ตร.รวบเครือข่าย “หมอบุญ” หลอกลงทุนโครงการทิพย์  เสียหายกว่า 7,500 ล้าน

อีจัน อ้วน

อีจัน อ้วน

24 พฤศจิกายน 2567

ตร.รวบเครือข่าย “หมอบุญ” หลอกลงทุนโครงการทิพย์  เสียหายกว่า 7,500 ล้าน

เป็นอีกหนึ่งคดีของบุคคคลมีชื่อเสียงที่น่าตกใจในสิ้นปีนี้ เกี่ยวกับการหลอกลงทุนโครงการทิพย์  ที่มีมูลค่าความเสียหายกว่า 7,500 ล้านบาท

วันที่ 23 พ.ย.67 เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม , พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.อัฏธพร วงศ์ศิริปรีดา ผบก.น.1 แถลงผลจับ เครือข่ายหลอกลงทุนโดยหมอบุญกับพวก

คดีนี้สืบเนื่องจากผู้เสียหาย ทยอยเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2534 จํานวน 247 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 7,500 ล้านบาท โดยพฤติการณ์แห่งคดี ผู้เสียหายได้รับการติดต่อชักชวนจากตัวแทน บริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ว่าเป็นตัวแทนการระดมเงินลงทุน ให้นายแพทย์บุญ หรือหมอบุญ และครอบครัว โดยแจ้งว่านําไปลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ เช่น โครงการสร้างศูนย์มะเร็ง , โครงการเวลเนสเซ็นเตอร์ , สร้างโรงพยาบาลใน สปป.ลาว , เข้าร่วมลงทุนกับโรงพยาบาลในเวียดนาม เป็นต้น

อีกทั้งนายแพทย์บุญ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับตัวเอง โดยกล่าวอ้างว่า จะมีการลงทุนดังกล่าว ผ่านสื่อสารธารณะ , เว็บไซต์ , สื่อออนไลน์ และสํานักพิมพ์หลายแห่ง มีการทําสัญญากู้ยืมเงิน โดยให้ผลตอบแทนสูงกว่าสถาบันการเงิน และจ่ายเช็คเพื่อชำระหนี้เงินกู้ และดอกเบี้ย ในชื่อนายบุญ พร้อมทั้งมีบุคคลในครอบครัวเป็น ผู้ค้ำประกันตามสัญญา และลายเซ็นสลักหลังในเช็คทุกฉบับ มอบให้แก่ผู้เสียหาย

ต่อมาเมื่อครบกําหนดชําระเงินตามเช็ค ปรากฏว่าธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินจากการตรวจสอบพบว่า โครงการต่าง ๆ ที่นายแพทย์บุญ นําเสนอผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ไม่มีอยู่จริง ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดฐาน ” ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน , ร่วมกันให้กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน ” เหตุเกิดพื้นที่ สน.

ห้วยขวาง ซึ่งเรื่องนี้ทาง พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ และ พล.ต.ต.สมควร พึ่งทรัพย์ รอง ผบช.น. เร่งรัดดําเนินการโดยด่วน เนื่องจาก มีผู้เสียหายจํานวนมาก และมูลค่าความเสียหายสูง

ต่อมาวันที่ 22 พ.ย.2567 คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตํารวจนครบาล 1 รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออํานาจศาลอาญา ออกหมายจับนายแพทย์บุญ ผู้ต้องหา กับพวกรวม 9 คน และศาลได้อนุมัติหมายจับ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 5645 – 5653 /2567 ลงวันที่ 22 พ.ย.2567 โดยชุดสืบสวน ติดตามจับผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 6 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนขยายผล เพื่อจับผู้ร่วมขบวนการนี้เพิ่มเติม และเร่งติดตามสืบค้น ยึด อายัดทรัพย์สินต่าง ๆ ของผู้ต้องหา เพื่อนำมาคืนให้กับผู้เสียหายให้ได้มากที่สุดต่อไป

จากนั้นเวลา 13.00 น. วันที่ 23 พ.ย.67 นาง จารุวรรณ อายุ 79 ปี และ น.ส.นลิน อายุ 51 ปี ภรรยาและบุตรสาว ของ นพ.บุญ วนาสิน ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีร่วมกันฉ้อโกง พร้อมด้วย ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1 โดยมี พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. เเละ พนักงานสอบสวนร่วมสอบปากคำ

นายชำนาญ ชาดิษฐ์ ทนายความ เปิดเผยว่า ลูกความทั้ง 2 คน ถูก นพ.บุญ ปลอมเเปลงมือชื่อ เนื่องจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีความผิดปกติ ทั้งลายเส้น น้ำหนักมือ รวมทั้งรูบเเบบอักษร จากลายเซ็นของทั้งสองคนอย่างชัดเจน ถึงเเม้ว่าลายเซ็นต์ที่อ้างว่ามีการปลอมเเปลง ยังไม่มีการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ โดยเรื่องดังกล่าว ทนายความเเละผู้เสียหายได้ไปเเจ้งความไว้ที่ ตำรวจ ปอศ.ตั้งเเต่เดือนพฤศจิกายน ปี 2566 เเต่ไม่ได้เปิดเผยให้เป็นข่าว เนื่องจากการปลอมลายเซนต์ มีความเชื่อมโยงกับอีกหลายคดี ที่เกี่ยวข้องกับคดีทางเศรษฐกิจ จึงต้องไปเเจ้งที่ ปอศ.

สำหรับคดีดังกล่าว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาในศาลเเพ่ง โดยศาลนัดพร้อมคู่ความทั้งสองฝ่ายเพื่อสืบพยานในเรื่องการปลอมลายเซ็นต์ เเละคดีอื่นๆ เร็วๆ นี้

สำหรับสถานะความสัมพันธ์ของนางจารุวรรณ ภรรยา กับ หมอบุญ ทนายความระบุว่า มีการหย่าร้างกันนานเเล้ว เเละช่วงที่ปลอมเเปลงลายเซ็นต์เกิดขึ้น หลังมีการหย่าร้างกัน อีกทั้งช่วงเวลาที่มีการปลอมเเปลงลายเซ็นต์ เพื่อทำสัญญาค้ำประกัน ตัวภรรยาหมอบุญ ก็อยู่ต่างประเทศ เเต่จำไม่ได้ว่า เดินทางไปช่วงไหน เพราะเดินทางบ่อย โดยมั่นใจว่าคนที่ปลอมลายเซ็นต์ เป็น “หมอบุญ” เพราะสัญญาในการกู้ยืม มีการระบุชื่อนายเเพทย์บุญ อย่างชัดเจน

ส่วนเหตุผลของการหย่าร้าง เเละเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน ทนายความ กล่าวว่า ตนเองไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องครอบครัว ส่วนการหลบหนีของหมอบุญ ตนเองไม่ทราบ และไม่สามารถติดต่อได้ เพราะตนเองเป็นทนายให้กับภรรยา เเละลูกสาวเท่านั้น