ฮอนด้า – นิสสัน ประกาศเซ็น MOU ตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่สู้ศึก EV

ตู๋ อีจัน

ตู๋ อีจัน

23 ธันวาคม 2567

ฮอนด้า – นิสสัน ประกาศเซ็น MOU ตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่สู้ศึก EV

วันนี้ 23 ธ.ค. 67 ฮอนด้า-นิสสัน จับมือควบรวมธุรกิจ พร้อมดึงมิตซูบิชิร่วมพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ ฮอนด้า มอเตอร์ และ นิสสัน มอเตอร์ ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้ในการควบรวมกิจการ พร้อมทั้งเดินหน้าวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีแพลตฟอร์มยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ (SDV) โดยเน้นการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบไฟฟ้า (Electrification)

การลงนามดังกล่าวมุ่งเน้นการยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์และความก้าวหน้าของนวัตกรรมเทคโนโลยีที่รวดเร็ว

โทชิฮิโระ มิเบะ ประธานฮอนด้า เปิดเผยว่า ทั้งสองบริษัทจะรวมการดำเนินงานภายใต้บริษัทใหม่ โดยตั้งเป้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียวภายในปี 2026 พร้อมคงแบรนด์เดิมของแต่ละบริษัทเอาไว้ พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้ผลิตรถยนต์ท่่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก

และทั้งสองบริษัทคาดหวังว่า การบูรณาการทรัพยากรร่วมกัน เช่น เทคโนโลยีและบุคลากร จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ตอบสนองความต้องการของตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างมูลค่าองค์กรในระยะยาว

สิ่งที่คาดหวังจากความร่วมมือครั้งนี้
1.พัฒนาแพลตฟอร์มยานยนต์ใหม่: ปรับมาตรฐานแพลตฟอร์มยานยนต์เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
2.วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี SDV: รวมฟังก์ชันการวิจัยเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบไฟฟ้าร่วมกัน
3.เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต: ใช้โรงงานและสายการผลิตร่วมกันเพื่อลดต้นทุนคงที่
4.สร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่ง: ผนวกกระบวนการจัดซื้อและการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
5.เพิ่มความสามารถด้านการเงิน: บูรณาการฟังก์ชันด้านการเงินและขยายบริการที่หลากหลายแก่ลูกค้า

ในขณะเดียวกัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ตกลงร่วมมือกับฮอนด้าและนิสสันในด้านปัญญาประดิษฐ์และระบบไฟฟ้า โดยมีเป้าหมายสำรวจความเป็นไปได้ในการเข้าร่วมบูรณาการธุรกิจอย่างเป็นทางการในอนาคต หากข้อตกลงสำเร็จ ฮอนด้า-นิสสัน-มิตซูบิชิ จะมีกำลังการผลิตรถยนต์รวมกว่า 8 ล้านคันต่อปี ทำให้สามารถแข่งขันกับบริษัทชั้นนำระดับโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ฮอนด้าและนิสสันวางแผนจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งร่วมในเดือนสิงหาคม 2026 โดยจะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว (TSE) ซึ่งจะเป็นการขับเคลื่อนธุรกิจยานยนต์ร่วมกัน โดยมิตซูบิชิอาจพิจารณาเข้าร่วมการบูรณาการธุรกิจนี้ภายในเดือนมกราคม 2025

ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นการผนึกกำลังครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่น โดยมุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัยและตอบโจทย์ลูกค้าทั่วโลกอย่างยั่งยืน

ในด้านของตลาดหุ้น นักลงทุนต่างจับตาอย่างใกล้ชิด โดยหุ้นของทั้งสองบริษัทในตลาดโตเกียวปรับตัวสูงขึ้นทันทีหลังมีข่าวประกาศเซ็น MOU การควบรวมกิจการในครั้งนี้

ที่มา : Apnews.com