“คลัง” เตรียมเงิน 1.5 แสนล้าน ควิกวินโครการกระตุ้นเศรษฐกิจ

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

วินทร์ กุมภเศรษฐ์

18 กันยายน 2568

“คลัง” เตรียมเงิน 1.5 แสนล้าน ควิกวินโครการกระตุ้นเศรษฐกิจ

วันนี้ (18 ก.ย. 68) ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการคลัง ว่า ขณะนี้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่ รมว.คลัง มีนโยบายที่จะฟื้นโครงการคนละครึ่งเฟสใหม่เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านอาหารและช่วยเหลือค่าครองชีพของประชาชนโดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้งบประมาณจำนวน 25,000 ล้านบาท โดยโครงการคนละครึ่งรอบใหม่จะแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ 1.ผู้ยื่นแบบภาษีจำนวน 11 ล้านคน  รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% 2.ประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รัฐช่วยจ่าย 50% และประชาชนจ่าย 50%

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โครงการคนละครึ่งควรทำเป็นโครการขนาดใหญ่ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหรือใช้วงเงินตั้งแต่ 50,000 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนจะแจกให้ประชาชนรายละเท่าใดนั้น ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล ซึ่งจะต้องมีการพิจารณากับนโยบายอื่นร่วมด้วย หากทำโครงการคนละครึ่งก่อนสิ้นปีงบประมาณรายจ่าย 2568 ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย. นี้ ก็สามารถใช้งบกลาง รายการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2568 ที่มีวงเงินเหลืออยู่ 26,000 หมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกันกระทรวงการคลังยังมีโครการที่มีความพร้อมและสามารถทำได้ทีเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น   โครงการคนละครึ่ง มาตรการ Easy e-Receiptเป็นต้น และยังมีเงินงบประมาณ งบกลาง รายการกระตุ้นเศรษฐกิจปี 2569 จำนวน 25,000 หมื่นล้านบาท และงบกลาง รายการเงินสํารองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจําเป็น ปี 2569 จำนวน 90,000-100,000 ล้านบาท ที่สามารถนำมาทำโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจได้

“สำหรับเงินที่มีอยู่อาจจะไม่ได้ใช้ทำโครงการคนละครึ่งทั้งหมด อาจจะมีโครงการหรือมาตรการอื่นๆ ด้วย ซึ่งขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะมีนโยบายอะไรออกมา” แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับโครงการคนละครึ่งทั้ง 5 เฟส ที่ดำเนินการสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันโอชา วงเงินรวม 2.3 แสนล้านบาท  โดยขณะนั้นรัฐบาลได้ออก พ.ร.ก.กู้เงินเพื่อรับมือวิกฤติโควิด-19 ในช่วงปี 2563-2565 รวมวงเงิน 1.5 ล้านล้านบาท โดยงบประมาณจำนวนหนึ่งถูกนำมาใช้เยียวยาผลกระทบให้กับประชาชนและผู้ประกอบการ

สำหรับมาตรการสำคัญที่รัฐบาลนำมาใช้ลดผลกระทบด้านกำลังซื้อคือ “มาตรการคนละครึ่ง” เริ่มใช้มาตั้งแต่ ต.ค. 2563 ถึง ต.ค.2565 โดยทั้ง 5 เฟส แบ่งเป็น

เฟส 1 เริ่มในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. 2563 ใช้งบประมาณรวม 29,600 ล้านบาท จำนวนผู้ได้รับสิทธิ 10 ล้านคน วงเงินที่ได้รับ 3,000 บาท/คน

เฟส 2 เริ่มในช่วงเดือนม.ค.-มี.ค. 2564  ใช้งบประมาณรวม 20,300 ล้านบาท จำนวนผู้ได้รับสิทธิ 15 ล้านคน วงเงินที่ได้รับ 3,500 บาท/คน

เฟส 3 เริ่มในช่วงเดือนก.ค.-ธ.ค. 2564 ใช้งบประมาณรวม 110,000 ล้านบาท จำนวนผู้ได้รับสิทธิ 31 ล้านคน วงเงินที่ได้รับ 3,000 บาท/คน (รวมเฟส 3 เพิ่มเติม)

เฟส 4 เริ่มในช่วงเดือนก.พ.-เม.ย. 65 ใช้งบประมาณรวม 30,300 ล้านบาท จำนวนผู้ได้รับสิทธิ 26 ล้านคน วงเงินที่ได้รับ 1,200 บาท/คน

เฟส 5 เริ่มในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. 65 ใช้งบประมาณรวม 18,200 ล้านบาท จำนวนผู้ได้รับสิทธิ 26 ล้านคน วงเงินที่ได้รับ 800 บาท/คน