เงินบาทแข็งค่าทุบสถิติ 13 เดือน “ธปท.” ยันเคลื่อนไหวสอดคล้องเพื่อนบ้าน
ต้นกุมภาฯ อีจัน
22 สิงหาคม 2567

ภาหลังจากวานนี้ (21 ส.ค.67) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2.50% ต่อปี ซึ่งประเมินว่าเศรษฐกิจขยายตัวตามที่คาดการณ์ไว้ จากการขยายตัวของภาคท่องเที่ยว ขณะที่ภาคการส่งออกทยอยฟื้นตัว และติดตามการลงทุนภาคเอกชนที่ลดลงด้วยปัจจัยเฉพาะ
ช่วงรับรู้ผลการประชุม กนง.รายงานจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ระบุว่าวานนี้ (21 ส.ค.67) การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในช่วงบ่ายที่ 34.30 บาทต่อดอลลาร์ฯ ก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ 34.26 บาทต่อดอลลาร์ฯ ขณะที่ ช่วงเช้าของวันเงินบาทเคลื่อนไหวที่ระดับ 34.06 บาทต่อดอลลาร์ฯ เป็นระดับแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบเกือบ 13 เดือน
ข่าวน่าสนใจอื่น
ขณะเดียวกัน รายงานการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทเช้านี้ (22 ส.ค.67) เงินบาทปรับตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 34.35-34.37 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในช่วงเช้าวันนี้ (10.05 น.) เทียบกับระดับปิดตลาดวานนี้ที่ 34.33 บาทต่อดอลลาร์ฯ สำหรับกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ ประเมินเบื้องต้นไว้ที่ 34.15-34.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ
นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) กล่าวถึงสถานการณ์ค่าเงินบาทช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมามีแนวโน้มเคลื่อนไหวแข็งค่าขึ้นนั้น มองว่าการเคลื่อนไหวยังคงสอดคล้องกับภูมิภาคและตลาดโลก ซึ่งจะเห็นว่ารอบการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก่อนหน้านี้เงินบาทมีทิศทางอ่อนค่า และมีการปรับแข็งค่าขึ้นในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งหากนับตั้งแต่ต้นปี-ปัจจุบัน ค่าเงินบาทอ่อนลง 0.2% หรือแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง

นายปิติ ดิษยทัต ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)
สำหรับปัจจัยที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น เป็นผลจากปัจจัยต่างประเทศ โดยเฉพาะการอ่อนค่าลงของเงินเหรียญสหรัฐ หลังจากตลาดการเงินปรับมุมมองการลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดว่าจะลดดอกเบี้ยเยอะขึ้น ทำให้ตลาดมีการปรับมุมมองจึงมีผลต่อค่าเงินดอลลาร์ และสกุลในเอเชีย
ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ เช่น มีการส่งออกทองคำ หลังจากมีการปรับตัวขึ้น รวมถึงสถานการณ์ทางการเมืองที่มีความชัดเจน และมีเสถียรภาพมากขึ้น อาจส่งผลต่อการกลับมาแข็งค่าของเงินบาทได้บ้าง โดยรวมถือว่าเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับเพื่อนบ้าง และมีเหตุมีผล
“ต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนแปลงอาจส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการบ้าง ทั้งผู้ประกอบการนำเข้าและส่งออกที่ไม่ได้ทำประกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ธุรกิจจึงมีทั้งได้ประโยชน์และเสียประโยชน์”นายปิติกล่าว
