คมนาคม เข้ม ตรวจเรือโดยสารทั่วประเทศ เน้นย้ำความปลอดภัยสูงสุด หวั่นเหตุร้าย

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

8 ตุลาคม 2567

คมนาคม เข้ม ตรวจเรือโดยสารทั่วประเทศ เน้นย้ำความปลอดภัยสูงสุด หวั่นเหตุร้าย

หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้เรือโดยสาร ชื่อเรือ ฟลามิงโก้ เลดี้ 2 ที่ จ.ภูเก็ต เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา รวมถึงสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางเรือ ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ทางกระทรวงคมนาคม ต้องหันกลับมาประเมินความเสี่ยงและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ แม้เหตุที่เกิดขึ้น จะโชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บมากนัก แต่ความปลอดภัยก็ต้องมาก่อน

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากสถิติอุบัติเหตุของเรือโดยสารที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมานั้น โดยเพื่อสร้างความปลอดภัยในการเดินทางทางน้ำของพี่น้องประชาชน ดังนั้น จึงได้สั่งการให้กรมเจ้าท่า (จท.) กำหนดมาตรการในการดูแลความปลอดภัยของเรือโดยสาร เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของพี่น้องประชาชนให้มีความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยสูงสุด

ทั้งนี้ ได้กำชับให้กรมเจ้าท่า ตรวจสอบเรือทุกลำ ทั้งเรือโดยสาร เรือโดยสารสาธารณะ และเรือโดยสารทั่วไปอย่างเข้มงวด โดยในส่วนของเรือโดยสารต่างๆ ทั้งในลำแม่น้ำ เช่น แม่น้ำเจ้าพระยา และให้บริการชายฝั่งทะเล ที่ตอนนี้มีทั้งหมด 15,685 ลำ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทั้งประเภทดีเซลและเบนซิน และสามารถจำแนกออกได้เป็น เรือโดยสารประจำทาง 266 ลำ เรือโดยสารและภัตตาคาร จำนวน 108 ลำ ขณะที่ เรือโดยสารประจำทางที่ให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น เรือโดยสารในคลองแสนแสบ จำนวน 60 ลำ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล B20 เรือโดยสารในลำแม่น้ำเจ้าพระยา แบ่งเป็น เรือด่วนเจ้าพระยา จำนวน 40 ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล B 20 และเรือไฟฟ้า จำนวน 35 ลำ 2.3 เรือโดยสารภัตตาคาร จำนวน 52 ลำ ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงดีเซล

ทั้งหมดนี้ได้มอบหมายให้กรมเจ้าท่า ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวดในทุกจังหวัด ดูความมั่นคงแข็งแรงโครงสร้างตัวเรือ, ตรวจสอบระบบท่อส่งน้ำมันเชื้อเพลิง ระบบไฟฟ้า, ตรวจสอบเครื่องยนต์ ระบบกลไกในการขับเคลื่อนเรือ, ตรวจสอบอุปกรณ์ช่วยชีวิตประจำเรือ อาทิ พวงชูชีพ เสื้อชูชีพ อุปกรณ์ดับเพลิงให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้, ตรวจสอบระบบติดต่อสื่อสาร สัญญาณไฟเดินเรือ

นอกจากนี้ ให้ตรวจสอบใบอนุญาตใช้เรือ ใบประกาศนียบัตรผู้ควบคุมเรือ และผู้ควบคุมเครื่องจักร รวมถึงเข้มงวดการตรวจตราก่อนเรือออกเดินทางจากท่าเรือต่างๆ ไม่ให้บรรทุกผู้โดยสารเกินกว่ากำหนด ไม่บรรทุกผู้โดยสารและสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น ถังแก๊ส LPG หรือวัตถุอันตรายอื่น ๆ เป็นต้น อีกทั้งเข้มงวดกวดขันผู้ควบคุมเรือให้มีความพร้อมในการเดินเรือ และติดตามข้อมูลข่าวสารพยากรณ์อากาศ พร้อมทั้งจัดประชุมประชาสัมพันธ์รณรงค์มาตรการความปลอดภัยในการเดินทางทางน้ำร่วมกับชมรม สมาคมต่างๆ และผู้ประกอบการเรือ

ในส่วนของเรือโดยสารและภัตตาคาร ที่มีจำนวน 108 ลำ ได้สั่งการให้เพิ่มมาตรการความปลอดภัยเพิ่มเติม โดยถังแก๊ส LPG ที่ใช้ในการปรุงอาหาร ให้จัดวางแยกจากพื้นที่ที่บรรทุกผู้โดยสารและอยู่ในพื้นที่ดาดฟ้าเปิด เพื่อไม่ให้มีความเสี่ยงด้านอุบัติเหตุ และเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร นอกจากนั้น บริเวณปรุงอาหารมีอุปกรณ์ดับเพลิง มีการติดตั้งวาล์วนิรภัย อีกทั้งยังต้องกำหนดจำนวนถังแก๊ส เพื่อปรุงอาหารให้เป็นไปตามขนาดเรือโดยสารและภัตตาคาร

ขณะที่ ผนังในห้องครัวส่วนที่ปรุงอาหารต้องเป็นวัตถุโลหะ รวมถึงต้องมีการกำหนดหลักสูตรอบรมและประกาศนียบัตรผู้ควบคุมเรือโดยสารและภัตตาคาร เช่น การดับไฟ การอพยพผู้โดยสารในกรณีฉุกเฉิน การปฐมพยาบาล ตลอดจนการช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ

ในส่วนของผู้โดยสาร หากพบเห็นเหตุไม่ปลอดภัยในการเดินทางทางน้ำ การคมนาคมทางน้ำ แจ้งสายด่วนกรมเจ้าท่า หมายเลข 1199 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง