สรรพากรเตือน! ไม่ยื่นภาษี-จ่ายไม่ครบ เสี่ยงโดนปรับสูงสุด 2,000 บาท

ธรรมธรรม อีจัน

ธรรมธรรม อีจัน

2 เมษายน 2569

สรรพากรเตือน! ไม่ยื่นภาษี-จ่ายไม่ครบ เสี่ยงโดนปรับสูงสุด 2,000 บาท

วันที่ 2 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมสรรพากรออกมาย้ำเตือนผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ให้เร่งตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 สำหรับปีภาษี 2568 ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดในปี 2569 โดยสามารถยื่นผ่านออนไลน์ได้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2569 นี้เท่านั้น

ทั้งนี้ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากบทลงโทษทางกฎหมาย โดยกรมสรรพากรระบุว่า หากผู้เสียภาษีไม่ยื่นแบบ ยื่นล่าช้า หรือชำระภาษีไม่ครบถ้วน อาจต้องเผชิญทั้งโทษปรับทางอาญา ภาระเงินเพิ่ม รวมถึงดอกเบี้ยจากยอดภาษีค้างชำระ ซึ่งอาจกลายเป็นภาระทางการเงินที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็น

สำหรับหลักเกณฑ์สำคัญที่ผู้เสียภาษีควรรู้ มีดังนี้

1. ไม่ยื่นแบบ หรือยื่นแบบเกินกำหนด
ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 35 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีที่ไม่ยื่นแบบ หรือยื่นแบบล่าช้ากว่ากำหนด จะมีโทษปรับอาญาไม่เกิน 2,000 บาทต่อแบบ อย่างไรก็ตาม ผู้เสียภาษีสามารถยื่นคำร้องเพื่อขอลดหรือยกเว้นค่าปรับได้ ขึ้นอยู่กับเหตุผลและดุลพินิจของเจ้าพนักงานประเมินเป็นรายกรณี

โดยปกติ การยื่นแบบกระดาษจะสิ้นสุดช่วงปลายเดือนมีนาคม ขณะที่การยื่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ตมักได้รับการขยายเวลาออกไปเล็กน้อย ซึ่งผู้เสียภาษีควรติดตามประกาศอย่างเป็นทางการในแต่ละปี

2. ยื่นแบบแล้ว แต่ไม่ชำระภาษีภายในกำหนด
กรณีที่ผู้เสียภาษียื่นแบบแล้ว แต่ไม่ได้ชำระภาษีภายในกำหนดเวลา จะถือว่าเป็นการยื่นแบบไม่สมบูรณ์ โดยผลที่ตามมาคือ

  • ต้องชำระภาษีที่ค้างทั้งหมด
  • ต้องเสีย “เงินเพิ่ม” ซึ่งคำนวณจากยอดภาษีค้าง โดยคิดเป็นรายเดือนหรือเศษของเดือน นับตั้งแต่วันพ้นกำหนด
  • อาจถูกพิจารณาโทษปรับอาญาไม่เกิน 2,000 บาท ตามข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี

3. ยื่นแบบเกินกำหนด แยกตามกรณีมีภาษีหรือไม่มีภาษี

  • กรณีมีภาษีต้องชำระ
    ต้องชำระภาษีที่ค้าง พร้อมเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนด และอาจถูกปรับอาญา
  • กรณีไม่มีภาษีต้องชำระ
    แม้จะไม่มีภาษีค้าง แต่ยังถือว่าผิดกฎหมาย โดยทั่วไปจะถูกพิจารณาเฉพาะค่าปรับ โดยไม่มีเงินเพิ่ม

4. การยื่นแบบเพิ่มเติม (แก้ไขภายหลัง)
หากผู้เสียภาษีตรวจพบว่าการยื่นแบบครั้งแรกไม่ถูกต้อง หรือคำนวณภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง สามารถยื่นแบบเพิ่มเติมได้

  • หากมีภาษีต้องชำระเพิ่ม ต้องจ่ายเฉพาะส่วนต่าง พร้อมเงินเพิ่มตามกฎหมาย
  • โดยทั่วไปจะไม่ถูกปรับ หากเป็นการยื่นแก้ไขโดยสมัครใจ
  • หากไม่มีภาษีเพิ่ม จะไม่ต้องเสียทั้งเงินเพิ่มและค่าปรับ

5. การผ่อนชำระภาษี และผลของการผิดนัด
กรมสรรพากรเปิดโอกาสให้ผู้เสียภาษีที่มีภาระภาษีจำนวนมาก สามารถขอผ่อนชำระเป็นงวดได้ตามเงื่อนไขที่กำหนดในแต่ละปี
อย่างไรก็ตาม หากผิดนัดชำระงวดใดงวดหนึ่ง จะถือว่าสิ้นสุดสิทธิการผ่อนทันที และต้องชำระภาษีที่เหลือทั้งหมด พร้อมเงินเพิ่ม

6. การขอคืนภาษีย้อนหลัง
ในกรณีที่ผู้เสียภาษีมีสิทธิได้รับคืนภาษี แต่ไม่ได้แจ้งความประสงค์ไว้ในแบบ ภ.ง.ด.90/91 ยังสามารถยื่นคำร้องขอคืนภาษีได้ภายหลัง โดยใช้แบบ ค.10 และต้องดำเนินการภายใน 3 ปี นับจากวันสุดท้ายของกำหนดยื่นแบบ

เอกสารที่ต้องใช้ เช่น หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) หลักฐานค่าลดหย่อนต่าง ๆ เช่น ประกันชีวิต กองทุน RMF/SSF ดอกเบี้ยบ้าน ใบเสร็จบริจาค และหลักฐานประกันสังคม เป็นต้น

7. ได้รับเงินคืนเกินสิทธิ ต้องคืนภายในกำหนด
หากผู้เสียภาษีได้รับเงินคืนเกินกว่าที่มีสิทธิ และได้รับหนังสือแจ้งจากเจ้าพนักงานประเมิน จะต้องนำเงินมาคืนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง มิฉะนั้นจะต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มเติม

8. การขอคัดสำเนาแบบ ภ.ง.ด.90/91

  • กรณียื่นออนไลน์ สามารถพิมพ์เอกสารได้จากระบบของกรมสรรพากร
  • กรณียื่นที่สำนักงาน สามารถติดต่อขอคัดสำเนาได้ที่สรรพากรพื้นที่ตามภูมิลำเนา
    โดยต้องใช้หลักฐานแสดงตัวตน และกรณีมอบอำนาจต้องมีหนังสือมอบอำนาจพร้อมอากรแสตมป์

ทั้งนี้ กรมสรรพากรเน้นย้ำว่า ผู้เสียภาษีควรติดตามประกาศและแนวปฏิบัติอย่างใกล้ชิด เนื่องจากบางมาตรการ เช่น การขยายเวลายื่นแบบ หรืออัตราเงินเพิ่ม อาจมีการเปลี่ยนแปลงเป็นกรณีพิเศษในแต่ละปีภาษี เพื่อให้การยื่นภาษีเป็นไปอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และไม่เกิดภาระเพิ่มเติมในภายหลัง