เปิดความจริง-เหตุผล จากปาก น้าแน็ก มีลูกแล้ว-หย่าร้าง

โอปอ อีจันบันเทิง

โอปอ อีจันบันเทิง

27 มกราคม 2569

เปิดความจริง-เหตุผล จากปาก น้าแน็ก มีลูกแล้ว-หย่าร้าง

นับเป็นอีกหนึ่งบทสัมภาษณ์ที่กำลังถูกจับตามองอย่างหนัก สำหรับบทสนทนาใน รายการ Life Lesson ที่ น้าแน็ก เปิดใจเล่าความจริงบางส่วนที่หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน แม้ตัวรายการจะยังไม่ได้ออนแอร์อย่างเป็นทางการ แต่เพียงแค่บางช่วงของบทสัมภาษณ์ที่ถูกหยิบออกมา ก็ทำให้หลายคนสนใจไม่น้อยค่ะ

ซึ่งเรื่องราวดังกล่าว ที่เป็นแค่บางส่วนที่ยังไม่ออนแอร์ในรายการ น้าแน็ก ได้มีการพูดคุยกับ คุณ โตโต้ พิธีกร ไว้ว่า

“ ผมไม่เคยพูดเรื่องนี้อย่างจริงจังว่าไม่อยากให้ใครไปยุ่งกับลูกผม และผมก็ไม่อยากให้เขาต้องเติบโต จริงๆผมมีลูกแล้วนะครับ แล้วผมก็ไม่เคยพูดที่ไหนอย่างจริงจัง และวันนี้ผมก็จะไม่พูดเรื่องนี้อย่างจริงจัง เหตุผลก็คือ ผมไม่อยากให้ใครไปยุ่งกับลูกผม และผมก็ไม่อยากให้เขาต้องเติบโตมาแล้วถูกลาเบลว่าลูกน้าเน็ก

เพราะถ้าเขาทำสิ่งยิ่งใหญ่ด้วยตัวเขา เขาจะเป็นแค่เพราะมึงเป็นลูกน้าเน็ก

แต่ถ้าเกิดเค้าผิดพลาดเค้าจะโดนกระทืบหนัก เพราะอุตส่าเป็นลูกน้าเน็ก

ผมไม่อยากให้เค้าจะต้องมาแบกภาระการจะต้องเป็นลูกใคร

และผมไม่อยากให้คนไปยุ่งกับลูกผม ผมก็ดูแลเค้ามาอย่างดีนะครับ

แล้วก็โอเคผมหย่าร้าง แต่ผมก็ดูแลเขาามาอย่างดี แล้วก็เมื่อ 18 มกราเนี่ย ผมไปงานรับปริญญาลูกผม ผมเข้าใจความรู้สึกพ่อแม่ที่เห็นลูกเรียนจบ ปริญญาตรี นั่นคือลูกคนเล็ก ผมมีลูก 2 คน ซึ่งคนรอบข้างที่ใกล้ชิดของผม เขาก็รู้ว่าเป็นลูกผม ผมไม่ได้หลบซ่อนปิดบัง แต่ผมไม่ได้เอาลูกมาแห่ออกสื่อ แล้วก็ชี้ชัดๆว่านี่คือลูกผม ผมไม่อยากให้เขาต้องโดนตีตราว่าเป็นลูกใคร

ลูกคนมีชื่อเสียงทุกคนเหนื่อยกับการแบกชื่อเสียงของพ่อ คนก็พยายามจะไปตัดสินอีกว่า ก็เป็นลูกคนดังต้องรับภานะหน้าที่นี้ เห้ย ผมไม่เชื่อหลักนี้ ผมมีความรู้สึกว่ามันแยกกันได้ ข้อดีของการเป็นลูกผมคืออะไรครับ ทำให้ผมมีเงินส่งเสียเลี้ยงดูเขาหรอ ซึ่งไม่ต้องเป็นลูกคนดังก็ได้ เป็นลูกใคร ใครก็สามารถเลี้ยงได้ แต่เขาไม่มีความจำเป็นต้องมาแบกภาระ ผมรู้สึกว่าเขาต้องมีชีวิตของเขาเอง ซึ่งทั้งคู่ขอบคุณผม เขาเข้าใจ เขาไปฝึกงานไปไหนไปทำอะไร เขาได้รับการเรียกชื่อ ด้วยชื่อของเขา เขาไม่ได้รับการพูดถึงว่า ลูกน้าเน็ก

นั้นแหละครับ ผมเลี้ยงเขาเหมือนกับที่ผมได้รับการเลี้ยงมา คืออะไรก็ได้เริ่มต้นจากเขา ขอให้เขาได้เป็นเขาในแบบที่เขาเป็นจริงๆ ถ้าเขาไม่ได้ต้องการคำสั่งสอน ผมไม่สอน เขาต้องการคำแนะนำ เขาจะรู้ว่าเขามีผมอยู่เสมอ เอาลูกเป็นศูนย์กลาง

หลายครั้งที่คนไม่รู้ว่าผมมีลูกแล้ว และในรายการที่ผมให้คำแนะนำ มักจะมีคอมเม้นต์ว่า มึงไปมีลูกก่อนดีกว่าไป มึงทำมารู้ดี ผมก็ไม่อ่านนะครับ ผมก็ไม่ตอบโต้ เพราะผมรู้สึกว่า เวลาใครที่วิพากษ์วิจารณ์เรา โดยที่ไม่รู้จักเราจริงๆ นอกจากมึงจะเสร่อแล้วดูน่าขบขัน จริงๆไม่ต้องเสียเวลาต้องอธิบาย แต่ผมมีความรู้สึกว่า ผมก็อยากเล่าให้ฟัง

ที่ผ่านมาผมไม่ได้โกหก แต่ผมแค่ไม่บอกเท่านั้นเอง ด้วยเหตุผลก็คือว่า ผมไม่รู้ว่าวันนี้ที่ผมมาพูด จะทำให้เกิดการความสนใจไปสืบไปอะไรหรือเปล่า ซึ่งก็ไม่ได้ยากอะไรเลย ที่ผ่านมาไม่ได้ซุกซ่อนเราก็เข้าไปในที่สาธารณะ อย่างน้อยๆล่าสุดก็ทำที่มหาลัยผมก็เดินจูงลูกผม หรือบางทีด้วยความที่แกโตกันหมดแล้ว บางทีเราก็ไปดื่มกัน มันก็มีสายตาแล้วก็ผมพาเด็กมา ก็อย่างที่บอกก็คือ มึงไม่ได้รู้จักกูเลย สายตาของมึงนอกจากเป็นความเสร่อ ก็ดูน่าขบขัน เพราะมึงก็ไม่ได้รู้จักกูจริงๆ ซึ่งผมไม่แคร์ ”

แม้ที่ผ่านมาเจ้าตัวจะไม่เคยออกมาพูดเรื่องนี้ต่อสาธารณะ แต่วันนี้ ความจริงจากปากของเขา กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งมุมที่ทำให้หลายคนจับตามองค่า