สนค. เผย ! เศรษฐกิจไทยน่าห่วง เงินเฟ้อติดลองบ๊วยในอาเซียน

น้ำฝน อีจัน

น้ำฝน อีจัน

3 กันยายน 2567

สนค. เผย ! เศรษฐกิจไทยน่าห่วง เงินเฟ้อติดลองบ๊วยในอาเซียน

(วันนี้ 3 ก.ย.67) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า มีการติดตามข้อมูลค่าเงินเฟ้อในกลุ่มอาเซียน จึงสะท้อนให้เห็นภาพเศรษฐกิจโดยรวมของกลุ่มอาเซียน ซึ่งเป็นประเทสคู่ค้าสำคัญของประเทศไทย เพื่อเป็นข้อมูลในการเตรียมวางแผนรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจในประเทศ ตลอดจนการรักษาความสามารถในการแข่งขันของไทยในตลาดอาเซียน

โดยอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย 6 เดือนแรกของปี 2567 (ม.ค.-มิ.ย.) เมื่อเทียบกับช่วงเดียวของปีที่แล้ว (AOA) โดยใช้ข้อมูลตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคในการคำนวณ (Consumer Price Index) ของ 9 ประเทศในอาเซียนที่ประกาศตัวเลขจากฐานข้อมูล CEIC พบว่า ประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อ 6 เดือนแรกของปี 2567 เมื่อเทียบกับยเดือนแรกของปีก่อน ต่ำที่สุดอันดับแรกเป็นบรูไน -0.26% อันดับที่ 2 เป็นไทย โดยดัชนีราคาผู้บริโภคไม่เปลี่ยนแปลง อันดับ 3-9 คือ ประเทศที่อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยเป็นบวก ได้แก่ กัมพูชา 0.26% มาเลเซีย 1.81% อินโดนีเซีย 2.79% สิงคโปร์ 2.87% ฟิลิปปินส์ 3.55% เวียดนาม 4.08% และลาว 25.29%

ซึ่งประเทศที่มีอัตราเงินเฉลี่ยครึ่งปีแรก (AOA) ต่ำสุดในอาเซียน คือ บรูไน -0.26% สาเหตุหลักๆ มาจากการลดลงของราคาสินค้าในประเทศ สินค้าบริการด้านที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภค อาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและรายได้ของรัฐบาล และประเทศที่มีอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยสูงสุดในอาเซียน คือ ลาว สูงถึง 25.29%
ซึ่งทางผลผลิตของลาวยังไม่แข็งแรงมากพอ ประกอบกับปัญหาเงินกีบอ่อนค่าลง ทำให้ต้นทุนการนำเข้าสินค้าสูงขึ้นจึงส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศปรับสูงขึ้นตามไปด้วย

สำหรับประเทศไทยของเรา ดัชนีราคาผู้บริโภคเฉลี่ย 6 เดือนแรกของปี 2567 ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง จัดอยู่ในระดับต่ำเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน สาเหตุหลักจากอุปสงค์ภายในประเทสที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ราคาอาหารสด ราคาค่ากระแสไฟฟ้าและน้ำมันดีเซลต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยกระทรวงพาณิชย์ได้คาดการณ์อัตราเงินเฟ้อ 2567 อยู่ที่ 0.0%-1.0%

นายพูนพงษ์ กล่าวต่อว่า อัตราเงินเงินเฟ้อของแต่ละประเทศมีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันออกไปตามสถานการณ์เศรษฐกิจของแต่ละประเทศรวมถึงนโยบายทางการเงินและความสามารถในการฟื้นตันทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อของไทยยังอยู่ในระดับที่ต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ แต่ยังคงต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ซึ่งมีอีกหลายๆปัจจัยที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อเติบโตได้ในอนาคต โดยกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินงาน และร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการกำกับราคาสินค้าให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาวะเศรษฐกิจ เพื่อให้เกิดประโยชน์ทั้งภาคธุรกิจและประชาชน รวมถึงขยายโอกาสให้กับผู้ประกอบธุรกิจ SME เพื่อผลักดันในเรื่องของการส่งออกของไทยให้ขยายตัวเพิ่มขึ้น เพื่อยกระดับเศรษฐกิจกาค้าของไทย