บีบหัวใจ! หลานรักทำร้ายย่าจนตาย ก่อนอ้างล้มในห้องน้ำ

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

2 มิถุนายน 2568

บีบหัวใจ! หลานรักทำร้ายย่าจนตาย ก่อนอ้างล้มในห้องน้ำ

บีบหัวใจ หลานชายสุดรัก ที่ย่ายกสมบัติทุกอย่างให้ ทำร้ายย่าจนต้องไถร่างไปขอความช่วยเหลือที่บ้านผู้นำ แต่สุดท้ายหลานรัก มาอุ้มกลับบ้าน แล้วทำร้ายซ้ำจนเสียชีวิต ก่อนทำทีเป็นอุบัติเหตุ อ้างย่าลื่นล้มในห้องน้ำ 

คืบหน้าล่าสุดวันนี้ (2 มิ.ย.68) หลังจากนายสิงหา อายุ 49 ปี ชาวต.ขามป้อม อ.พระยืน จ.ขอนแก่น ก่อเหตุใช้ก้อนหินทำร้าย น.ส.บุญมา อายุ 87 ปี ย่าแท้ๆ จนเสียชีวิตภายในบ้าน ก่อนจะอำพรางคดีอ้างว่ากลับจากทำธุระนอกบ้าน แล้วมาเจอร่างย่านอนคว่ำหน้าในห้องน้ำ คาดว่าย่าจะล้มหัวฟาดพื้น จึงรีบล้างตัวย่าแล้วอุ้มย่ามานอนห่มผ้าที่แคร่ไม้หน้าบ้าน แล้วให้ชาวบ้านแจ้งตำรวจ เพราะเชื่อว่าย่าล้มในห้องน้ำหัวฟาดพื้นตาย  

แต่ภายหลังตำรวจลงพื้นที่ พบพิรุธจากสภาพศพที่หน้าผาก ที่แก้มซ้ายมีบาดแผลคล้ายของแข็งบาดเป็นแผลลึก เบ้าตาเขียวช้ำ จึงคุมตัวมาเค้นสอบเมื่อช่วงหัวค่ำวานนี้ (1 มิ.ย.68) ก่อนจะสารภาพเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (2 มิ.ย.68) อ้างสาเหตุเกิดความเครียดเพราะว่าเมียหนี จึงหงุดหงิดอารมณ์เสีย และหงุดหงิดที่ย่าซึ่งช่วยเหลือตัวเองไม่ได้บ่นด่า และหงุดหงิดที่ต้องคอยเก็บขี้เก็บเยี่ยวทุกวัน จึงตบย่าไปหลายครั้ง ย่าหนีออกจากบ้านไป จึงไปอุ้มกลับมาที่บ้าน ย่าก็ยังไม่หยุดด่า จึงใช้ก้อนหินทุบที่ศีรษะและที่ใบหน้าย่าไป 2-3 ครั้ง จนย่าสิ้นใจ 

ล่าสุดเมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ พบว่าบ้านหลังดังกล่าว ผู้เสียชีวิตและผู้ก่อเหตุพักอาศัยกันแค่ 2 คน โดยมีนายวิชัย อายุ 70 ปี น้องชายคนตาย พาผู้สื่อข่าวดูที่เกิดเหตุ ซึ่งพบว่ายังมีรอยคราบเลือดกองใหญ่อยู่ที่พื้นใกล้กับแคร่ไม้ไผ่ที่พบศพผู้เสียชีวิต โดยมีกล้องวงจรปิดอยู่ที่บนคานใกล้กับแคร่ไม้ไผ่ โดยน้องชายผู้ตายบอกว่า ตอนที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าได้ยินแต่เสียง เพราะผู้ก่อเหตุนำผ้ามาคลุมกล้องวงจรปิดเอาไว้  

น้องชายคนตาย บอกอีกว่า เมื่อก่อนหลานชายที่ก่อเหตุพักอาศัยอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทั้งพ่อแม่ ทั้งย่าที่เสียชีวิต รวมทั้งลูกเมียด้วย แต่นายสิงหา เป็นคนอารมณ์ร้อน จนไม่มีใครสามารถอยู่ด้วยได้ พ่อแม่ก็ไปอยู่ที่นาท้ายหมู่บ้าน เมียกับลูกก็ไปอยู่ที่อื่น ได้ยินว่าเลิกกันแต่ก็ยังเห็นไปมาหาสู่กันอยู่ มีเพียงย่าที่รักนายสิงหาเหมือนลูก เลี้ยงดูด้วยความรักเป็นลูกคนหนึ่ง เพราะเป็นสาวโสด และก็ยกสมบัติให้ทั้งบ้าน 2 หลังที่ติดกัน ที่นา วัวหลายตัว จนไม่คิดว่าหลานคนนี้จะกล้าฆ่าย่าตัวเอง กระทั่งมาได้ยินข่าวจากทางผู้นำ  

ส่วนสาเหตุนั้นไม่ทราบว่าเพราะอะไร เพราะผู้ตายรักหลานมาก หรือเป็นจะเพราะยาเสพติดหรือไม่ก็ไม่ทราบแต่ทางตำรวจตรวจแล้วไม่มีสารเสพติด หรืออาจจะเป็นเพราะดื่มสุรา เล่นการพนันแล้วอารมณ์ฉุนเฉียวหรือไม่ก็ไม่มั่นใจ ซึ่งก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของทางตำรวจดำเนินการ ส่วนศพนั้นเท่าที่คุยกันก็คงจะนำไปที่วัดเพื่อประกอบพิธีทางศาสนาทันทีหลังจากรับศพ 

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้ทางไปที่บ้านของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่ผู้เสียชีวิตใช้วิธีไถร่างตัวเองไปขอความช่วยเหลือ ซึ่งอยู่ห่างไปประมาณ 200 เมตร ซึ่งในวันเกิดเหตุนั้นมีกล้องวงจรปิดที่อยู่หน้าบ้านผู้ช่วยฯ บันทึกเหตุการณ์ขณะที่นายสิงหา มาอุ้มย่ากลับไปที่บ้าน โดยมีนายก อบต.ขามป้อม และ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านดูแลอยู่บริเวณหน้าทางเข้าบ้าน เมื่อเวลา 19.03 น. วันที่ 1 มิ.ย.68 

นางมาลา ภรรยาของ ผช.ผญบ. ซึ่งมีความสนิทสนมผูกพันกับผู้ตาย เล่าว่า ช่วงเย็นผู้ตายมาบ้านตนในสภาพศีรษะปูดบวม ใช้วิธีค่อยๆ ไถร่างตัวเองมา บอกตนเองว่าถูกหลานชายตีที่ศีรษะ พร้อมบอกว่าจะไม่กลับบ้าน จะไปตามมีตามเกิด ขณะนั้นตนเองมีธุระจึงฝากทางสามี ที่เป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมาดูแลก่อน กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. ตนเองให้ลูกสาวดูกล้องให้เพราะลูกสาวจะต้องรอพ่อไปรับไปทำงาน จึงเปิดดูกล้องก็ไม่เห็นใครแล้วจึงย้อนภาพดูพบว่า หลานชายของผู้เสียชีวิตมาอุ้มไป 

โดยขณะนั้นมีสามีและนายกอบต. ดูแลอยู่ที่บริเวณหน้าบ้าน ขณะที่ตนเองกลับมาจากทำธุระได้แวะไปถามข่าวผู้เสียชีวิตก่อน โดยเจอนายสิงหาได้สอบถามว่านางบุญมากลับมาที่บ้านหรือยัง ซึ่งนายสิงหาบอกว่า กลับมาแล้ว และเสียชีวิตแล้ว จึงได้สอบถามว่าเสียชีวิตได้ยังไงโดยนายสิงหาบอกว่าย่าตัวเองลื่นล้ม ซึ่งตนเองยังพบเห็นกองเลือดอยู่บนพื้น แต่หลานชายบอกว่า ผู้ตายอ้วกออกเป็นเลือด จึงได้อุ้มย่าตัวเองมาไว้ที่แพร่ไม้ไผ่ข้างๆ  

นอกจากนี้ ตนเองยังพบเห็นบาดแผลที่ใบหน้าและศีรษะ เป็นบาดแผลฉกรรจ์เลือดอาบ ซึ่งหลานยังยืนยันว่าย่าตัวเองลื่นล้ม ซึ่งตนเองก็สงสัยในพิรุธหลายอย่าง แต่หลานผู้ตายไม่ได้พูดในลักษณะว่าทำร้ายย่าตัวเองแต่อย่างใด ซึ่งลูกสาวตนเองที่เป็นพยาบาล เดินทางมาด้วยได้จับดูชีพจร ก็ยืนยันว่าเสียชีวิตแล้ว  

ภรรยาผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บอกอีกว่า ผู้ก่อเหตุเป็นคนสะอาดสะอ้าน บ้านเรือนไม่รก เรื่องทะเลาะวิวาทก็ไม่เคยเห็นหรือได้ยิน แต่ทราบว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนอารมณ์ร้อน ไม่มีใครกล้ายุ่ง ส่วนผู้เสียชีวิตนั้นไม่ใช่ผู้ป่วยติดเตียง แต่เป็นผู้ป่วยติดบ้าน เพราะความชรา ซึ่งสามารถไปไหนมาไหนได้ แต่ต้องใช้วิธีค่อยๆ ถอย หรือขยับตัวไปทีละนิด ซึ่งทางอบต. เพิ่งจะมาสร้างห้องน้ำให้ใหม่ ถือว่าหลานชายคนนี้ดูแลย่าเป็นอย่างดีเพราะมีกันเพียงสองคนในบ้าน ส่วนคนอื่นๆ ไปอยู่ที่อื่นไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกัน ซึ่งสาเหตุนั้นตนเองก็ไม่ทราบ  

ส่วนของทางคดีนั้น ตำรวจได้ควบคุมตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม ก่อนคุมตัวส่งฟ้องศาล จ.ขอนแก่น ฝากขังผลัดแรกในข้อหา ฆ่าผู้อื่น และเคลื่อนย้ายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย  

ซึ่งก่อนตำรวจจะควบคุมตัวไปฝากขัง ผู้สื่อข่าวได้สอบถามกับผู้ก่อเหตุถึงสาเหตุที่ลงมือฆ่าย่าตัวเอง บอกว่า ไม่ได้ตั้งใจ เป็นเพราะความเครียดที่ต้องดูแลย่ามา 4-5 ปี และเลิกกับแฟน จึงทำร้ายย่าโดยไม่ตั้งใจ ซึ่งก็อยากจะขอโทษ 

‘อีจัน’ ขอแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยนะคะ อยากให้ใช้สติกันเยอะๆ คิดดีๆ ก่อนทำอะไร อย่าปล่อยให้สายเกินไป หรือค่อยมาคิดได้ทีหลังค่ะ