แม่กลิ่นเกสรท้อใจ! ตร.ยังล่ามือฆ่าลูกสาวมารับโทษไม่ได้
migrator
13 มกราคม 2564

วันที่ 21 ธ.ค. 256 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองโดน เรียกตัว นางลั่นทม วงษ์สิงห์ มารดา ของ น.ส.กลิ่นเกสร เข้าให้ปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง หลังมีการเรียกสอบปากคำ เมื่อวันที่ 9 และ 15 ธ.ค. ที่ผ่านมา
ปมกลิ่นเกสร ถูกฆ่าหมกรถเก๋ง…

โดยการเรียกสอบปากคำครั้งนี้ เนื่องจาก ทางตำรวจ ยังมีข้อสงสัยในคำให้การ ของทางญาติและแม่ของกลิ่นเกสร ที่เคยให้ปากคำไว้ ในรายละเอียดของคดี และข้อมูลบุคคลที่อยู่กับ กลิ่นเกสร เป็นคนสุดท้าย ก่อนจะหายตัวไป รวมถึงคำให้การ ที่อาจเป็นชนวนเหตุทำให้เสี่ย เจ้าของโรงงานปุ๋ยขัดแย้งกับกลิ่นเกสร

โดย นางสาว สุกัญญา สร้อยชู น้องสาวของ กลิ่นเกสร เล่าว่า ก่อนพี่สาวจะหายตัวไป เมื่อปี 59 ตนได้คุยกับพี่สาว เป็นครั้งสุดท้าย เกี่ยวกับปัญหาเรื่อง ที่พี่สาวทะเลาะกับเสี่ยโรงงานปุ๋ย ซึ่งตนคาดว่า น่าจะเป็นเรื่องชู้สาว
อีกทั้งยังเป็นเรื่องเดิมๆ ที่เสี่ยโรงงานปุ๋ย เข้าใจผิดว่าพี่สาวแอบไปคบหากับชายอื่น ขณะที่ตนคุยกับพี่สาวอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีเสียงโทรศัพท์ ของเสี่ยโรงงานปุ๋ย เข้ามาและถาม พี่สาวว่า จะไปไหน พี่สาวตอบว่า จะไปบ้านตา ที่ จ.ชัยนาท แต่เสี่ยตอบมาว่าจะขอไปด้วย โดยตนมารู้จากแม่ทีหลังว่า ทั้ง 2 คนไป จ.ชัยนาท ด้วยกัน เพื่อไปปรับความเข้าใจ
อีกทั้ง สาบาน กันว่า จะไม่มีคนอื่น เข้ามาทำให้ ความรักของทั้งคู่แตกร้าว

หลังจากวันนั้น ทั้งคู่ก็ได้กลับมาคืนดีกัน จนใกล้วันเกิดเหตุ แม่ได้รับโทรศัพท์ จากพี่สาว ว่าจะขับรถยนต์ มาพักที่บ้านเสี่ยโรงงานปุ๋ย
จากนั้นในวันรุ่งขึ้น วันที่ 12 ธ.ค. ตนและแม่ พยายามติดต่อพี่สาว ซึ่งโทรศัพท์ของพี่สาวมี 2เครื่อง แต่ก็ติดต่อไม่ได้ จึงพยายามตามหา ทั้งไปที่โรงงานปุ๋ย และสอบถามญาติๆ แต่ก็ไร้วี่แวว เมื่อครบ24ชั่วโมง ตนและแม่ วิตกกังวลมาก จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ. พระพุทธบาท พร้อมทั้งพยายามตามหา และ เข้าตรวจสอบ จากสมุดบัญชีธนาคาร แต่ กลับพบว่า ไม่มีการเคลื่อนไหวของสมุดในบัญชีแต่อย่างใด จึงแน่ใจว่าพี่สาว หายตัวไปอย่างแน่นอน
ขณะที่ นางลั่นทม วงษ์สิงห์ เล่าว่า ตนท้อใจและกังวลอย่างมาก เกี่ยวกับคดีของลูกสาว ซึ่งปัจจุบันนี้ ทางตำรวจยังไม่สามารถจับตัว ผู้ก่อเหตุมาลงโทษได้ เนื่องจากอาจเป็นไปได้ว่า หลักฐานที่พบ รวมถึงวัตถุพยาน ในรถยนต์เก๋ง ถูกแช่ในน้ำนาน 3ปี ทำให้หลักฐานทั้งหมด ไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มคนร้ายได้
แต่อย่างไรก็ตาม ตนพร้อมให้โอกาสตำรวจได้ทำงาน สืบหาเบาะแสและหลักฐานทางคดีต่อไป หวังว่าตำรวจ จะนำผู้ก่อเหตุมาลงโทษให้ได้
สุดท้ายนี้ ตนก็พอใจแล้ว อย่างน้อยก็ ได้พบโครงกระดูกของลูกสาว และจะนำไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป
| อ่านข่าวเพิ่มเติม |