รัฐบาล เตรียม เยียวยา คนกลางคืน พร้อม เปิดเกณฑ์การเยียวยา
โอ๋ อีจัน
4 ธันวาคม 2564

กลุ่มคนทำงานกลางคืนทั้งหลาย เตรียมเฮกันได้เลย เพราะรัฐบาลเตรียมการที่จะเยียวยาหลังจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด โดยในวันนี้ (4 ธ.ค. 64) นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกว่าการกระทรวงกลาโหม ได้สั่งการให้เร่งหามาตรการเยียวยาช่วยเหลือ กลุ่มผู้ประกอบการและลูกจ้างอาชีพกลางคืน ที่ได้รับผลกระทบจากการสถานการณ์โควิด โดยได้มอบหมายให้กระทรวงแรงงาน สรุปผลการเจรจากับตัวแทนสมาคมเครือข่ายนักร้อง นักแสดง นักดนตรี และผู้ประกอบการสถานบันเทิง ผับ คลับ บาร์ คาราโอเกะ เบื้องต้น กระทรวงแรงงานและสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ได้พิจารณาวงเงิน และหลักเกณฑ์การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ ทั้งผู้ประกอบการและลูกจ้าง โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่
1.กลุ่มนายจ้าง สถานประกอบการ ซึ่งส่วนมากอยู่ในส่วนธุรกิจเอสเอ็มอี รัฐบาลจะให้นโยบายเยียวยารายละ 3,000 บาท ตามจำนวนลูกจ้างต่อเดือน
2.กลุ่มลูกจ้างที่อยู่ในระบบประกันสังคม ตามมาตรา 33 อยู่ในธุรกิจ ผับ บาร์ ทั้งเด็กเสริฟ พ่อครัว เสมียนบัญชี จะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ 1.รัฐบาลจะให้ประกันสังคมเยียวยาผู้ว่างงานจากเหตุสุดวิสัยจ่าย 50% และส่วนที่ 2 หากไม่เพียงพอในการใช้จ่าย จะนำส่วนของเงินกู้สภาพัฒน์ฯ มารองรับ โดยประมาณการตัวเลขเบื้องต้นไว้ที่ 5,000 บาท ซึ่งหมายความว่า หากอยู่ในระบบประกันสังคม จะได้ 2 ส่วน คือประกันสังคมช่วย 50% และอีกส่วนคือขอเงินกู้จากรัฐบาล
3.กลุ่มลูกจ้างที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นศิลปินอิสระ อาจต้องขึ้นทะเบียนตามมาตรา 40 ของประกันสังคม ซึ่งจากที่ได้ตรวจสอบตัวเลขในระบบเบื้องต้น มีจำนวนประมาณไม่เกิน 1.5 แสนราย โดยจะขอให้สมาคมและสมาพันธ์รับรองบุคคลเหล่านี้ รวมทั้งในส่วนผู้ที่เกินอายุเกิน 65 ปี ที่ไม่เข้าข่ายมาตรา 40 จะประสานให้กระทรวงวัฒนธรรม สำรวจจำนวนเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือเพิ่มเติมด้วยเช่นกัน
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะนำเสนอต่อคณะกรรมการกลั่นกรองงบประมาณ กระทรวงการคลัง, สภาพัฒน์ฯ และนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาเห็นชอบต่อไป นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำว่า ต้องให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชน ในทุกสาขาอาชีพ ให้ได้รับการดูแล บรรเทาความเดือดร้อน อย่างทั่วถึงและครอบคลุมมากที่สุด โดยได้สั่งการให้ทุกภาคส่วนต้องทำงานควบคู่กัน เพื่อเร่งพิจารณาหาแนวทางและมาตรการที่เหมาะสม ขณะเดียวกันฝ่ายผู้ประกอบการ ต้องให้ความร่วมมือด้วย โดยเฉพาะการป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่งต้องดำเนินการอย่างเคร่งครัด ตามมาตรการ COVID Free Setting เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการ