ผัวโหด ใช้ ครกทุบหัวเมีย ขณะจะทำกับข้าว ก่อนลากศพไปทิ้ง ป่าหลังบ้าน

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

16 สิงหาคม 2566

ผัวโหด ใช้ ครกทุบหัวเมีย ขณะจะทำกับข้าว ก่อนลากศพไปทิ้ง ป่าหลังบ้าน

ผัวโหดใช้ครกทุบหัวเมีย ขณะจะทำกับข้าว ก่อนลากศพออกมาทิ้งในป่าหลังบ้าน สภาพเปลือยท่อนบน และขี่รถหนีไป แต่ชะล่าใจย้อนกลับมา ถูกรวบทันควัน สารภาพอ้างเจอแชตที่เมียคุยกับชายอื่นเลยแค้นลงมือ

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 14 สิงหาคม 2566 พ.ต.ท.ปราการ บุญเทส รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี พร้อมด้วย ร.ต.อ.นิติพัฒน์ ศรีหาบุตร รอง สว.(สอบสวน) สภ.เกาะจันทร์ ได้รับแจ้งเหตุฆาตกรรม มีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย อยู่ในป่า ต.ท่าบุญมี อ.เกาะจันทร์ จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสว่างเหตุ บ้านทุ่งเหียง พนัสนิคม โดยในที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านชั้นเดียว เปิดประตูอยู่ ภายในบ้านมีกองเสื้อผ้าและเลือดนองเต็มพื้น มีรอยลากเป็นทางยาวออกไปทางหลังบ้าน จากการตรวจสอบบริเวณหลังบ้านเป็นป่าละเมาะ พบร่างนางสาวอุษามณี อายุ 36 ปี ชาว จ.ชลบุรี นอนเสียชีวิตสภาพศพคว่ำหน้า ท่อนบนเปลือย สวมกางเกงขาสั้น มีเสื้อห่อที่ศรีษะ พบแผลฉกรรจ์ที่ถูกอาวุธมีดฟันหลายแผล ข้างศพพบมีดขอดายหญ้าและจอบ วางอยู่คู่กัน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับรายงานว่า ผู้ก่อเหตุคือนายธีรพันธ์ อายุประมาณ 33 ปีซึ่งเป็นสามีของผู้ตาย หลังก่อเหตุได้ขับรถเก๋ง หลบหนีไป ตำรวจจึงได้วิทยุสกัดตามเส้นทาง แต่ไร้วี่แวว จนกระทั่งเวลาผ่านไป ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างติดตามตัวนายธีรพันธ์อยู่นั้น นายธีรพันธ์ได้ขี่รถย้อนกลับมาที่เกิดเหตุ เพื่อมาเอาของ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รีบเข้าจับกุมตัวเอาไว้ได้

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวนเบื้องต้น นายธีรพันธ์ รับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุจริง และได้เล่าเพียงว่า ตนโมโหที่จับได้ว่า ฝ่ายหญิงคุยกับผู้ชายอื่น ขณะเกิดเหตุตนเห็นกับตาว่า เมียกำลังคุยโทรศัพท์ขณะทำกับข้าว จึงได้เอาครกตีที่หัว เมียก็ล้มฟุบมีเลือดออกเยอะ จึงได้จับขาลากออกมาจากบ้านไปทิ้งในป่า ต่อมาตำรวจได้นำตัวนายธีรพันธ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยการก่อเหตุเริ่มจากในบ้าน นายธีรพันธ์ใช้มีดฟันที่ศรีษะก่อน แล้วลากศพออกมาจากบ้าน ส่วนเสื้อได้ถลกขึ้นไปปิดหัวตอนที่ลากขาออกมาจากบ้าน ส่วนผ้าในบ้านใช้เช็ดเลือด มีดขอและจอบที่วางอยู่เพื่อเอามาเตรียมไว้เฉยๆ

จากการสอบถามนายทรังค์ อายุ 18 ปี ลูกชายของผู้เสียชีวิตได้เล่าว่า แม่กับพ่อเลี้ยงไม่เคยทะเลาะกัน ตนเคยบอกกับแม่แล้ว เรื่องของผู้ชายคนนี้ แต่แม่ไม่เคยฟังและไม่เคยเชื่อลูก มีแต่เชื่อสามีตัวเองและมาด่าตนอีกว่า ไม่ทำงาน และแล้ววันนี้ก็มาถึง ตนก็ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ทะเลาะอะไรกัน เพราะปกติไม่เคยเห็นทะเลาะกัน

