ซบเซาหนัก! ยอดขายรถยนต์เดือนก.ย.67 หด 13.59% ต่ำสุดในรอบ 53 เดือน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

24 ตุลาคม 2567

ซบเซาหนัก! ยอดขายรถยนต์เดือนก.ย.67 หด 13.59% ต่ำสุดในรอบ 53 เดือน

วันนี้ (24 ต.ค.67) นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศของเดือนก.ย.67 มีจำนวนทั้งสิ้น 39,048 คัน ต่ำสุดในรอบ 53 เดือน ลดลงจากเดือนส.ค.67 ที่ 13.59%

โดยลดลงจากการเข้มงวดในการอนุมัติสินเชื่อให้ผู้ซื้อรถยนต์เพราะหนี้ที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ (SM) ยังอยู่ในระดับที่สูงที่ 208,575 ล้านบาท หนี้เสียรถยนต์อยู่ที่ 259.330 ล้านบาท ในเดือนก.ค.67 ประกอบกับการเติบโตของเศรษฐกิจในประเทศไตรมาส 2/67 ที่โตต่ำแค่ 2.3% และคาดว่าปี 67 จะเติบโตแค่ 2.7% – 2.8% เท่านั้น

รวมถึงดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนส.ค.67 หดตัว 1.91% แสดงถึงรายได้คนทำงานยังคงอ่อนแอ และส่งผลให้ยอดขายในเดือนก.ย.67 ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 37.11%

นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์  ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

นายสุรพงษ์กล่าวว่า สำหรับรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 22,519 คัน เท่ากับ 57.67% ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 35.67%

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 11,633 คัน เท่ากับ 29.79% ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 41.55%
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 4,574 คัน เท่ากับ 11.71% ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ 33.53%
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 197 คัน เท่ากับ 0.21% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 166.22%
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 8,611 คัน เท่ากับ 15.66% ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 24.93%

นายสุรพงษ์กล่าวว่า สำหรับรถกระบะมีจำนวน 11,509 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 39.79% รถ PPV มีจำนวน 2,463 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 41.76% รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 1,403 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 43.84% และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 1,154 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 6.94%

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 117,884 คัน ลดลงจากเดือนส.ค.66 ที่ 10.51 และลดลงจากเดือนก.ย.66 ที่ 16.66%

ทั้งนี้ ตั้งแต่เดือนม.ค. – ก.ย.67 รถยนต์มียอดขาย 438,659 คัน ลดลงจากปี 66 ในระยะเวลาเดียวกัน 25.25% แยกเป็น

  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ มีจำนวน 262,490 คันเท่ากับ 59.84% ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 12.22%
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์สันดาปภายใน (ICE) 117,878 คัน เท่ากับ 26.87% ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ 37.40%
  • รถยนต์นั่งแหละรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้า (BEV) 52,219 คัน เท่ากับ 11.90% ของยอดขายทั้งหมด เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้วที่ 7.17%
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสมแบบเสียบปลั๊ก (PHEV) 1,653 คัน เท่ากับ 0.36% ของยอดขายทั้งหมด ลดลงจากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 0.38%
  • รถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ไฟฟ้าผสม (HEV) 90,740 คัน เท่ากับ 20.69% ของยอดขายรถยนต์นั่งและรถยนต์นั่งตรวจการณ์ เพิ่มขึ้นจากเดือนเดียวกันปีที่แล้ว 50.32%

นายสุรพงษ์กล่าวว่า รถกระบะมีจำนวน 126,560 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 39.35% รถ PPV มีจำนวน 26,944 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 42.95% รถบรรทุก 5 – 10 ตัน มีจำนวน 12,312 คัน ลดลงจากเดือนเดียวกันในปีที่แล้ว 39.34%

และรถประเภทอื่นๆ มีจำนวน 10,353 คัน ลดลงจากเดือนช่วงกันในปีที่แล้ว 10.96% คาดว่ายอดขายในประเทศปีนี้จะใกล้เคียงกับยอดขายในปี 39 ซึ่งมียอดขายที่ 589,126 คัน ก่อนจะเกิดต้มยำกุ้งในปี 40

ส่วนรถจักรยานยนต์ มียอดขาย 1,281,711 คัน ลดลงจากเดือนม.ค.– ก.ย.66 ที่ 11.38% แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์ ICE จำนวน 1,281,511 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกัน 11.33% รถจักรยานยนต์ BEV จำนวน 200 คัน ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกัน 9.09%