โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ พอใจมาตรการยอดใช้จ่ายของรัฐ คาดธุรกิจไทยฟื้นปี 65

Pongpang อีจัน

Pongpang อีจัน

12 มีนาคม 2565

โฆษกรัฐบาล เผย นายกฯ พอใจมาตรการยอดใช้จ่ายของรัฐ คาดธุรกิจไทยฟื้นปี 65

วันนี้ 12 มีนาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พอใจภาพรวมมาตรการลดภาระค่าครองชีพของรัฐ โดยประชาชนตอบรับโครงการใช้จ่ายประจำวันอย่างต่อเนื่อง โดยความคืบหน้า มาตรการลดภาระค่าครองชีพของรัฐของปี 2565 จำนวน 3 โครงการ ที่เปิดให้ใช้จ่ายไปเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 65

ซึ่งประกอบด้วย โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 ที่รัฐบาลเพิ่มวงเงินสนับสนุนในการช่วยลดภาระการจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันของประชาชน กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ โดยความคืบหน้าล่าสุด ข้อมูล ณ วันที่ 10 มีนาคม 2565 มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 40.81 ล้านราย และมียอดใช้จ่ายรวมทั้งหมด 58,552.88 ล้านบาท แบ่งเป็น

1) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิที่เป็นประชาชนที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (ประชาชนกลุ่มเดิมฯ) จำนวน 25.46 ล้านราย ซึ่งมียอดใช้จ่าย 51,992.4 ล้านบาท และมีผู้ใช้สิทธิที่เป็นประชาชนทั่วไปที่ไม่ได้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (ประชาชนกลุ่มใหม่ฯ) จำนวน 7.85 แสนราย ซึ่งมียอดใช้จ่าย 1,280.6 ล้านบาท

2) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 4 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 13.32 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายรวม 4,858.98 ล้านบาท และ

3) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 2 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 1.24 ล้านราย มียอดการใช้จ่ายรวม 420.90 ล้านบาท

อีกทั้งโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) ได้เปิดเผยถึงการจัดอันดับเครดิตภาคธุรกิจอุตสาหกรรม ผลประกอบการของบริษัทไทย มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องในปี 2565 จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจและการเริ่มเปิดประเทศ อย่างไรก็ดี บริษัทไทยที่ฟิทช์จัดอันดับเครดิตส่วนใหญ่มีการบริหารจัดการกระแสเงินสดอย่างรอบคอบในช่วงสถานการณ์โรคระบาด

โดยมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายลงทุน และการปรับลดอัตราการจ่ายเงินปันผล ขณะที่การเข้าซื้อกิจการกลับเพิ่มมากขึ้น เพื่อฉวยโอกาสในการขยายธุรกิจ ซึ่งฟิทช์คาดว่ากระแสเงินสดจากการดำเนินงานที่ดีขึ้น

จากการฟื้นตัวของผลประกอบการจะช่วยลดผลกระทบจากการลงทุนและการจ่ายเงินปันผลที่สูงขึ้นในปี 2565

“นับเป็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีสำหรับเศรษฐกิจของไทยในปี 2565 ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้กำชับการทำงานของทุกหน่วยงานให้ร่วมกันอย่างบูรณาการติดตามสถานการณ์ของโลกในทุกมิติที่จะกระทบกับประเทศ เพื่อช่วยกันวางแผนมาตรการต่าง ๆ ที่เหมาะสมรองรับและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ตลอดจนขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เป็นไปในทิศทางที่ดี” นายธนกร กล่าว

คลิปอีจัน แนะนำ