ทางด้านนายเอก (นามสมมุติ) เพื่อนบ้าน เล่าว่า พี่ชายของผู้ก่อเหตุได้โทรมาว่า น้องชายโทรไปหาให้กลับมาดูน้องสะใภ้ด้วย เพราะได้ใช้ค้อนทุบหัวนอนแน่นิ่งไปแล้ว จากนั้นตนก็ได้เดินมาดูพบว่า ผู้ก่อเหตุยืนอยู่หน้าประตูบ้าน ท่าทีรีบร้อนและตกใจ ตนจึงสอบถามแต่ผู้ก่อเหตุไม่บอกและไม่ยอมให้ตนเข้าในบ้าน พร้อมกับขู่ตนว่า ห้ามเข้าเป็นสิทธิส่วนบุคคล ตนจึงได้โทรไปหาพี่ชายของผู้ก่อเหตุ จากนั้นผู้ก่อเหตุก็ได้รีบขี่รถเก๋งหนีไป ก่อนที่พี่ชายของผู้ก่อเหตุจะมา ตนจึงได้เดินเข้ามาดูในบ้าน พบรอยเลือดเป็นทางไปหลังบ้าน จึงเดินไปดูก็พบว่า ผู้หญิงนอนเสียชีวิตอยู่ภายในป่าหลังบ้าน สภาพเปลือยท่อนบน ไม่สวมเสื้อ และมีมีดขอดายหญ้ากับจอบวางอยู่ ตนจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (15 ส.ค. 66) เวลา 11.30 น. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.เกาะจันทร์ พบกับนายธีระพันธ์ หรือ ป๊อก ผู้ต้องหา ยังอยู่ในระหว่างควบคุมตัวในห้องขัง เพื่อรอการสอบสวนสวนเพิ่มเติม หลังมีการตรวจปัสสวะ พบสารเสพติดในร่างกาย และยังพบว่า พ.ต.ท.ปราการ บุญเทศ รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.เกาะจันทร์ กำลังสอบสวนพี่สาวและแม่ของผู้เสียชีวิตอยู่

จากการสอบถามนางสาวดาว ขอสงวนชื่อจริงและนามสกุล เป็นพี่สาวของคนตาย เปิดเผยว่า นายธีระพันธ์ กับน้องสาวของตน ได้อยู่กินกันมาประมาณ 8 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน คนโตอายุ 7 ขวบ คนเล็กอายุประมาณ 7 เดือนส่วนผู้ก่อเหตุมีนิสัยเงียบขรึมไม่ค่อยพูด เป็นคนชอบในเรื่องของลัทธิ ชอบดูดวงให้กับเมีย จนล่าสุด ได้ทำนายเรื่องว่าเมียจะตายวันนี้ เวลานี้ สุดท้ายก็เป็นผู้ลงมือเสียเอง ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะฆ่าเมียได้ลงคอ เพราะปกติเป็นคนเชื่อเมีย เพราะเมียเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว ส่วนผู้ต้องหาไม่มีอาชีพ อีกทั้งผู้ต้องหายังเป็นคนเงียบ ไม่ชอบคุยกับใคร ถามคำตอบคำ เลยไม่คิดว่าจะอารมณ์ร้อน ซึ่งจะรอสอบถามจากน้องคนเล็กอีกครั้ง เพราะผู้ต้องหา มักจะชอบพูดคุยด้วย ส่วนแม่ตอนนี้ จิตใจค่อนข้างย่ำแย่ ร้องไห้หลายรอบแล้ว หลังจากทราบว่าฆ่าลูกสาวอย่างเหี้ยมโหด

ด้านนางมุข อายุ 63 ปี แม่ของผู้เสียชีวิตเปิดเผยทั้งน้ำตาด้วยความเสียใจว่า รู้สึกโกรธมากกับการกระทำของลูกเขย ที่ใข้วิธีฆ่าลูกสาวที่โหดเหี้ยมมาก ตนไม่มีวันยกโทษและให้อภัยเด็ดขาด

ทีมข่าวได้เดินทางไปยังที่เกิดเหตุ ภายในบ้านพบโต๊ะบูชา มีรูปและเครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ และภายในครัวยังพบรอยเลือดแห้งกรัง ทั้งในบ้านและนอกบ้านพบมีการทำที่สักการะบูชาหลายแห่ง นอกจากนี้ยังทราบจากทางญาติของผู้ต้องหาว่า ผู้ตายมีลูกด้วย เป็นผู้หญิงวัย 7 ขวบ ระหว่างเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้ไล่ให้ไปในบ้าน จึงทำให้ไม่เห็นเหตุการณ์

ทางด้านนายนัณธชัย สุรีพร เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างเหตุบ้านทุ่งเหียงพนัสนิคม ได้เล่าว่า หลังจากที่ได้รับแจ้งว่ามีคนถูกทำร้ายเสียชีวิตภายในบ้าน ก็รีบมาตรวจสอบพบผู้ก่อเหตุได้เอาเหล็กมาวางขวางทางไว้ แล้วบอกกับทางกู้ภัยว่าเป็นเขตห้ามเข้า เพราะเป็นพืันที่ทำพิธีส่งวิญญาณของผู้เสียชีวิตให้ไปสวรรค์ จึงได้รอให้ทางตำรวจมาตรวจสอบ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบสวน ผู้ก่อเหตุได้สารภาพว่าใช้ครกหินทุบหัวเมียจนเสียชีวิต ซึ่งจากการตรวจสอบที่ครกพบว่ามีคราบเลือดเต็มและตรงกับคำให้การของผู้ก่อเหตุจริง

เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวน สภ.เกาะจันทร์ ได้ตั้งข้อหาฆ่าโดยเจตนา และไตร่ตรองไว้ก่อน และจะดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป