เสน่ห์หาหรือหลอกลวง? หนุ่มหลงรักเด็กเอ็นV ฝืนกฎหัวใจสุดท้ายถูกแทงข้างหลัง
โอปอ อีจันบันเทิง
16 มกราคม 2569

กระแสวันนี้ เป็นเรื่องราวของที่บางคนอาจจะบอกว่า เป็นการให้ด้วยการเสน่ห์หา บางคนอาจจะบอกว่า นี่มันคือการหลอกลวง! ต้องไปตามดูข้อกฎหมายดีๆ เพราะมันสามารถพลิกได้ทั้งสองมุม

เรื่องนี้มันน่าสนใจตรงที่มันอาจจะมีผู้ชายบางคน บางกลุ่ม อาจจะมีน้อย ที่ไปหลงรักผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ทำงานบริการ เราไม่ได้ดูถูกผู้หญิงที่ทำงานนี้… และมันมีอยู่จริงเรื่องนี้ ถึงจะมีน้อย แต่มันมีเรื่องนี้อยู่จริง ไม่ใช่ละคร ไม่ใช่บทละคร มันเหมือนมันเป็นการต้านกฎอยู่เสมอ ว่าเราเป็นลูกค้าห้ามไปหลงรักเด็กเอ็น หรือ เด็กเอ็นก็มีกติกาว่าห้ามไปหลงรักลูกค้า เหมือนเป็นการฝืนแรงต้าน เลยทำให้ตรงนี้มันเป็นประเด็นขึ้นมา
เพราะชายหนุ่มคนนี้ไปหลงรักผู้หญิงคนหนึ่งที่ ทำงานเอ็นวี สุดท้ายแล้ว เหมือนโดนแทงข้างหลังแล้วทะลุถึงหัวใจ เสียเงินเป็นหลักล้าน เพื่อให้ผู้หญิงคนนี้ เพื่อจะดึงผู้หญิงคนนี้หลุดพ้นจากอเวจีขึ้นมา เพื่อที่จะให้หยุดเพื่อที่จะทำงานบริการ แล้วอยู่กับเรา ใช้ชีวิตกับเรา ดูแลเรา พร้อมที่จะมีลูก สร้างครอบครัว พร้อมที่จะอยู่กับเขาจนแก่เฒ่า ไม่เคยจะมองอดีตของเขาเลย แต่สุดท้าย … ไม่เคยคิดเลยว่า สิ่งที่เราคิดดีกับเขา มันกลับกลายเป็นมีดที่กลับมาทิ่มแทงเราเอง
คุณต้า เริ่มเล่าว่า …

ต้า : เรื่องนี้เป็นข้อเท็จจริงทั้งหมด เกิดขึ้นกับตัวผมเอง เราก็มีพยานด้วยครับ ผมได้เอาเรื่องราวของผมไปโพสต์ลงโซเชียล เพจต่างๆเอาไปลงก็เลยเป็นประเด็นเกิดขึ้น ผมทำอาชีพค้าขายครับ ปีนี้อายุ 31 แล้ว
เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อตั้งแต่ช่วงมีนาคมปีที่แล้ว ผมติดต่อผ่านโมเดลลิ่ง ก็คือเป็นคนที่เอาไว้จัดหาเด็ก NV นี่แหละ ส่งทาง Line เหตุการณ์วันนั้นคือผมทำงานเลิกดึกมากประมาณเที่ยงคืน ด้วยความเหงาก็เลยทักหาโมเดลลิ่งบอกเขา เขาก็บอกว่า พี่ต้าต้องเอาน้องคนนี้ให้ได้นะ น้องคนนี้จำเป็นต้องใช้เงิน พี่ต้าไปกับน้องคนนี้หน่อยเหอะยังไงก็ต้องไป คืนนึงคือคืนแรกที่ผมได้เจอกับน้องวายครับ เจอกันที่ แถวนครปฐม ตอนแรกผมจะไม่ไปแล้วด้วยความที่ผมทำงานแล้วเลิกดึก มันเหนื่อย แต่เขาบอกว่าไม่เป็นไรน้องรอได้เปิดห้องรอแล้ว ถามว่าเขาส่งรูปมาให้ดูไหมส่งมาครับ ส่งเป็นทางรูปและวีดีโอ ต้องยอมรับตรงๆว่าในรูปไม่ได้สวยขนาดนั้น คือเฉยๆ
ตอนนั้นคุณมีแฟนอยู่ไหม?
