ทาสยุคใหม่ เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนลูก ดันตลาดสัตว์เลี้ยงไทยโต
พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)
2 พฤษภาคม 2568

(วันนี้ 2 พ.ค.68) “ทาสหมา-ทาสแมว” ยุคใหม่ “สัตว์เลี้ยงกลายเป็นลูกคนหนึ่ง”




เวลาเปลี่ยนอะไรก็เปลี่ยน ค่านิยมการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเปลี่ยนไปแล้วค่ะ เมื่อคนยุคใหม่ยอมเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนลูกคนหนึ่ง ที่ไม่ได้จ่ายแค่ค่าอาหาร แต่มีหลากหลายค่าให้ทาสๆต้องจ่าย ทั้งค่าหาหมอ ฉีดวัคซีนประจำ วัคซีนป้องกันโรค ค่าอาบน้ำ เครื่องแต่งกาย แอคเซสเซอรี่ เครื่องประดับต่างๆ ทาสคนนี้ยอมจ่าย จริงไหมคะ?
ในปี 2025 นี้ การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงไม่ใช่แค่การมีเพื่อนคลายเหงาอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นการเลี้ยงดูเสมือนสมาชิกในครอบครัวคนหนึ่ง ที่เป็นทั้งเพื่อน น้อง พี่ และลูก หรือที่เรียกว่า “Pet Parent” ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังมาแรงในหมู่คนรุ่นใหม่

อีจันได้มีโอกาสมาเดินงาน PET EXPO 2025 และได้สอบถามเจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายๆท่าน เกี่ยวกับค่านิยมของคนในยุคนี้ ที่เลี้ยงสัตว์เลี้ยงเหมือนลูกคนหนึ่ง จึงทำให้รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงยอมจ่ายให้กับสัตว์เลี้ยงเหล่านี้
📍ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเลี้ยงสัตว์เหมือนลูก?
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างครอบครัวในสังคมไทย โดยเฉพาะกลุ่ม SINK (Single Income No Kids) และ DINK (Double Income No Kids) ที่มีแนวโน้มแต่งงานช้าลงหรือไม่มีบุตร ทำให้หันมาเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเพื่อเติมเต็มความรักและความอบอุ่นในชีวิตประจำวัน




📍ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแต่ละครอบครัว
การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงในลักษณะนี้ มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อปีสูงถึง 41,100 บาท หรือมากกว่านี้ ต่อสัตว์เลี้ยงหนึ่งตัว ซึ่งรวมไปถึง
- ค่าอาหารและขนม : ประมาณ 22,500 บาท
- ค่าสุขภาพ : เช่น วัคซีน อาหารเสริม และค่ารักษา ประมาณ 10,125 บาท
- ค่าของเล่นและค่าดูแล : ประมาณ 8,575 บาท
นอกเหนือจากนี้ บางครอบครัวเวลาไปเที่ยวต่างประเทศหรือไปเที่ยวต่างจังหวัด ก็มักจะมีเงื่อนไข คือ หาที่พักสัตว์เลี้ยงที่เป็น Pet friendly เพื่อให้ลูกๆของเขาไปด้วยได้ บางครอบครัวก็จะมีค่านำไปสัตว์เลี้ยงไปฝากไว้ตามโรงแรมสัตว์เลี้ยง แต่บางครอบครัวที่มีความพน้อมมากๆ ก็ยอมจ่ายค่าตั๋วเครื่องบิน เพื่อให้สัตว์เลี้ยงของเขาได้ไปด้วย





ค่านิยมที่เปลี่ยนไป ทำให้ตลาดสัตว์เลี้ยงไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่ระบุว่าในปี 2566 ธุรกิจกิจที่เกี่ยวเนื่องกับสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยมีมูลค่าผลประกอบการรวมกว่า 258,703 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากปีก่อนหน้า โดยมีผู้ประกอบการในกลุ่มนี้มากกว่า 5,000 รายทั่วประเทศ และมีกำไรสุทธิรวมกว่า 14,990 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจสัตว์เลี้ยงในไทยมีรากฐานที่มั่นคง เพราะคนไทยจำนวนมากพร้อมลงทุนเพื่อดูแลสัตว์เลี้ยงอย่างจริงจัง
แนวโน้มธุรกิจสัตว์เลี้ยงปี 2568 ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์การดูแลสัตว์เลี้ยงในฐานะสมาชิกครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นอาหารพรีเมียม วิตามิน ของใช้เฉพาะทาง ไปจนถึงการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เทคโนโลยี และการส่งเสริมพฤติกรรมสัตว์เลี้ยง



📍สัตว์เลี้ยงยอดนิยมของแต่ละเจเนอเรชัน
- Gen Z: นิยมเลี้ยงสุนัขมากที่สุด และมีการใช้จ่ายกับผลิตภัณฑ์สัตว์เลี้ยงเติบโตสูงสุดถึง 46%
- Gen Y: ขึ้นแท่นทาสแมวอันดับ 1 เนื่องจากไลฟ์สไตล์ที่เร่งรีบและนิยมอยู่คอนโด
- Gen X: นิยมเลี้ยงปลาและนก เพื่อเสริมความสิริมงคลและไม่สร้างภาระมากนัก
- Baby Boomer: เป็นกลุ่มที่เลี้ยงสัตว์น้อยที่สุด
📍ธุรกิจที่เติบโตตามเทรนด์ Pet Parent
- อาหารสัตว์เกรดโฮลิสติก : มียอดขายเติบโตมากถึง 20 เท่าในปีที่ผ่านมา
- บริการดูแลสัตว์เลี้ยง : เช่น อาบน้ำ ตัดขน สปา และ Pet Wellness Center กำลังได้รับความนิยม
- อุปกรณ์และของเล่น : การจับจ่ายในส่วนของอุปกรณ์และค่าดูแลมีทิศทางเพิ่มขึ้นในอัตราเร่ง




เมื่อสัตว์เลี้ยงกลายเป็น “Petfluencer” พ่อเลี้ยง แม่เลี้ยงออนไลน์ยุคใหม่ สัตว์เลี้ยงบางตัวได้รับความนิยมในโซเชียลมีเดียอย่างมาก จนกลายเป็น “Petfluencer” ไปโดยปริยาย ทั้งด้วยความน่ารัก คาแรคเตอร์ รวมไปถึงเจ้าของที่ช่วยสร้างคาแรคเตอร์ให้กับน้องๆ เช่น ภาคเสียงตามสีหน้าหน้าตาของน้องๆ ก็สามารถสร้างรายได้ให้กับเจ้าของได้เหมือน ทั้งการรีวิวสินค้า หรือการเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับแบรนด์ต่าง ๆ
การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงเสมือนลูกในปี 2025 ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่สะท้อนถึงความต้องการความรักและความอบอุ่นในชีวิตประจำวันของคนรุ่นใหม่ พร้อมทั้งเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ ๆ ที่ตอบสนองความต้องการของ Pet Parent อย่างแท้จริง






