สนธิ ลิ้มทองกุล ซัด รัฐบาล ต้องพูดความจริงกับ ประชาชน
Pongpang อีจัน
14 มิถุนายน 2564

หลังจาก รพ.เอกชนประกาศเลื่อนฉีดวัคซีน สธ.บอก จัดสรรวัคซีนส่งไปแล้วตามที่ ศบค.กำหนด ทั้งจังหวัด และกทม. แต่ กทม.โต้กลับ การจัดสรรวัคซีนของผู้จองคิวผ่านระบบหมอพร้อม ไม่ใช่หน้าที่ กทม. มาล่าสุด กทม. ประกาศ เลื่อนฉีดวัคซีนโควิด ไทยร่วมใจ ตั้งแต่ 15 มิ.ย. เป็นต้นไป
สรุป ความจริงของวัคซีน คือ มีไม่พอใช่หรือไม่ ?
ซึ่งวานนี้ (13 มิ.ย.64) นายสนธิ ลิ้มทองกุล นักหนังสือพิมพ์ นักเขียน และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ก็ได้ออกมาไลฟ์สด ผ่านเพจเฟซบุ๊ก คุยทุกเรื่องกับสนธิ ในตอน กรุณาพูดความจริง : Sondhitalk EP89 VDO
นายสนธิ กล่าวว่า วันที่ 7 มิ.ย.64 ที่ผ่านมา ถือเป็นวันแรกที่รัฐบาลไทยประกาศว่าจะมีการฉีดวัคซีน แบบปูพรมทั่วประเทศ ซึ่งกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันว่า ล็อตแรกของการฉีดมีแน่นอนประมาณ 2 ล้านโดส
การใช้คำว่า ฉีดวัคซีนแบบปูพรมทั่วประเทศ จริงๆ ทำได้ ถ้าของมี แต่ถ้าของมาแค่ 1.8 ล้านโดส ตามข้อมูลที่มีมา แล้วที่เหลือก็จัดสรรไปตามจังหวัดต่างๆ พันกว่าโดส บางจังหวัดอาจจะได้น้อยหรือมากกว่านี้
สรุปง่ายๆ คนที่มาลงทะเบียนเป็นหมื่น หรือจังหวัดลำปางเป็นหลักแสน มันจึงเกิดสภาวะการณ์ที่โรงพยาบาลหลายแห่งไม่กล้ายืนยันที่จะฉีดวันที่ 7-8 มิ.ย.64 เพราะเกรงว่าวัคซีนที่เข้ามาจะไม่พอ เพราะได้รับการจัดสรรมาในจำนวนที่น้อยมาก จนเกินไป เพราะเหตุนี้ หลายจังหวัดจึงแจ้งเลื่อนไปยังประชาชน ทำให้รัฐบาลเสียหน้า ถึงขนาดต้องข่มขู่โรงพยาบาลต่างๆ ว่าอย่างไรก็ต้องฉีด โรงพยาบาลเลยต้องกลับคำอีกทีหนึ่ง
“ผมไม่อยากจะพูดว่าเป็นความผิดของใคร ผมกำลังจะเตือนสติรัฐบาล ผมรู้ว่ารัฐบาลชุดนี้กำลังมีปัญหามากในเรื่องวัคซีน เพราะฉะนั้นแล้วการที่จะได้วัคซีนล็อตแรกมาจาก แอสตราเซเนกา 1.8 ล้านโดส นี่เป็นโอกาสที่จะหาเสียงได้เลย พูดง่ายๆ คือ ใช้คำว่าปูพรม เพื่อให้ความมั่นใจ ทั้งๆ ที่ไม่ได้ปูพรมทั่วประเทศ เขาเรียกว่าฝนตกไม่ทั่วฟ้า” นายสนธิ กล่าว

นายสนธิ กล่าวต่อ คำถาม คือ วัคซีนล็อตแรกที่รัฐบาลไทย เซ็นสัญญากับแอสตราเซเนกาที่เมืองนอก ที่จะจัดมา 26 ล้านโดส แต่มีอีก 35 ล้านโดสยังไม่เซ็นสัญญา นี่คือสิ่งที่ตนเข้าใจ ถ้าเข้าใจผิด กรุณาชี้แจงพร้อมหลักฐานด้วย
เพราะที่เข้าใจคือ แอสตราเซเนกา 26 ล้านโดส ไม่ได้ให้ประเทศไทยทีเดียว แต่มาเป็นระยๆ อย่างเช่น วันที่ 7 มิ.ย. เขาส่งให้ 1.8 ล้านโดส เป็นไปได้ไหมที่สิ้นเดือนนี้ เอาไปอีกประมาณ 5 ล้านโดส แล้วต่อไปอีก 2 อาทิตย์ข้างหน้าเอาไปอีก 3 ล้านโดส ตนคิดว่ามันน่าจะเป็นเช่นนี้
“ถึงตรงนี้ อย่าเข้าใจผิด สยามไบโอไซต์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับรัฐบาลไทยเลยแม้แต่นิดเดียว มีหน้าที่อย่างเดียวคือ รับจ้างแอสตราเซเนกาที่ลอนดอนเป็นผู้ผลิต แอสตราเซเนกาที่ผลิตจาก สยามไบโอไซต์ จะผลิตได้เท่าไหร่ก็ตาม แต่กำหนดแจกไปตามที่ต่างๆ นั้นต้องเป็นไปตามที่แอสตราเซเนกาได้ทำสัญญากับแต่ละประเทศไว้ อย่างเช่น ไทยทำสัญญาไว้ 26 ล้านโดสทางสำนักงานใหญ่แอสตราเซเนกาต้องคำนวนแล้วว่ากำลังผลิตในแต่ละประเทศผลิตได้เท่าไหร่ๆ เขาคงจะระบุในสัญญาว่า อาทิตย์นี้ วันไหนเวลาไหจะจะส่งเท่านี้ๆ ให้ก่อน แล้วหลังจากนั้นผ่านไปอีกระยะหนึ่งก็ส่งเท่านี้ให้ก่อน ผมว่ามันน่าจะเป็นเช่นนี้
ถ้ามันเป็นเช่นนี้ สิ่งที่รัฐบาลควรจะทำ คือ ต้องพูดความจริงให้ประชาชนฟัง ตอนนี้ประชาชนสับสนกับเรื่องนี้มาก ทั้งๆที่เรื่องนี้แป็นเรื่องที่แก้ไขได้ง่ายที่สุด ประชาชนขมขื่นกับรัฐบาลชุดนี้มานานแล้ว ถ้าเขาจะอดทนไปอีกนิด แต่เขาได้รับรู้ความจริงว่าจะได้วัคซีนแน่ อย่าให้ประชาชนต้องเดา แล้วท่านเองก็ไม่สมควรไปให้ความหวังกับประชาชนบนพื้นฐานที่ไม่ถูกต้อง”

นายสนธิ กล่าวต่อว่า การที่นายอนุทิน รมว.สธ. ติอต่อจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เข้ามา แปลว่ารัฐบาลทราบอยู่แล้วใช่ไหม ว่าแอสตราเซเนกา 26 ล้านโดส มันจะมาเป็นช่วงๆ และแต่ละช่วงมันอาจจะไม่ได้เยอะตามที่รัฐต้องการ ซึ่งแอสตราเซเนกาก็ไม่ได้ผิดสัญญา และเข้าใจว่านายกน่าจะเป็นคนเซ็น
คำถามคือ ทำไมช่วงที่ผ่านมา รัฐบาลปิดกั้นไม่สั่งวัคซีนจากที่อื่นเลยอย่างเด็ดขาด แต่เมื่อสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ประกาศออกมาว่าจะนำวัคซีนเข้าด้วยตัวเอง ของซิโนฟาร์มประมาณ 20 ล้านโดส และเป็นข้อตกลงระหว่างจีนกับสถาบัน ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า ทำไมพลเอกประยุทธ์ นายกรัฐมนตรีไม่ติดต่อกับรัฐบาลจีน แล้วขอสั่งวัคซีนจากซิโนฟาร์มมา 20 ล้านโดสมาตั้งแต่แรก
ซึ่งสิ่งที่ตนพูดน่าจะเป็นความจริง ตรงที่ว่า แอสราเซเนกา คงจะส่งให้เป็นล็อตๆ ด้วยเหตุนี้ คนที่ถูกฉีดแอสตราเซเนกา เข็มที่ 2 ก็ถูกยืดเวลาออกไป โดยอ้างว่า รอสัก 3 เดือนมันจะสร้างภูมิคุ้มกันได้ดีกว่าเก่า หลอกประชาชนตลอดเวลาทั้งๆ ที่ข้อเท็จจริงมันไม่ใช่แบบนั้น ทำไมไม่พูดกันตรงๆ ประชาชนก็ไม่ได้ว่าอะไร ทำไมไม่บอกว่า สำหรับท่านที่ฉีดแอสตราเซเนกา เข็มที่ 2 เนื่องจากวัคซีนจากวัคซีนจะเข้ามาในประเทศไทยตามกำหนด หากเข้ามาวันไหน อันนั้นจะเป็นโดสที่ 2 ให้รอนิดหนึ่ง ตนคิดว่าพูดไปแค่นี้ ไม่มีใครเสียหาย