“มีครับ”
ยอมรับเลยหรอไม่กลัวคนด่าหรอ?
“ผมไม่มีอะไรจะเสียแล้วครับ”
แล้วแฟนคุณนี่แต่งงานหรือจดทะเบียนสมรสไหม?
“จดทะเบียนสมรสครับ มีคนพูดกับผมคำนึงว่า ต่อไปนี้ให้อยู่กับทุกอย่างที่เป็นความจริงข้อเท็จจริงผมก็เลยอยากพูดความจริงครับ”
” เจอกันประมาณตี 2 ได้ครับอันนั้นคือครั้งแรกที่เจอกัน พอเสร็จธุรกิจของเราเรียบร้อยประมาณตี 3 ผมก็ถามน้องว่าให้ไปส่งไหมน้องก็บอกว่าไม่เป็นไร เขาถามว่าพี่อยู่ไหนล่ะผมก็บอกว่าพี่อยู่แถวกรุงเทพฯ งั้นเดี๋ยวไปลงแถวคอนโดพี่แล้วเดี๋ยวหนูนั่งแท็กซี่กลับก็ได้ระหว่างทางที่เรานั่งรถกันมา เขาพูดกับผมเราคุยกันดี เขาบอกว่าชอบผู้ชายแบบผมชอบหนุ่มตี๋ชอบผู้ชายขาวๆ เราก็คุยกันเรื่องไลฟ์สไตล์ชีวิต เขาเป็นคนชิวๆกินอะไรก็ได้ไปไหนก็ได้อยู่ง่ายๆสบายๆ แล้วเขาก็พูดมาคำนึงครับ เขาพูดว่าถ้าพี่ดูแลหนูนะ เป็นรายเดือนหนูจะอยู่กับพี่แค่คนเดียวเลย หนูจะรักพี่แค่คนเดียวหนูจะไม่ยุ่งกับใครเลย หลังจากนั้นผมก็บอกเขาว่า นี่แค่ครั้งแรกเองนะ เจอกันสัก 2-3 ครั้งก่อนได้ไหม พี่อยากรู้จักเรามากกว่านี้
ตอนที่เจอกันครั้งแรกจ่ายเงินค่าบริการเท่าไหร่?
วันนั้น 15,000 บาทครับ
น้องคนนี้เขาขอเงินเดือนเลยไหมในครั้งแรก?
เขาไม่ได้ขอเงินเดือนครับ มันมีความรู้สึกเชื่อใจก็คือ ปกติถ้าเป็นเด็กแบบนี้ เขาจะเรียกมาเลยว่าหนูขอแสนนึงหรือหนูขอ 200,000 บาทว่ากันไปเขาจะพูดตัวเลขมาเลยแต่น้องคนนี้เขาพูดหนูมีค่าใช้จ่ายประมาณนี้นะพี่ค่าคอนโดเท่านี้เขาแจ้งค่าใช้จ่ายให้ผมฟังต้องให้แม่เท่านี้ใช้กินไปเรียนประมาณนี้ เพราะเขาแจ้งค่าใช้จ่ายให้ฟังมันก็เลยอ๋อคือความจำเป็นของเขา
เขาพูดเรื่องราวที่น่าสงสารของเขาคือเรื่องอดีตของเขาเขาพูดประมาณว่า โมเดลลิ่งจะมีหลายคน เขาบอกว่าเขาเพิ่งย้ายจากโมเดลลิ่งคนเก่ามาคนใหม่ เพราะว่าไม่ได้เล่นคนเก่าเขาเนี่ย เขาเคยมีคนดูแลมาก่อนแล้ว ขอแทนชื่อว่าพี่หมอแล้วกัน


คุณถามเขาไหมว่าเขารับงานมานานหรือยัง?
