“คมนาคม” สั่งประกันจ่ายเยียวยา “ผู้เสียชีวิต” เกณฑ์ขั้นต่ำ 1 ล้านบาท เหตุเครนถล่มสีคิ้ว
ต้นกุมภาฯ อีจัน
19 มกราคม 2569

วันนี้ (19 ม.ค.69) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการหารือเร่งรัดการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบเหตุเครนก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 (กรุงเทพฯ–อุบลราชธานี) บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก โดยย้ำชัด การเยียวยาต้องทำทันที โดยไม่ให้ติดขัดขั้นตอนเอกสาร
การหารือครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมประกอบด้วย นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) นายชยธรรม์ พรหมศรปลัดกระทรวงคมนาคม นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เข้าร่วม ณ กระทรวงคมนาคม กรุงเทพฯ
นายพิพัฒน์กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แม้ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและพิสูจน์ข้อเท็จจริงของสาเหตุอุบัติเหตุ แต่รัฐบาลและกระทรวงคมนาคม ต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างชัดเจน รวดเร็ว และเป็นธรรม และการเยียวยาเป็นหน้าที่ของรัฐและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเงินต้องถึงมือประชาชนก่อน แล้วค่อยจัดการขั้นตอนทางเทคนิคภายหลัง และกรณีเสียชีวิต ต้องได้รับการช่วยเหลือทันที
โดยที่ประชุมยืนยันมาตรการปฏิบัติเร่งด่วน ทึ่นายพิพัฒน์ได้สั่งการให้สำนักงาน คปภ. และบริษัท ทิพยประกันภัย เร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นจากกรมธรรม์ประกันภัยประเภท CAR ของผู้รับเหมา กรณีผู้เสียชีวิตรายละ 1,000,000 บาท จ่ายทันที ลดขั้นตอนเอกสารให้เหลือน้อยที่สุด และไม่ให้ครอบครัวผู้สูญเสียต้องรอหรือวิ่งตามระบบราชการ
โดยสรุปสถานการณ์ผู้ประสบเหตุ (ข้อมูล ณ 19 ม.ค.69) ผู้ประสบเหตุรวม 161 ราย เสียชีวิต 30 ราย (ยืนยันตัวตนครบแล้ว) ผู้โดยสาร 29 ราย / พนักงานผู้รับเหมา 1 ราย ผู้บาดเจ็บ 69 ราย กลับบ้านแล้ว 54 ราย และ ยังรักษาตัวในโรงพยาบาล 15 ราย ส่วนเงินเงินเยียวยากรณีเสียชีวิต (ที่ยืนยันแล้ว ณ ขณะที่ข้อมูลถึงกระทรวงคมนาคม )
- เงินสงเคราะห์พระราชทาน (อยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์) 20,000 บาท
- กรมธรรม์ประกันภัย 1,000,000 บาท
- การรถไฟแห่งประเทศไทย 340,000 บาท
- บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) 150,000 บาท
- รวมเงินช่วยเหลือที่ยืนยันแล้วไม่น้อยกว่า 1,510,000 บาทต่อราย
ทั้งนี้ ยังอาจมีเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมจากหน่วยงานอื่น อาทิ พรบ. ค่าตอบแทนผู้เสียหาย กองทุนช่วยเหลือผู้เสียหายในคดีอาญา กองทุนช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย และสิทธิประโยชน์ด้านประกันสังคม ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียด
“ผู้บาดเจ็บทุกรายอยู่ในพระบรมราชานุเคราะห์แล้วได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ และยังมีในส่วนของค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งมีวงเงินรวมกว่า 583 ล้านบาท สามารถรองรับค่าใช้จ่ายได้ทั้งหมดพร้อมกันนี้ กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างศึกษาแนวทาง บรรจุประกันการเดินทางรวมในค่าตั๋วรถไฟ เพื่อให้ผู้โดยสารรับทราบสิทธิการเยียวยาที่ชัดเจนทันทีหากเกิดเหตุในอนาคต และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยระบบขนส่งสาธารณะของประเทศ”