Benz ลา Denza แล้ว ทิ้งตลาดรถจีนในเครือ BYD
ตู๋ อีจัน
23 กันยายน 2567

BYD เข้าครอบครอง Denza เต็มรูปแบบ : ความเปลี่ยนแปลงจากการร่วมทุนสู่ความสำเร็จ
Benz ลา Denza แล้ว ทิ้งตลาดรถจีนในเครือ BYD
เมื่อวันที่ 16 ก.ย. 67 ที่ผ่านมา มีรายงานว่า BYD ได้เข้าถือหุ้นเต็ม 100% ของ Denza
เปลี่ยนจากการร่วมทุนระหว่าง BYD และ Mercedes Benz สู่การเป็นบริษัทผลิตรถยนต์อิสระอย่างเต็มรูปแบบ

#ตู๋ลิ่วล้อขอพาลูกเพจอีจันทุกคนมารู้จักประวัติของ Denza กันก่อน
Denza ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 ในฐานะบริษัทร่วมทุนระหว่าง BYD และ Mercedes Benz
โดยทั้งสองบริษัทถือหุ้นร้อยละ 50 แต่หลังจากการปรับโครงสร้างหลายครั้ง
BYD ได้เข้าถือหุ้นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งในปี 2021 บริษัทได้เพิ่มสัดส่วนเป็น 90% และล่าสุดได้เข้าครอบครองทั้งหมด

แม้ว่ารถรุ่นแรก ๆ ของ Denza ที่ผสมผสานเทคโนโลยีของ Mercedes Benz และ BYD เช่น Denza 400 และ Denza 500 จะไม่ได้รับความนิยมมากนัก
จนถึงการยุติการผลิตในปี 2019 แต่การเปิดตัว Denza X ที่พัฒนาบนพื้นฐานของ BYD Tang ซึ่งมาในทั้งเวอร์ชันไฟฟ้าและ PHEV
แม้จะมีการเน้นการออกแบบจาก Mercedes Benz ก็ตาม ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จในเชิงยอดขายได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากการปรับโครงสร้างในปี 2022 การเปิดตัว Denza D9 MPV
ซึ่งเป็นทั้งแบบ PHEV และไฟฟ้าล้วน 100% กลับสร้างความประหลาดใจในแง่ยอดขายที่เติบโตอย่างรวดเร็ว
รวมถึงการเปิดตัวครอสโอเวอร์ N7 และ SUV รุ่น N8 ที่พัฒนาต่อยอดจาก Denza X เดิม ทำให้ Denza กลับมาเป็นที่สนใจในตลาดอีกครั้ง

ในปี 2023 Denza ส่งมอบรถยนต์คันที่ 200,000 และมีกำหนดส่งมอบรุ่นใหม่ ๆ อย่าง Z9 GT wagon และ SUV รุ่น N9 ในเร็ว ๆ นี้
นอกจากนี้ แบรนด์ยังมีแผนขยายตลาดไปยังต่างประเทศ เริ่มจากไปเปิดตลาดที่ฮ่องกงและทวีปยุโรป

นายหวัง ชวนฝู ประธานบริษัท BYD ได้กล่าวว่า “Denza เป็นแบรนด์ที่ก่อกำเนิดบนพื้นฐานของความร่วมมือกับ Mercedes-Benz
แต่กลับพบว่ายิ่ง Mercedes มีบทบาทน้อยลงเท่าใด แบรนด์ก็ยิ่งประสบความสำเร็จมากขึ้น”
ตอนนี้เมื่อ BYD ครอบครองแบรนด์อย่างเต็มตัว อนาคตของ Denza ดูเหมือนจะสดใสกว่าที่เคย

และยังน่าติดตามอย่างมากว่า Denza ที่มาอยู่ในมือของ BYD แล้วแบบเต็มตัว ยอดขายจะออกมาในทิศทางไหน
ลูกเพจอีจันว่า Denza ในมือ BYD จะปังมั้ย คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ
ที่มา : Mercedes Benz out – BYD takes 100% ownership of Denza in China (carnewschina.com)
อ่านข่าวยานยนต์เพิ่มเติม :