“ครั้งแรกไม่ได้ถามครับ ผมเจอเขาประมาณต้นปี 68 เพราะว่าเขารับงานตั้งแต่ปลายปี 67 ถามว่าเชื่อได้ยังไงผมมีหลักฐาน ที่พอจะเชื่อได้ครับ เขาบอกผมประมาณนั้นแล้วผมก็ไปเจอหลักฐานที่มันสอดคล้องกัน น้องรับงานประมาณ 3-4 เดือน เขามีปัญหากับโมเดลลิ่งคนเก่าก็คือพี่หมอเนี่ย ตั้งแต่คนเลี้ยงเก่าประมาณว่าเขาเล่าให้ผมฟังว่าพี่หมอเนี่ย ไปเจอ คลิปประมาณว่าเขาเต้นติ๊กต๊อกกับ ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเข้าใจว่าเป็นแฟนเขาแต่จริงๆไม่ได้เป็นแฟนหนูนะ เป็นเพื่อนตุ๊ดหนู เข้าใจค่าเลี้ยงดูหนูมาสุดท้ายหนูต้องใช้ค่าเลี้ยงดูคืนเขาด้วย เขาก็เลยบอกว่าเขาเป็นแพนิคไปเลยเขาเศร้ามากช่วงหนึ่ง อันนี้คือครั้งแรกที่เจอกันคือเรื่องราวที่คุยกันครับ”
“หลังจากเขาแยกทางกับโมคนเก่ามาอยู่ที่โมคนใหม่ แล้วโมก็ปล้นเงินก็คือมาให้ผม พอครั้งที่ 2 3 เวลาผมเรียกผมก็จะนัดเวลาแปลกๆ เพื่อจะดูว่าเขาติดพันธะหรือมีอะไรหรือเปล่า ครั้งนั้นผมนัด 5:00 น เลย”
ในระหว่างที่คุณคิดตัดสินใจเนี่ยคุณก็ยังมีเมียอยู่นะ?
“ถูกต้องครับ ตอนนั้นเรามีปัญหากันมาสักพักใหญ่ๆแล้ว ผมเคยพูดกับเขาอยู่ว่าอย่าทำกับผมแบบนี้นะเพราะว่าไม่งั้นผมจะเป็นอีกคนนึงที่เป็นคนไม่ดี อันนี้ผมพูดกับอดีตภรรยานะครับ วันนี้ผมเลิกยากับเขาไปแล้วครับ แต่ตอนนั้นผมบอกกับเขาว่าอย่าทำกับผมแบบนี้ ผมมีปัญหากับอดีตภรรยามาเกือบปีแล้ว ก่อนที่จะมาเจอกับน้องคนนี้ผมบอก กับอดีตภรรยาตลอดว่าผมไม่มีความสุขเลย ชีวิตผมไม่อยากอยู่กับเขาแล้ว” ครั้งที่ 1 กับครั้งที่ 2 เวลาห่างกันเยอะไหม?
” ประมาณ 10 วัน ผมทักไปหาเขา ผมทักไปว่าคิดถึงนะ แล้วก็ส่งสติ๊กเกอร์ไป แล้วเขาก็ส่งสติ๊กเกอร์ที่เป็นสติ๊กเกอร์ที่น่ารักมากๆ กลับมารัวๆเลย แล้วก็เลยคุยกัน ระหว่างนั้นผมคุยกันมาก่อนสักพักนึงนะ ไม่ใช่ว่าทักและคิดถึงแล้วมาเจอเลย ก็มีการคุยกันมาก่อน คำที่เขาคุยกับผมมันเป็นคำที่ค่อนข้างจะดีมาก สภาพจิตใจผมตอนนั้นมันแย่มากเหมือนเขาเข้ามาฮีลใจให้ผม ก็มีการนัดกันผมนัดเขาประมาณ 5:00 น เพราะผมต้องไปทำงานที่สมุทรสาครตอนตี 5″
” วันนั้นก็อยู่กับเขาทั้งวัน เขาก็ไม่โวยวายไม่งอแงไม่บ่น เคยเจอหน้าก็ยิ้มแย้มแจ่มใส พูดตรงๆว่าตอนนั้นผมมีความสุข แล้วก็เริ่มที่จะเชื่อใจ ในครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 จนมาถึงครั้งที่จะเป็นพิสูจน์จริงๆ ถ้าเขาผ่านครั้งนี้ไปได้ผมจะตกลงกับเขาแล้ว และผมไม่เคยเลี้ยงใครมาก่อน ก็คือตอนช่วงประมาณกลางเดือนเมษายนครับ ผมนัดไปกับเพื่อนไปเที่ยวที่พัทยากัน ผมอยากรู้ว่าเขาเข้ากับเพื่อนของผมได้ไหม เวลาอยู่ด้วยกันเขาสามารถค้างคืนได้ไหม เขามีพันธะอะไรหรือเปล่า พอไปถึง ผมก็ แยกห้องกัน ตอนที่เขาอยู่ในห้องผมเอานาฬิกา Apple Watch วางไว้แล้วบันทึกเสียงแล้วผมก็เดินกลับไปที่ห้องเพื่อนผม บอกเขาว่าเดี๋ยวไปหาเพื่อนแป๊บนึงนะ ผมหายไปประมาณชั่วโมงกว่าเกือบ 2 ชั่วโมง ผมกลับมาอีกรอบนึง หยิบ Apple Watch กดหยุดบันทึก แล้วก็นั่งฟังว่าระหว่างที่เราไม่อยู่ เขาได้ใช้ช่วงเวลาคุยกับ คนอื่น หรือเปล่า ซึ่งก็ไม่มี เลยรู้สึกว่าเออน่าจะผ่าน ตอนตกลงผมพูดกับเขาชัดเจนว่า Y พี่ตกลงจะให้เงินเราเท่านี้นะ โดยมีเงื่อนไขว่า ก็คือเหมือนเป็นแฟนกันครับ อยู่กับพี่พี่เรียกก็คือต้องมา ต้องบริการพี่แค่คนเดียวเท่านั้น”
พูดง่ายๆคือคุณต้องการจะฉุดเขาออกมาจากวงการนี้ถูกไหม?
” ถูกต้องครับ เจตนาคือให้มาดูแลผมคนเดียว”
รักหรือยัง?
“ยังคับ”
“แยกทางกับภรรยาไม่ใช่เรื่องผู้หญิงคนนี้ครับ เป็นเรื่องที่มันคาราคาซังกันมาอยู่แล้ว”
” ผมเริ่มดูแลเขาตั้งแต่เมษายน ให้เขา 80,000 บาทต่อเดือน เขาอยู่คอนโด ถามว่าเคยไปคอนโดเขาไหมเคยครับ เขาอยู่คนเดียว 8 หมื่นที่เขาบอกคือเป็นค่าคอนโดประมาณ 15,000-16,000 บาท ที่เขาต้องให้แม่ประมาณ 20,000 บาท แล้วก็ค่ากินค่าอยู่เขา ประมาณ 45,000 บาท”
” เขาให้เหตุผลกับผมอีกอย่างหนึ่งว่า จะได้ประหยัดทางผมด้วย คือผมจะได้ไม่ต้องเรียกเด็ก เรียกเขาคนเดียว”
” เขาพูดประมาณว่าที่หนูต้องมาทำงานแบบนี้ก็เพราะว่าที่บ้าน แม่มีหนี้อยู่ 400,000 บาท ถ้าสมมุติพี่ออกให้หนู 400,000 บาท หนูก็จะไม่ต้องทำงานแบบนี้ตลอดชีวิตเลย แล้วหนูก็จะอยู่กับพี่คนเดียว ผมก็บอกว่าต้องหาตังค์ก่อนนะต้องทำงานก่อน ช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม ก็โอนให้เขา 400,000 บาท เป็นการทยอยจ่ายนะครับไม่ใช่จ่ายทีเดียว จากนั้นเราก็คุยกันมาเรื่อยๆ ช่วงประมาณเดือนตุลาคม ผมก็ได้ทำการหย่ากับภรรยา ผมกับเขาคบหากันจริงๆคือ หลังตุลาคม ผมบอกเขาว่าผมขอสะสางเรื่องเก่าก่อนเขาบอกว่าได้พี่ก็จัดการของพี่ให้เรียบร้อยนะ หลังจากนั้นประมาณตุลาคมเขาเป็นคนแบบผมว่า เดี๋ยวย้ายคอนโดมาอยู่ด้วยกันเลย เป็นแฟนกันแบบจริงจัง พี่ก็ไม่มีภรรยาแล้ว มาอยู่กับหนูจริงๆจังเลย เขาเป็นคนเสนอผม ผมก็บอกว่าได้ก็ดีพี่ก็ไม่มีที่อยู่แล้ว ก็เลยย้ายไปอยู่ด้วยกันที่คอนโด พี่มีชื่อเขาเป็นคนเช่าแต่ผมเป็นคนจ่ายครับ ที่เขาอยู่นั่นแหละครับ จากนั้นความสัมพันธ์ของเราก็ดีขึ้น เขาก็ดูแลผมอยู่กับผม ช่วยกันทำนู่นทำนี่ช่วยกันดูแลทุกอย่าง จนช่วงประมาณธันวาคมตั้งแต่เขาไปฝึกงาน ปกติเขากลับ 20:00 น แล้วก็มากินข้าวกับผม ดูหนังแล้วก็นอนจบ แต่พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เขากลับมา 5 ทุ่มเที่ยงคืน ตี 2 ตอนเขากลับมาตี 2 ผมก็เลยพูด ผมพูดกับเขาว่าวายทำไมถึงกลับมาตี 2 มันดึกไปไหมเดี๋ยวจะตื่นไปทำงานไม่ไหวนะ แล้วเราจะมีเวลาอยู่ด้วยกันตอนไหน เพราะระหว่างวันก็ไปฝึกงานอยู่ เขาก็บอกว่า หนูก็เป็นอย่างนี้แหละ หนูอยากอยู่กับเพื่อน ผมบอกว่าอยู่กับเพื่อนน่ะเข้าใจ แต่ว่าพี่ก็สำคัญนะ ควรจะแบ่งเวลาให้พี่บ้างนะ ก็ยังไม่มีการปรับปรุงใดๆทั้งสิ้นในช่วงนั้น ผมก็เริ่มเอะใจ ตอนช่วงปลายทางเราก็เริ่มเอะใจอะไรหลายๆอย่าง ก็เลยบอกเขาว่า เดี๋ยวผมจะย้ายออกจากคอนโดแล้วนะ เขาก็บอกว่าอย่าย้ายไม่ให้ย้าย พี่ใหญ่ย้ายไปเลยอยู่กับหนู คืนนั้นทะเลาะกันจน 5:00 น ช่วงธันวาอาจจะจ่ายให้เขาน้อยลงหน่อย ช่วงธันวาคมพฤศจิกายนก็จ่ายน้อยลงมาเยอะครับ จากนั้นมันเริ่มมีความเอะใจหลายๆอย่าง ที่ผ่านมาระหว่างคบกันผมไม่เคยเช็คโทรศัพท์เขาเลยแม้แต่ครั้งเดียว ผมไม่เคยไปจู้จี้ว่าเขาต้องกลับมาเวลานี้เขาต้องอยู่กับผมเวลานี้ไม่เคยบังคับก็อะไรเลย เข้าไปเที่ยวกับเพื่อนดึกดื่นแค่ไหน ผมทักไปหาเขามีแค่ความเป็นห่วง ว่าวายกลับมาถึงคอนโดหรือยัง อยู่ไหนเป็นห่วงนะ เขากลับมาบางที 7 โมงเช้าอย่างนี้ครับ เราเป็นห่วง เพราะหลังจากนั้นก็เลยคุยกับเขาว่า ถ้างั้นพี่ขอบังคับแล้วนะว่า วันนี้ต้องอยู่กับพี่ ฝึกงานเสร็จต้องกลับมาเจอพี่เวลานี้ เริ่มระบบเริ่มสร้างทำลาย เพราะถ้ารอเขาอยากเจอผม เหมือนเขาไม่อยากเจอเลย เหมือนเขาไม่หาเวลามาเจอผมเลย ก็เลยมีการระบุวัน”

ช่วง 3 เดือนที่อยู่ด้วยกันคุณมั่นใจได้ยังไงว่าน้องไม่ได้รับงานอีก?
