คนไทยร้อง “กสทช.” สัญญาณเน็ต “ห่วย” แถมการให้บริการแย่
ต้นกุมภาฯ อีจัน
11 ธันวาคม 2568

วันนี้ (11 ธ.ค.68) สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยภาวะสังคมไทยไตรมาส 3 ปี 2568 ว่า สำหรับการร้องเรียนในกิจการโทรคมนาคมของสำนักงาน กสทช. มีการร้องเรียนทั้งสิ้น 449 เรื่อง เพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 44.8 โดยด้านที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุดยังคงเป็นด้านโทรศัพท์เคลื่อนที่ 320 เรื่อง รองลงมาเป็นด้านอินเทอร์เน็ต 124 เรื่อง เป็นต้น ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามลักษณะปัญหา พบว่า ส่วนใหญ่มาจากปัญหาคุณภาพการให้บริการ 157 เรื่อง รองลงมาเป็นปัญหาคุณภาพสัญญาณ 105 เรื่อง เป็นต้น
ขณะที่ สคบ. มีเรื่องร้องเรียนจำนวน 9,236 เรื่อง เพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันของปีก่อนร้อยละ 34.0 โดยด้านที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด คือ ด้านขายตรงและตลาดแบบตรง รองลงมาเป็นด้านฉลาก ด้านโฆษณา และด้านสัญญา ตามลำดับ15 ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาตามประเภทของสินค้าและบริการ พบว่า สินค้าออนไลน์มีการร้องเรียนเข้ามามากสุดที่ 3,656 เรื่อง หรือคิดเป็นร้อยละ 39.6 ของเรื่องร้องเรียนทั้งหมด โดยส่วนใหญ่มาจากการไม่ได้รับความเป็นธรรมจากร้านค้า

ซึ่งปัจจุบันพบผู้ค้าหรืออินฟลูเอนเซอร์บางส่วนมีการไลฟ์ (Live) ขายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ยังไม่ได้ขออนุญาตขายจาก อย. สินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ตลอดจนการโฆษณาเท็จหรือเกินจริงที่อาจสร้างความเข้าใจผิดและอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคที่ซื้อสินค้า รองลงมาเป็นสินค้าในกลุ่มรถยนต์ จำนวน 509 เรื่อง ส่วนมากเป็นการร้องเรียนเรื่องการชำรุด การยกเลิกสัญญาและขอเงินคืน โดยส่วนหนึ่งเพิ่มขึ้นจากกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV)
ซึ่งรายงานวิจัยเรื่อง โครงการศึกษาการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค ในปี 2568 พบว่า ผู้ใช้รถ EV มักพบปัญหาเกี่ยวกับบริการหลังการขายที่ไม่เป็นธรรม โดยเฉพาะการรออะไหล่นานที่บางกรณีต้องรอถึง 7 เดือน และศูนย์บริการที่ไม่เพียงพอ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อผู้ใช้บริการจำนวนมาก อีกทั้งยังไม่ได้รับการคุ้มครองและเยียวยาที่เหมาะสมเท่าที่ควร
สำหรับกลุ่มบริการมีการร้องเรียนทั้งสิ้น 1,439 เรื่อง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา พบปัญหาการเอาเปรียบผู้บริโภคในบริการธุรกิจอีเวนต์และคอนเสิร์ตหลายกรณี เช่น การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขโดยไม่แจ้งล่วงหน้า การบังคับให้ซื้อสมาชิกพิเศษเพื่อกดบัตรล่วงหน้าแต่ระบบไม่พร้อมรองรับ การยกเลิกกิจกรรมโดยไม่คืนเงินหรือคืนล่าช้า ตลอดจนการใช้บอทในการซื้อบัตรคอนเสิร์ตจำนวนมากเพื่อนำมาขายต่อในราคาที่สูงเกินควร ซึ่งจากข้อมูลของสภาองค์กรของผู้บริโภค พบว่า ในช่วงปี 2564 – 2568 มีการร้องเรียนเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวสูงถึง 9,053 เรื่อง และมีมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 32.9 ล้านบาท

สำหรับประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญ ได้แก่
1.การกำกับดูแลการขายสินค้าผ่านไลฟ์ (Live) โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องมีการติดตามและตรวจสอบการไลฟ์ขายสินค้าของผู้ค้าและอินฟลูเอนเซอร์ให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสินค้าที่ต้องขออนุญาตก่อนโฆษณา อาทิ ยา อาหารเสริม รวมถึงอาจมีการศึกษาแนวทางการกำกับดูแลผู้ค้า และอินฟลูเอนเซอร์เพื่อกำหนดเป็นมาตรการอย่างชัดเจน
เช่น กรณีประเทศจีนที่มีการออกกฎหมายบังคับให้ผู้ไลฟ์และอินฟลูเอนเซอร์ต้องมีใบรับรอง นอกจากนี้ ต้องหารือกับแฟลตฟอร์มออนไลน์ให้เพิ่มช่องทางการร้องเรียนและนำสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานออกจากระบบ ทั้งนี้ ผู้ไลฟ์สามารถศึกษาแนวทางที่ถูกต้องได้จากคู่มือขายหรือโฆษณาสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA)
2.การยกระดับคุณภาพบริการหลังการขายของรถ EV แม้ว่า สคบ. ได้มีการออกประกาศให้รถ EV เป็นสินค้าควบคุมฉลาก โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการต้องระบุข้อมูลสำคัญ เช่น กำลังมอเตอร์ ความจุแบตเตอรี่ ระยะทางต่อการชาร์จ รวมถึงรายละเอียดการรับประกันแบตเตอรี่ เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจซื้อ แต่อาจต้องพิจารณากำหนดเงื่อนไขการซ่อมบบำรุง และบริการหลังการขายเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้บริโภค
3.การคุ้มครองผู้บริโภคในธุรกิจอีเวนต์ – คอนเสิร์ต โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกรมการค้าภายในและ สคบ. ควรมีมาตรการหรือข้อบังคับในการก ากับดูแลธุรกิจดังกล่าว ตั้งแต่การกำหนดเงื่อนไขการให้บริการ เงื่อนไขในการขาย/ขายต่อ (resale) คืนเงิน นอกจากนี้ อาจศึกษาการออกกฎระเบียบการห้ามใช้บอทในการกดบัตรคอนเสิร์ต ที่เป็นสาเหตุหลักของปัญหา
เช่นประเทศเกาหลีใต้ ที่มีการแก้ไขพระราชบัญญัติการแสดงสาธารณะ (Public Performance Act 2023) โดยห้ามไม่ให้มีการใช้โปรแกรมอัตโนมัติ เพื่อซื้อบัตรไปขายต่อเพื่อลดปัญหาการขายบัตรคอนเสิร์ตเกินราคา ทั้งนี้ ผู้ที่กระทำผิดจะถูกลงโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับสูงสุด 10 ล้านวอน
ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบปัญหาใน 3 กรณีข้างต้น สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 หรือเว็บไซต์ https: complaint.ocpb.go.th