ยอดผลิตรถในประเทศตกฮวบ! ยอดส่งออกก็ร่วง ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 16.62

ตู๋ อีจัน

ตู๋ อีจัน

28 สิงหาคม 2567

ยอดผลิตรถในประเทศตกฮวบ! ยอดส่งออกก็ร่วง ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 16.62

สถานการณ์การผลิตรถยนต์ ยอดขาย และการส่งออกยานยนต์ของประเทศไทยในเดือนกรกฎาคม 2567 ตกฮวบ!

มันเกิดอะไรขึ้น เศรษฐกิจไม่ดีขึ้น หนี้เสียครัวเรือนยังพุ่งสูง ธนาคารและบริษัทสิ้นเชื่อรัดเข็มขัด ปล่อยสิ้นเชื่อยาก

วันนี้ ตู๋ลิ่วล้อ มาสรุปบทความของ เว็บไซต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ (ส.อ.ท.) กันครับ

เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2567

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการผลิต ยอดขายภายในประเทศ

และการส่งออกของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ของประเทศไทยในเดือนกรกฎาคม 2567

การผลิตรถยนต์ภายในประเทศ

ในเดือนกรกฎาคม 2567 ประเทศไทยมียอดการผลิตรถยนต์ทั้งหมด 124,829 คัน

ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 16.62 การผลิตในเดือนนี้แบ่งออกเป็น:

  • รถยนต์นั่ง: ผลิตได้ 46,046 คัน ลดลงร้อยละ 8.94 เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566 โดยมีการผลิตรถยนต์นั่งไฟฟ้า (BEV) จำนวน 522 คัน
  • รถกระบะขนาด 1 ตัน: ผลิตได้ 77,838 คัน ลดลงร้อยละ 19.14 เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566

ยอดการผลิตรถยนต์ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2567 รวม 7 เดือน

มีทั้งหมด 886,069 คัน ลดลงร้อยละ 17.28 จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน

ยอดขายภายในประเทศ

ยอดขายรถยนต์ในประเทศของเดือนกรกฎาคม 2567 มีจำนวน 46,394 คัน ลดลงร้อยละ 20.58 เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566 สาเหตุหลักมาจากการเข้มงวดในการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน เนื่องจากหนี้ครัวเรือนที่สูงและเศรษฐกิจที่เติบโตในอัตราต่ำ

ยอดขายรถยนต์แบ่งออกเป็น:

  • รถยนต์นั่ง: มียอดขาย 27,736 คัน ลดลงร้อยละ 7.03 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (2566) โดยรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) มียอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 54.01 มาอยู่ที่ 6,835 คัน
  • รถกระบะ: มียอดขาย 13,167 คัน ลดลงร้อยละ 35.17 เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ยอดขายรถยนต์ในประเทศตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2567

มีจำนวน 354,421 คัน ลดลงร้อยละ 23.71 จากช่วงเดียวกันของปี 2566

การส่งออกรถยนต์

เดือนกรกฎาคม 2567 ประเทศไทยส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปได้ 83,527 คัน ลดลงจากเดือนที่แล้วร้อยละ 6.22

และลดลงร้อยละ 22.70 จากเดือนกรกฎาคม 2566 ปัญหาการขนส่งที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลางและยุโรปส่งผลกระทบต่อการส่งออกในตลาดหลัก เช่น เอเชีย ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และยุโรป

รายละเอียดการส่งออก:

  • รถกระบะ: ส่งออก 45,439 คัน ลดลงร้อยละ 24.68 จากปี 2566
  • รถยนต์นั่ง ICE: ส่งออก 26,288 คัน ลดลงร้อยละ 22.65 จากปี 2566
  • รถยนต์นั่ง HEV: ส่งออก 3,684 คัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 405.35 จากปี 2566

ยอดการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปตั้งแต่เดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2567

มีจำนวน 602,567 คัน ลดลงร้อยละ 5.39 จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2566

สถานการณ์รถจักรยานยนต์

เดือนกรกฎาคม 2567 การผลิตรถจักรยานยนต์มีจำนวนทั้งสิ้น 179,176 คัน ลดลงร้อยละ 8.01 เมื่อเทียบกับเดือนกรกฎาคม 2566

ในขณะที่ยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศมีจำนวน 141,557 คัน ลดลงร้อยละ 6.12 จากเดือนเดียวกันของปี 2566

การส่งออกรถจักรยานยนต์ในเดือนกรกฎาคม 2567 มีจำนวน 58,757 คัน ลดลงร้อยละ 8.53 จากเดือนกรกฎาคม 2566

สรุปในเดือนกรกฎาคม 2567 ภาคการผลิตและส่งออกยานยนต์ของประเทศไทย

ต้องเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ

การเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อและปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม การเติบโตของการผลิตและยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ยังคงมีแนวโน้มที่ดี

ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงสู่การใช้พลังงานสะอาดในอนาคต

ที่มา : สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)