รฟม. ลุยเข้ม วางมาตรการ คุมปลอดภัย รถไฟฟ้า รับมือ ช่วงฝนหนัก

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

พิพรรธ ไทยเล็ก (เล็ก อีจัน)

23 พฤษภาคม 2568

รฟม. ลุยเข้ม วางมาตรการ คุมปลอดภัย รถไฟฟ้า รับมือ ช่วงฝนหนัก

นายสุรพงษ์ ปิยะโชติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ในช่วงนี้หลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ รวมถึงอาจทำให้เกิดดินทรุดตัว จึงได้สั่งการให้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กำกับดูแลการดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างก่อสร้างทั้ง 2 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ช่วงบางขุนนนท์ – ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ให้มีความปลอดภัยสูงสุด โดยให้เตรียมมาตรการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากฝนตกหนัก เพื่ออำนวยความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางให้แก่ประชาชนผู้ใช้เส้นทาง ตลอดจนผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ก่อสร้าง

นายวิทยา พันธุ์มงคล รองผู้ว่าการ (ปฏิบัติการ) รักษาการแทนผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า รฟม. ได้กำชับให้ที่ปรึกษาควบคุมการดำเนินงานของผู้รับจ้างก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 2 โครงการ ให้เป็นไปตามมาตรการด้านความปลอดภัย และมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเพิ่มการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์พายุฝน ดังนี้

  1. ตรวจสอบสภาพท่อ/ทางระบายน้ำ ลำราง และคูคลองต่างๆ ตลอดแนวก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องทุกเดือน หากพบว่ามีการอุดตัน มีดินทรายทับถม หรือมีวัสดุกีดขวาง ต้องดำเนินการขุดลอกโดยทันทีเพื่อป้องกันน้ำท่วมขัง โดยที่ผ่านมาโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงฯ ได้ดำเนินการขุดลอกท่อระบายน้ำ บ่อพัก และลำรางตลอดแนวเส้นทางโครงการฯ บริเวณแนวก่อสร้างถนนสามเสน ถนนพระสุเมรุ ถนนมหาไชย ถนนประชาธิปก ถนนสมเด็จพระเจ้าตากสิน และตลอดแนวถนนสุขสวัสดิ์ จนถึง บริเวณครุใน และโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มฯ ได้ดำเนินการขุดลอกท่อระบายน้ำ บริเวณแนวก่อสร้างถนนราชดำเนินกลาง ถนนหลานหลวง ถนนเพชรบุรี และถนนราชปรารภ เพื่อป้องกันเศษวัสดุอุดตันในท่อระบายน้ำตามแนวสายทาง เพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำได้ดีมากยิ่งขึ้น
  2. จัดเก็บวัสดุอุปกรณ์และเครื่องจักรต่างๆ ให้เรียบร้อย และจัดหาผ้าใบปกคลุมไว้ให้มิดชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เศษวัสดุก่อสร้างตกหล่นไหลลงสู่ทางระบายน้ำและกีดขวางการระบายน้ำ
  3. ให้โครงการรถไฟฟ้าทุกสายของ รฟม. มีการนำรถดูดฝุ่นมาใช้ปฏิบัติงานเพื่อลดผลกระทบด้านฝุ่นละออง อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงช่วยป้องกันไม่ให้เศษดินหรือฝุ่นละอองตกหล่นไหลลงท่อและกีดขวางการระบายน้ำ
  4. จัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องสูบน้ำให้พร้อมสำหรับใช้งาน เพื่อสนับสนุนการทำงานร่วมกับส่วนงานที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่โดยตรง เช่น สำนักงานเขตต่างๆ สถานีตำรวจในพื้นที่ เป็นต้น เพื่อช่วยระบายน้ำที่ท่วมขัง
  5. จัดหน่วยช่วยเหลือฉุกเฉินและบรรเทาทุกข์เพื่อช่วยเหลือเร่งด่วนเมื่อเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้า และช่วยเหลือรถยนต์ที่จอดเสีย

นอกจากนี้ รฟม. ได้เน้นย้ำให้ที่ปรึกษาและผู้รับจ้างของทั้ง 2 โครงการ ตระหนักถึงความสำคัญของการควบคุมมาตรฐานในงานก่อสร้างด้วยความปลอดภัยสูงสุด โดยปฏิบัติตามมาตรการด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง อาทิ การตรวจสอบการทำงานบนที่สูง การป้องกันการพังทลายของดินหรือสิ่งปลูกสร้างในการขุดดินหรือถมดิน การติดตั้งแผ่นรองขาเครน ราวกันตก บันไดขึ้นลงที่มีราวจับมั่นคง การยึดโครงสร้างนั่งร้าน และอุปกรณ์ต่างๆ ให้มีความมั่นคง แข็งแรง ปลอดภัย รวมถึงกำกับการทำงานในทุกขั้นตอนของผู้ปฏิบัติงานทุกคน ให้เป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัย สำหรับพื้นที่ที่มีการปิดเบี่ยงจราจร ได้เน้นย้ำให้ผู้รับจ้างคำนึงถึงทัศนวิสัยของผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเพิ่มสัญญาณไฟแสงสว่างให้เพียงพอต่อการสังเกตเห็นได้ในระยะที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดความปลอดภัยทั้งต่อผู้ปฏิบัติงานและผู้ใช้รถใช้ถนน ตลอดจนให้ผู้รับจ้างบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภายในท้องที่ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านจราจรและความปลอดภัยให้แก่ประชาชน ติดตามข้อมูลข่าวสาร รฟม. เพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ รฟม. www.mrta.co.th และเฟซบุ๊กแฟนเพจ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย หรือ Call Center รฟม. โทรศัพท์ 0 2716 4044