหน ตกจากรถเราเหรอ ?
เอะ แต่รถติดก่อนเราจะขึ้นทางด่วนนะ
คำตอบอยู่ในกระโปรงรถ

พี่เจ้าหน้าที่ เล่าให้ฟังอีกรอบ
“แม่แมวตัวนี้ คาบลูกวิ่งอยู่บนถนน ไม่แน่ใจตกจากรถคันไหนหรือเปล่า แต่คาบลูกมาตัวเดียว แล้วก็วิ่งอยู่กลางถนน รถคันแรกที่เห็นเลยจอดเรียกเจ้าหน้าที่ทางด่วนมาให้หยุดรถ แล้วต้อนมันเข้าทาง เพื่อนจับกลัวโดนรถชน แต่มันวิ่งตรงมาเข้ารถน้องนี่แหละ”
โชคดีแหละเนอะ!

เลือกเข้ารถเราแล้ว ก็ต้องช่วยแม่แมวออกมาแหละ เจ้าหน้าที่ เอาไม้ยาวๆ มาเขี่ยๆแม่
เราเอาลูกแมว มาล่อ ให้แม่ออกมา เรียก เหมี๊ยวๆ กันอยู่พักใหญ่
แต่แม่แมวนั่งนิ่ง อยู่ด้านล่างเครื่องยนต์ มีแต่สายตาที่มองออกมาตามเสียงเรียก
แม่แมวน่าจะกลัวไม่น้อย
งานนี้คงต้องเรียกพี่กู้ภัย ไม่รู่ที่แม่นั่งนิ่ง เพราะขา หรือหางติดอยู่กัยเครื่องหรือเปล่า
เจ้าหน้าที่ทางด่วนประสาน เจ้าหน้าที่กู้ภัยทางด่วน
ไม่เกิน 20 นาที พี่ธนโชติ กู้ภัยทางด่วน ขับรถลาก ที่อุปกรณ์พร้อมยกรถ ถึงทางด่วนจตุโชติ

ถึงขั้นต้องยกรถ?
พี่ธนโชติ สวมชุดสีส้ม เดินตรงมาดูที่กระโปรงรถ ชะโงกหน้าดูแมวนิดหนึ่ง แล้วก็ร้องเรียก เหมี๊ยวๆ
แปปเดียวเท่านั้นแหละ แม่แมวกระโดดลงใต้ท้องกระโปรงรถ วิ่งจู๊ดไปทางไหนมองไม่ทัน
ขณะที่ ลูกแมวยังอยู่ในมือเรา!

พี่ธนโชติ วิ่งตามไปดูทางที่คิดว่าแม่แมวจะไป สรุป หาไม่เจอ
แม่แมวไม่อยู่ แล้วลูกแมวหล่ะ!
พี่ธนโชติถามเราว่า น้องจะเอาไปเลี้ยงไหม ?
ตัวเล็กเท่าฝ่ามือ สีขาวล้วนตายังไม่ลืม รกยังติดสะดืออยู่เลย
แต่ที่บ้าน ยาหยี มีแมวแล้ว 10 กว่าตัว เฮี้ยวๆ กันทั้งนั้น
เอาตัวเล็กไป พี่ๆจะแห่มาต้อนรับน้องใหม่กันรึเปล่า ?
แต่…เขามาหาเราขนาดนี้ น่าจะมีดวงสมพงษ์กันแหละ
งั้นรับไว้ดูแลก่อนเเล้วกัน

พี่ธนโชติ บอก
มีหมาและแมว ตกจากรถ หลงอยู่บนทางด่วนตรงนี้ 7 ตัวแล้ว เก็บไปเลี้ยงอยู่ที่สำนักงาน หากใครอยากรับเลี้ยง ไปติดต่อที่สำนักงานกู้ภัยทางด่วนได้เลย

มาถึงตรงนี้ ขอเรียก ลูกแมวว่า เจ้าจตุโชติ นะ
เราขับรถออกจาก จุดเกิดเหตุ ตั้งใจขับรถหาโรงพยาบาลรักษาสัตว์เลย
เพราะขาขวา เจ้าจตุโชติ มีแผล เลือดออก ไม่รู้หล่นจากปากแม่ ขาแข้งหักหรือเปล่า

หมอตรวจแล้ว ขาไม่หักค่ะ แผลที่เห็น เป็นรอยเขี้ยวแม่ อาการที่หนักสุดตอนนั้น คือ หิวนม!
คุณหมอเลยป้อนนมให้ กินใหญ่เลย
ได้เติมนม แรงมา ร้องเก่ง เดินเก่งเลยคราวนี้
แต่คุณหมอแจ้งไว้ว่า เจ้าจตุโชติ ยังเล็กมากๆ ลูกแมวที่ขาดนมแม่ จะทำให้ภูมิต่ำ โอกาสรอด 50/50 นะ หากแข็งแรง ก็มีสิทธิ์รอด
ขอให้แก เป็นเปอร์เซ็นต์ ที่รอดนะ เจ้าจตุโชติ




หลังจากมีคนรู้ข่าวว่า เราได้ลูกแมวหลงมา ก็ติดต่อกันเข้ามาเยอะมาก เพื่อ ขอรับเเมวไปเลี้ยง
สัมภาษณ์ทุกคนค่ะ เจ้าจตุโชติ ต้องถูกเลี้ยงโดยคนที่รู้วิธี เลี้ยงอย่างใส่ใจ เพราะเขา ขาดแม่ตั้งแต่สายสะดือยังไม่หลุด คนเลี้ยงต้องเป็นคนที่มีทักษะที่ดี
น้องเบส จากมติชน ก็เป็น 1 ในผู้ติดต่อขอรับเลี้ยง ถามไปถามมา ที่บ้านน้องเลี้ยงเเมวเยอะอยู่เเล้ว อุปกรณ์ดูแลเเมวน้อยมีครบ ที่สำคัญ น้องทำคลอดเเมวเอง เเละเลี้ยงจนโตหลายคอกแล้ว
เราไม่ลังเล เลยค่ะ เพราะ เหล่าอีจันเอง ก็ไม่มีใครแน่ใจฝีมือตัวเอง ในการเลี้ยงแมวทารกแบบนี้
แม้จะอยากดูแลน้องต่อ แต่หากเจ้าจตุโชติ ได้อยู่กับคนที่ดูแลน้องได้จนแข็งแรง และมีชีวิตรอด เรายินดีค่ะ
พอน้องเบส รู้ว่าได้เลี้ยง ก็นัดมาช่วงเย็นวันเดียวกันเลย


ขอให้แข็งแรงนะ เจ้าจตุโชติ