พาณิชย์รุกตลาดทุเรียน! “ศุภจี” ปั้นส่งออก 1 ล้านตัน หนุนรายได้ “เกษตรกร”
ต้นกุมภาฯ อีจัน
25 เมษายน 2569

วันนี้ (25 เม.ย.69) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นำคณะผู้บริหารลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี เพื่อติดตามสถานการณ์ผลผลิตทุเรียนปี 2569 พร้อมลงพื้นที่แหล่งผลิตจริง เพื่อตรวจระบบการบริหารจัดการคุณภาพตั้งแต่ต้นทาง
ในปีนี้ผลผลิตทุเรียนมีปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 30% โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดจันทบุรีที่มีผลผลิตสูงถึง 700,000 ตัน จึงต้องเร่งขยายช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ไปประเทศจีน เพื่อยทำการค้า โดยตั้งเป้าส่งออกทุเรียนสดให้ได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านตันในปี 2569 ทำให้สร้างรายได้มากขึ้น
“การลงพื้นที่นอกจากช่วยโปรโมทแล้ว ยังเป็นการสร้างความเข้าใจว่าทุเรียนไทยมีคุณภาพ เนื่องจากสวนมีการคัดกรองคุณภาพอย่างดีตลอดห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และตอนปลายคือการส่งออกตลาดอื่นๆ“
นอกจากนี้ เมื่อเข้าฤดูผลไม้ทำให้มีผลผลิตมากขึ้น ซึ่งกระทรวงฯ กำลังหาตลาดเพื่อการส่งออกมากขึ้น รวมถึงมีการพูดคุยถึกการแปรรูปผลิตภัณฑ์ เพื่อนำผลผลิตส่วนเกินไปทำเป็นแปรรูป ทำให้มีสินค้าหลากหลายมากขึ้น ซึ่งเป็นการสนับสนุนมูลค่าทางตลาดให้สูงขึ้นเช่นกัน
ขณะเดียวกัน ในส่วนของการบริหารจัดการผลผลิตผ่านการแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่า โดยมีมาตรการรองรับการแปรรูปทุเรียนกว่า 50,000 ตัน ครอบคลุมทั้งทุเรียนแช่เย็น ทุเรียนแช่แข็งแบบ Blast Freeze และผลิตภัณฑ์แปรรูปในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อยืดอายุการจำหน่าย
“การส่งออกทุเรียนแช่แข็งยังมีโอกาส เพราะปีก่อนมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 140,000 ล้านบาท ตัวเลขน้อยมาก หากเสริมการแปรรูปจะสร้างมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ปี 2569 เพิ่มขึ้น 10%“
ขณะที่การส่งเสริมการต่อยอดสู่ภาคอุตสาหกรรม อาทิ การพัฒนาผลิตภัณฑ์จาก “ดอกทุเรียน” เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิต และเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มสินค้านวัตกรรมมูลค่าสูง
“กระทรวงพาณิชย์จะเดินหน้าบริหารจัดการผลไม้เชิงรุกแบบครบวงจร ทั้งด้านการเชื่อมโยงตลาดภายในประเทศ การเพิ่มมูลค่าผ่านการแปรรูป และการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อขับเคลื่อนให้ผลผลิตสามารถเข้าสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดการซื้อขายจริงในวงกว้าง ช่วยให้ราคามีเสถียรภาพมากขึ้น”
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า สำหรับตลาดในประเทศ กรมการค้าภายในมีแผนผลักดันผลผลิตไม่น้อยกว่า 450,000 – 500,000 ตัน ผ่านช่องทางที่หลากหลาย เช่น ตลาดกลางค้าส่ง (ตลาดสี่มุมเมือง) โมเดิร์นเทรด ไปรษณีย์ไทย และเครือข่ายพันธมิตรอย่างหอการค้า และสมาคมธนาคาร
“ในส่วนของการบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกิน ได้มีแผนส่งเสริมการแปรรูปและทุเรียนแช่แข็งเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและยืดอายุการเก็บรักษา ซึ่งในปีที่ผ่านมามีมูลค่าการส่งออกทุเรียนแปรรูปและแช่แข็งสูงถึง 140,000 ล้านบาท”
โดยกระทรวงพาณิชย์ ลงพื้นที่สวนนายสมพงษ์ กลีบมาลี ณ ต.จันทเขลม อ.เขาคิชฌกูฏ ซึ่งเป็นต้นแบบการผลิตทุเรียนคุณภาพส่งออก โดยได้ร่วมตัดทุเรียนหมอนทองเกรดพรีเมียมเพื่อยืนยันความพร้อมของผลผลิตในฤดูกาลนี้ นอกจากนี้ยังได้เยี่ยมชมความสำเร็จของแบรนด์ท้องถิ่น อาทิ “คิวจันท์” (Q-Chan) และการต่อยอดนวัตกรรมจากแบรนด์ “Durrianar Thailand” ที่นำสารสกัดจากดอกทุเรียนมาทำเครื่องสำอาง ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรนอกเหนือจากการขายผลสด
นายสมพงษ์ กลีบมาลี เจ้าของสวนทุเรียน 100 ล้าน กล่าวว่า ปัจจุบันราคาทุเรียนหน้าสวนเกรด AB อยู่ที่ประมาณ 135-140 บาทต่อกิโลกรัม แม้ราคาจะมีการปรับตัวลงบ้างตามปริมาณผลผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ภาครัฐยังคงเป้าหมายที่จะพยุงราคาให้อยู่ในระดับเลข 3 หลัก ตลอดฤดูกาล
“เราต้องขยันสำรวจสวน ดูแลสุขภาพต้นให้แข็งแรง และควบคุมการใช้ปุ๋ยยาอย่างเข้มงวด หัวใจสำคัญของปีนี้คือการรักษามาตรฐานคุณภาพภายใต้แบรนด์คิวจัน (Q-Chanthaburi) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคเราตั้งเป้าส่งออกให้ได้ 80% โดยจะเน้นตัดทุเรียนที่มีเปอร์เซ็นต์แป้งสูงถึง 33-34% ซึ่งเกินกว่าค่ามาตรฐานที่ 32% เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้กินทุเรียนที่อร่อยที่สุด”
นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ไม่ให้เกษตรกรตัดทุเรียนอ่อนเพื่อหวังกำไรระยะสั้น เพราะจะทำลายภาพลักษณ์ทุเรียนไทยในตลาดโลก
ทั้งนี้ อยากให้กระทรวงฯ ควบคุมราคาต้นทุนวัตถุดิบที่เป็นต้นทุนของเกษตรกรที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ในปัจจุบัน จึงอยากให้ดูแลช่วยเหลือเกษตรกรด้วย