” ผมก็มีเช็คกับโมเดลลิ่งบ้างครับ แต่ไม่รู้ว่าโมเดลลิ่งจะโกหกผมหรือเปล่า ผมก็เริ่มบังคับผมบอกว่าวันที่ 31 เราต้องอยู่ด้วยกันนะ ก็พาไปที่บ้าน คือเคาน์เตอร์บ้านผมเป็นปกติเลยนะ บ้านผมรับรู้ว่าเขาเป็นแฟนผม เพื่อนผมรับรู้ทุกคนว่าเขาเป็นแฟนผม แต่เพื่อนเขาเขาไม่เคยพาผมไปเจอเลย”
เพื่อนคุณเขารู้ไหมว่าน้องเขาเป็นใครยังไง?
” ผมไม่ได้บอกใครเลยเพราะผมให้เกียรติเขาเพราะมันผ่านมาแล้ว การพูดเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องดีก็เลยไม่เคยพูด”
หลายคนสงสัยว่าทำไมถึงตัดสินใจคบกับ ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่รับงานเอ็นแบบนี้?
” คือเขาดีกับเราจริงๆในช่วงเวลานึง ผมคิดอีกอย่างนึงคือผมเคยเป็นผู้ชายที่ไม่ดีมากๆ กับผู้หญิงในสถานะแฟน ก็ผ่านเวลาไปผู้หญิงคนนั้นเขาให้โอกาสผม ผมก็เลยคิดว่าควรให้โอกาสเขา ผมเคยเปลี่ยนจากคนที่เจ้าชู้มากๆกลายเป็นคนดีขึ้นได้ ก็เลยบอกเขา เขาน่าจะปรับปรุงตัวขึ้นได้น่าจะดีขึ้น”
เคยได้ยินกดใช่ไหมว่าลูกค้าห้ามรักเด็กเอ็น?
” เคยได้ยินครับ คือในสภาวะที่อยู่ด้วยกันคำพูดและการกระทำของเขามันทำให้เรารู้สึกว่าเชื่อมั่น ประมาณว่าพี่ไว้ใจหนูได้เลยพี่ส่งคนมาตามหนูได้เลย หนูอยู่กับพี่คนเดียวแน่นอน”
จุดแตกหักของคุณอยู่ตรงไหน?
