นักวิชาการรัฐศาสตร์ วิเคราะห์ สถานการณ์การเมือง เชื่อ ลูกรักบิ๊กป้อม ได้เก้าอี้รมว.แน่นอน

อีจัน 3

อีจัน 3

1 มีนาคม 2564

นักวิชาการรัฐศาสตร์ วิเคราะห์ สถานการณ์การเมือง เชื่อ ลูกรักบิ๊กป้อม ได้เก้าอี้รมว.แน่นอน

ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐสาตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้โพสต์ข้อความถึงสถานการณ์การเมือง ที่มีเรื่องเกี่ยวกับแนวโน้มการปรับตำแหน่งคณะรัฐมนตรี ว่า

“ การปรับคณะรัฐมนตรี รอบนี้หลังศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ ผมคิดว่าพลังประชารัฐ วางแผนเดินเกมส์อย่างเป็นระบบ เพื่อเขย่าการขอเก้าอี้จากพรรคร่วม หรือยึดเก้าอี้รัฐมนตรีภายในพรรคตัวเอง ผมขอวิเคราะห์เป็น 2 จุดครับ จุดแรก

การเดินเกม และการแสดงถึงบทบาททางการเมืองของ คุณธรรมนัส พรหมเผ่า แผ่รังสีมากมายจริงๆ ความพยายามควบคุมคะแนนให้พรรคเล็ก (พวกพรรค 1 เสียง) งดออกเสียงให้คุณณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาฯ และคุณสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ที่ได้คะแนนไว้วางใจ รั้งท้าย และรองบ๊วย ตามลำดับ แน่นอนครับ นี่คือการเขย่าเก้าอี้ รัฐมนตรีของทั้ง 2 คนที่ถูกมองว่า ตอบโจทย์ในศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้านแทบไม่ได้เลย

จุดที่สอง

การกลับมาเกิดของคุณธรรมนัส รอบนี้จากเมื่อปีที่แล้ว ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ลำดับคะแนนไว้วางใจลำดับสุดท้าย แถมได้วรรคทอง (ดับ) ติดตัวไปอีก “มันคือแป้ง” ไงล่ะครับ คะแนนไม่ไว้วางใจจากฝ่ายค้านได้ 199 เสียงถือว่าไฉไลสูงสุด แต่รอบนี้ เสียงการอภิปรายหรือการฟาดงวงฟาดงาของพรรคฝ่ายค้านไม่ร้อนแรงเหมือนเก่า แต่กลับพุ่งโจมตีไปยังไปยัง คุณศักดิ์สยาม รมว.คมนาคม คุณณัฏฐพล และคุณสุชาติ (ใครที่ว่า 3 ป.โดนหนักผมว่าไม่จริง ถ้าผมเป็นฝ่ายค้าน จะลุกขึ้นซักถามคุณประวิตร ต่อว่า ท่านตอบผมแค่ 30 วินาทีไม่ได้นะครับ มันไม่เคลียร์) นั่นหมายความว่า ประเด็นที่มีงดออกเสียงให้คุณศักดิ์สยาม จากกลุ่ม ส.ส.ดาวฤกษ์ พลังประชารัฐ ทั้ง 6 คน มันมีนัยยะว่า ต้องการกระทรวงทางเศรษฐกิจคืน

เพราะจะไปตั้งป้อมแทงข้างหลังเลื่อยขาเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงพลังงาน, คลัง มันคงเป็นเรื่องที่ยาก เพราะรู้อยู่แล้วว่า คุณประยุทธ์ไม่ยอมแน่ๆ ดังนั้น การที่คะแนนงดออกเสียงไปยังคุณศักดิ์สยาม (ผมว่าต้องมีไฟเขียวจากผู้ใหญ่ใน พปชร. ให้ สส.สมัยแรกกล้าทำอย่างนี้) ให้ดูคะแนนน้อย เพื่อจะได้เอาเป็นข้ออ้างถึงกระแสสังคม และต่อรองเก้าอี้รัฐมนตรี ไหนๆจะเอาคุณณัฏฐพล และคุณสุชาติออกไป เอามาแลกกันไหม ศึกษาธิการ กับ คมนาคม (ระดับเกรดพรีเมียมทั้งคู่)

แต่อุบัติเหตุ และสิ่งที่คาดไม่ถึงเกิดขึ้นมันทำให้ดุลอำนาจการต่อรองของพลังประชารัฐ ต้องเปลี่ยนแปลงนั่นคือ

1. คุณธรรมนัส และเดอะแก๊งป้อม แอนด์โค คงคาดไม่ถึง ว่าคะแนนไว้วางใจของตัวเองที่ได้ 274 เสียงเท่ากับคุณประวิตร หัวหน้าพรรค น่าจะเป็นที่1 แต่ปรากฏว่า บิ๊กเซอร์ไพรส์อีก 4 เสียงจาก พรรคก้าวไกล ที่โหวตไว้วางใจให้คุณอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พุ่งโดดมาเป็นที่ 1 ตรงนี้คือทำให้อำนาจต่อรองของพรรคภูมิใจไทยสูงขึ้น การที่พลังประชารัฐจะไปขอแลกเก้าอี้คงเกิดขึ้นไม่ได้แล้ว มีแต่จะต้องให้เก้าอี้รัฐมนตรีเพิ่ม เป็นการเยียวยาในสิ่งที่ ส.ส.ทั้ง 6 คนของ พลังประชารัฐได้ล่วงเกินงดออกเสียงให้คุณศักดิ์สยาม ซึ่งเป็นเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย

ครับ สิ่งที่เกิดขั้นนำความปวดเศียรเวียนเกล้า ของรัฐบาลตอนนี้คืออะไร นั่นก็คือ

2. เก้าอีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงดิจิทัลฯ และรมช.คมนาคม ว่างลง จะทำอย่างไร จะยึดเก้าอี้ รมช.คมนาคม จากประชาธิปัตย์หรือไม่ เพราะ สส.ตอนนี้มีเหลือเพียง 51 คน ขณะที่ภูมิใจไทยมี 61 คน และอาจเป็น 65 คนในอนาคต จำนวนเก้าอี้รัฐมนตรีที่เท่ากัน แต่จำนวน ส.ส. ที่ต่างกัน จะทำอย่างไร คือถ้าไม่ให้เก้าอี้เพิ่มแก่ภูมิใจไทย ดังนั้นเก้าอี้รัฐมนตรี ในสัดส่วนของประชาธิปัตย์ต้องลดลง ให้สมดุลกับคณิตศาสตร์ทางการเมืองหรือไม่

3. คุณอนุชา นาคาศัย รมต.สำนักนายกฯ น่าจะได้ขึ้นชั้นรัฐมนตรีว่าการ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ จะมาอยู่ตำแหน่งแบบนี้ก็คงจะไม่เหมาะ จะได้ขึ้นชั้น หรือไม่ในการปรับ ค.ร.ม.รอบหน้า

4. แก๊ง รมช. 3 คน ที่ประกอบด้วย

4.1 คุณธรรมนัส รมช.เกษตรฯ น่าจะได้ปูนบำเหน็จ ขึ้นว่าการ สักกระทรวง แต่ไม่น่าใช่ศึกษา หรือ ดิจิทัล

4.2 คุณนฤมล รมช.แรงงาน รอบนี้ กระทรวงแรงงานน่าจะยุบ รมช. ไปเพราะ รัฐมนตรีว่า แทบไม่แบ่งงานที่สำคัญให้เลย ประกอบกับเก้าอี้ว่าการแรงงานใหญ่เกินตัวคุณสุชาติ คือกึ๋นและความสามารถยังบ่มไม่ถึง รอบนี้น่าจะเสร็จ “บิ๊กอายส์” นะครับ

4.3 คุณสันติ ผู้ไม่เคยตกขบวนการเป็น รัฐมนตรีตั้งแต่รัฐบาลสมัคร-สมชาย-ยิ่งลักษณ์ จนมาถึง ครม. ประยุทธ์ มีแต่เรื่องเคลือบแคลงสงสัยจากสังคมไม่ว่าวุฒิทางการศึกษา จบ ดร.ที่ไหนก็จำชื่อไม่ได้ คือถ้า รัฐมนตรีศึกษาเป็นชื่อคนนี้ ผมลงถนนแน่นอนครับ รับไม่ได้จริงๆ

5. พรรคชาติไทยพัฒนา

มี ส.ส. แค่10 คนแต่ได้เก้าอี้ รัฐมนตรีถึง 2 เก้าอี้ น่าจะเหลือเก้าอี้เดียวนะครับ มันไม่สมเหตุสมผลในตัวเลขเฉลี่ย สส/ รัฐมนตรี ถือว่าเป็นพรรคที่ได้กำไรมาก ดังนั้น เก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรฯ จึงอยู่ในสายตาของผู้มากบารมีจาก พลังประชารัฐนะครับ

6. พรรคเล็ก ของคุณชัชวาล คงอุดม อยู่อย่างเจียมตัวมาตลอด คราวนี้น่าจะขอเก้าอี้บ้าง ผมไม่รู้ว่าหวยจะไปลงที่ รปช.ของท่านอาจารย์เอนก ของผมรึเปล่า เพราะ รปช.ตอนนี้มีเพียง 5 เสียง ไม่รู้ว่า อำนาจต่อรองอาจไม่เหมือนเดิมครับ ทำให้ ผมนึกถึงพรรคชาติพัฒนาของคุณ เทวัญ ลิปตพัลลภ ที่มี สส.แค่ 3 คนแต่เคยได้ รมต.สำนักนายกมาแล้ว แล้วก็ถูกยึดเก้าอี้คืนเพื่อระบายโควต้าเก้าอี้รมต.

7. ส.ส.ภาคใต้ พลังประชารัฐที่มี 12 คน คงมีเก้าอี้เสนาบดีก็คราวนี้นะครับ มันคงอธิบายยากกับคนในพื้นที่ถ้า พปชร ไม่มีใครได้เป็น รมต.ในภาคใต้เลย

8. ชลบุรี ส.ส พลังประชารัฐมีเพียง 5 (จากทั้งหมด8 คน)

คนแต่ดันมี รัฐมนตรีว่าการถึง 2 คน รอบนี้หวยน่าจะไปลงที่คุณสุชาติ ที่ได้คะแนนรองสุดท้ายจากศึกซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา

ครับ ที่พูดมาเหมือนว่าทุกอย่างมันเป็นเรื่องอำนาจและผลประโยชน์ล้วนๆ บ้านเมืองเหมือนไม่ใช่ของเรา แต่จริงๆแล้วอยากให้สนใจ ใส่ใจเพื่อจะได้กดดันให้ได้คนเก่ง ดี มีวิสัยทัศน์เพื่อมาทำงานสาธารณะให้บ้านเมืองของเราครับ “