ข่าวดีสายรูดบัตร! “ธปท.” จ่อต่ออายุ ยืดจ่ายขั้นต่ำ 8%

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

9 เมษายน 2569

ข่าวดีสายรูดบัตร! “ธปท.” จ่อต่ออายุ ยืดจ่ายขั้นต่ำ 8%

วันนี้ (9 เม.ย.69) นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยถึงเกณฑ์ชำระขั้นต่ำ (Minimum Payment หรือ Min Pay) บัตรเครดิต โดยอัตราปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 8% ซึ่ง ธปท. ได้ต่ออายุอัตราดังกล่าวจนถึงสิ้นปี 2569 จากเดิมที่จะปรับขึ้น 10% ในปี 2568

อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์ หรือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลขยายวงกว้างมากขึ้น จากเดิมที่คาดว่าสงครามจะยุติได้ในช่วงไตรมาส 2/2569

เพื่อช่วยเหลือประชาชนในการบรรเทาภาระของลูกหนี้ ธปท. มีเครื่องมือที่ไว้สำหรับรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งการขยายมาตรการชำระขั้นต่ำ 8% ยังอยู่ในขั้นตอนพิจารณา ซึ่งต้องดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

“มาตรการชำระขั้นต่ำ 8% เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่วางไว้ บนกระดาน ร่วมกับมาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ”

ทั้งนี้ ธปท. เตรียมพิจารณามาตรการ เช่น มาตรการฟ้าส้ม หรือการปรับโครงสร้างหนี้อย่างเข้มขน (ลดต้นลดดอก) สำหรับลูกหนี้ที่ยังไม่เป็นหนี้เสีย ผ่าน DR (Debt Restructuring) เพื่อเป็นการป้องกันก่อนเกิดปัญหา และกลุ่มลูกหนี้ที่มีปัญหาการชำระหนี้แล้วที่จะใช้ TDR (Troubled Debt Restructuring) โดยมาตรการเหล่านี้จะถูกนำมาใช้เมื่อสถานการณ์สุกงอมกว่านี้

นายอธิศ รุจิรวัฒน์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านกรุงศรี คอนซูเมอร์ กล่าวว่า แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาใช้จ่ายแบบผ่อนชำระและรัดเข็มขัดยังคงดำเนินต่อเนื่องจนถึงปี 2569 และเชื่อว่าไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงระยะสั้น แต่เป็นการปรับตัวในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจทั้งในประเทศและทั่วโลกยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายมากขึ้น

นายอธิศกล่าวว่า พฤติกรรมดังกล่าวส่งผลต่อธุรกิจอย่างชัดเจน เนื่องจากในอดีต หากบางกลุ่มลูกค้าไม่เติบโต ยังสามารถขับเคลื่อนจากกลุ่มอื่นได้ แต่ปัจจุบันเมื่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยทางจิตวิทยา ทำให้การกระตุ้นการใช้จ่ายทำได้ยากขึ้น การเสนอส่วนลดเพียงเล็กน้อย 

เช่น 5% อาจไม่เพียงพอให้ผู้บริโภคตัดสินใจออกมาจับจ่ายเหมือนในอดีต ขณะที่การเพิ่มแรงจูงใจให้สูงขึ้น เช่น 20% ก็อาจไม่คุ้มค่ากับต้นทุนของธุรกิจ ส่งผลให้การลงทุนเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคมีความเสี่ยงและไม่แน่นอนมากขึ้น

“สำหรับสถานการณ์ลูกหนี้ ปัจจุบันยังไม่พบการเพิ่มขึ้นของอัตราผิดนัดชำระหนี้ในสินเชื่อบุคคลและบัตรเครดิต โดยภาพรวมยังคงอยู่ในระดับที่มีเสถียรภาพ”

นายอธิศกล่าวว่า ขณะเดียวกัน บริษัทมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าอย่างต่อเนื่อง เช่น การคงอัตราการชำระขั้นต่ำไว้ที่ 8% ตามความร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รวมถึงการคืนดอกเบี้ย 0.25% ให้ลูกค้าที่ชำระตรงเวลา และมาตรการปรับโครงสร้างหนี้สำหรับลูกค้าที่มีปัญหา

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังต้องติดตามในระยะยาว โดยเฉพาะหากเกิดวิกฤตพลังงานหรือราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้าในอนาคต แต่ ณ ปัจจุบัน ภาพรวมยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ และยังไม่พบสัญญาณน่ากังวล

จากข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรในปี 2568 พบสัญญาณการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างมีนัยสำคัญ แม้แต่ในกลุ่มลูกค้าพรีเมียม (High-end) ที่เริ่มลดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือยลง

Dining ยอดใช้จ่ายร้านอาหารหรู (Fine Dining) ติดลบถึง 18% ขณะที่ร้านอาหารบริการด่วน (Fast Food/QSR) เติบโต 9% สะท้อนการเลือก ‘อิ่มเท่ากันในราคาที่ถูกลง’

Fashion กลุ่มสินค้า Luxury ติดลบ 11% ในขณะที่ Fast Fashion ยังคงทรงตัวได้

Healthcare ยอดใช้จ่ายโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ลดลง 5% แต่โรงพยาบาลรัฐเพิ่มขึ้น 7%

Convenience Wins ยอดใช้จ่ายหน้าร้าน (Face-to-face) ติดลบ 3% สวนทางกับออนไลน์ที่ยังโตต่อเนื่อง และบริการ Travel Agent แบบครบวงจรที่โตถึง 11% เนื่องจากตอบโจทย์ความสะดวกสบาย

นอกจากนี้ ยังพบว่าลูกค้ามีพฤติกรรมการรูดบัตรบ่อยครั้งขึ้น (Frequency +60%) แต่มียอดต่อครั้งเล็กลง และหันไปใช้การผ่อนชำระ 0% แทนการจ่ายเต็มจำนวนมากขึ้นเพื่อบริหารเงินสดในมือ