” ช่วงนั้นเป็นช่วงปีใหม่ครับ ผมก็วางคิวไว้ว่าเขาต้องไปบ้านของวันที่ 31 แล้ววันที่ 1 จะกลับไปส่งเขาที่พัทยา แล้ววันที่ 5 ผมจะกลับบ้าน วันที่ 5 ที่ผมกลับบ้านเขากลับมาเร็ว กว่าปกติมากครับ ปกติเขาจะกลับ 20:00 น แต่วันนั้นเขากลับมาที่ 5 โมงเย็น ผมเลยถามเขาว่าทำไมถึง กลับมาได้เร็วขนาดนี้เขาบอกว่าเลิกงาน 4 โมง ผมก็เพิ่งรู้ว่าเลิกงาน 4 โมงเพราะปกติเขากลับมา 20:00 น แล้วเขาเอาช่วงเวลาช่วงนั้นไปไหนทำอะไร เขา กลับมา 5 โมงเพราะ จะให้เพื่อนที่เป็น lgbtq เนี่ย มานอนเป็นเพื่อนเขา คือมาฟังเพลงกันที่ห้อง เพื่อนคนนั้นสะอาดหรือเปล่าถ้าไม่สะอาดไม่ให้ขึ้นมานะ เขาบอกว่าสะอาดมากไม่ต้องห่วง แล้วเขาจะให้เพื่อนคนนั้นนอนอีกที่นึง ที่ไม่ได้เป็นพี่ที่พี่นอนอยู่ คือนอนที่เขาแทนนอนเตียงเดียวกัน ผมก็ไม่ได้ติดอะไรเพราะเพื่อนคนนี้เป็นบัดดี้กันอยู่แล้ว วันที่เจอกันวันที่ 5 ตอนเย็นคือเราไม่ได้มีสัมพันธ์กันมาสักระยะหนึ่งแล้ว ผมก็เลยขอเขาว่าขอมีสัมพันธ์กันก่อนได้ไหมก่อนที่ผมจะกลับบ้าน เขาปฏิเสธผมเขาบอกว่าไม่ได้ พี่จะมีความสัมพันธ์กับหนูตอนนี้ ไม่ได้ หนูไม่มีอารมณ์หนูไม่อยากทำ ผมก็นั่งเซ็งเพราะปกติผมไม่เคยขออะไร สุดท้ายผมก็ยอมกลับไปโดยดี จริงๆวันนั้นผมตั้งใจจะไปเช็คอยู่แล้ว ผมจะขึ้นไปบนห้อง แต่ผมลองโทรหาเขาดูก่อน”
” มันมีประเด็นแบบนี้ครับที่คอนโดของเรามันมีแมว ก็เลยมีหุ่นยนต์ที่เอาไว้ดูแมวครับ หุ่นยนต์แมวมันจะวิ่งไปวิ่งมาได้ เป็นกล้องวงจรปิดที่วิ่งไปวิ่งมาได้ วันนั้นใจอย่างหนึ่งว่าปกติเวลาเพื่อนมาเขาจะเปิดเพลงดังลั่นแต่ทำไมวันนั้นเงียบจัง โทรไปไม่รับผมก็เลยบุกไปที่คอนโดเลย ภาพที่รู้สึกแย่ที่สุดเลยคือ ผลแตะคีย์การ์ดเข้าไปผมได้ยินเสียงปิดประตูด้านในล็อคเลย แล้วผมหันไปตรงตู้เย็น ปกติเราจะมีรูปคู่เป็นโพลารอยด์ติดเยอะมาก เขาดึงรูปคู่ผมออกหมดเลยเหลือแต่รูปเขา ตอนผมออกไปออกไปประมาณ 5 โมงครึ่งครับ ตอนกลับไปตอน 23:30 น ผมก็มองไปที่รองเท้าเป็นรองเท้าผู้ชาย”
พ่อเขามาเยี่ยมหรือเปล่า?
” เท้ามันค่อนข้างใหญ่มากครับ เสร็จแล้วผมก็เดินไปตรงหน้าห้องเจอกระเป๋าเสื้อผ้าอยู่ เป็นกระเป๋าผู้ชายแล้วก็เสื้อผ้าผู้ชายทั้งหมดเลย ผมเคยเข้าใจแล้วว่าน่าจะเป็นผู้ชาย ผมเอาโทรศัพท์ตั้งถ่ายคลิปแล้วก็เคาะประตูเรียกเขา เขาถามผมว่ากลับมาทำไมพี่กลับมาทำไม ผมถามว่าใคร เขาบอกว่าก็เพื่อน lgbtq เขาไง เขาบอกชื่อเพื่อนคนนั้น ผมบอกว่าเปิด แล้วผมก็พยายามที่จะพังประตูเข้าไป สุดท้ายเขายอมเปิด”

