ข่าวดี! “พีระพันธุ์” ยันตรึงค่าไฟงวดก.ย.-ธ.ค.67 อยู่ที่ 4.18 บาท/หน่วย
ต้นกุมภาฯ อีจัน
19 กรกฎาคม 2567

วันนี้ (19 ก.ค.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ข้อมูลและข่าวผ่านสื่อเกี่ยวกับการปรับขึ้นค่าไฟ 6 บาทต่อหน่วย ว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้เดินทางไปประชุมกับทางกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบีย ทำให้ไม่ได้อยู่ชี้แจงข้อเท็จจริงส่งผลให้เกิดความสับสนขึ้นในสังคม แต่เป็นเรื่องปกติทุกครั้งที่มีการปรับค่าไฟก็จะมีข่าวในทางลบออกไป
ข่าวน่าสนใจอื่น
ซึ่งความจริงเป็นเรื่องที่ทางกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (สำนักงาน กกพ.) กับรัฐบาล โดยกระทรวงพลังงานจะต้องมีการหารือร่วมกันทุกครั้ง โดยในวันนี้ได้มีการเชิญประธานกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ผู้ว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตและผู้ว่า ปตท. มาหารือร่วมกันและได้ข้อยุติที่จะยืนค่าไฟไว้ที่ 4.18 บาทต่อหน่วยตามเดิม

แนวทางการหารือและการบริหารจัดการค่าไฟฟ้า งวด ก.ย. -ธ.ค. 2567 ได้มอบให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ดำเนินทบทวนโครงสร้างต้นทุนสำหรับการเรียกเก็บค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่าเอฟที) และค่าไฟงวดดังกล่าวใหม่
ภายหลังจากที่เจรจาหาแนวทางร่วมกับกฟผ.และปตท.เพื่อตรึงค่าไฟเพื่อลดผลกระทบต่อค่าครองชีพให้ประชาชน รวมทั้งต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชน โดยปตท.ยินดีที่จะยังไม่รับชำระค่าใช้จ่ายในงวดเดือน ก.ย. -ธ.ค. 2567 ส่วนกฟผ.จะรับรายได้เพียง 0.05 บาทต่อหน่วยจึงทำให้ตรึงราคาค่าไฟไว้ได้ที่ 4.18 บาทต่อหน่วยสำหรับงวดเดือน ก.ย. -ธ.ค. 2567

นายพีระพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ยืนยันจะพยายามตรึงราคาไว้ตามเดิม แต่ว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้เป็นกลไกหลักมาอย่างยาวนานในการดูแลราคาน้ำมันให้ประชาชนนั้นมีภาระหนี้สินเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานจะเร่งดำเนินการและพยายามตรึงราคาน้ำมันไว้ที่ประมาณ 33 บาท แต่ก็ต้องอยู่ที่ความร่วมมือของส่วนราชการอื่นด้วย ส่วนของกระทรวงพลังงานจะทำเต็มที่เช่นเดิม
“ข่าวดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นการพยายามที่จะสร้างข่าวเชิงลบ ทำให้ประชาชนตกใจหรือเข้าใจผิด ทั้งนี้ สื่อมวลชนต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจเพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสนและตื่นตกใจ”นายพีระพันธุ์กล่าว

ทั้งนี้กระทรวงพลังงานเตรียมจะนำเสนอแนวทางการตรึงค่าไฟฟ้าในระดับ 4.18 บาทต่อหน่วยภายใต้แนวทางการบริหารจัดการภาระค่าเชื้อเพลิงร่วมกับ กฟผ. และปตท.เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 23 ก.ค.ที่จะถึงนี้