7 ต.ค.นี้ “กสทช.” เปิดเอกชนชิงวงโคจรดาวเทียม ก่อนหมดเขต พ.ย.นี้
ต้นกุมภาฯ อีจัน
3 ตุลาคม 2567

วันนี้ (3 ต.ค.67) นายสมภพ ภูริวิกรัยพงศ์ คณะกรรมการกิจการกระจาย กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านโทรคมนาคม เปิดเผยว่า กสทช. เตรียมเปิดรับคำขอจัดสรรวงโคจรดาวเทียมในตำแหน่ง 50.5, 51 และ 142 องศาตะวันออก จากภาคเอกชนที่สนใจในวันที่ 7 ต.ค.67 หลังจากประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 26 ก.ย.67 โดยผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอรับอนุญาตได้ในช่วงระยะเวลาดังกล่าว
จากนั้นจะเข้าสู่กระบวนการตรวจคุณสมบัติ และข้อเสนอของผู้ขอรับอนุญาต ระหว่างวันที่ 8-10 ต.ค.2567 โดยคณะกรรมการประเมินเจรจาต่อรองข้อเสนอของผู้ขอรับอนุญาต วันที่ 11 ต.ค. 2567 เพื่อเข้าสู่กระบวนการคณะกรรมการประเมินนำเสนอผลการตรวจสอบคุณสมบัติและผลการตัดสินผู้ได้รับอนุญาตให้กสทช.พิจารณา 16 ต.ค.2567 คาดว่าจะสามารถประกาศรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตวันที่ 17 ต.ค. 2567
ทั้งนี้ หากไม่สามารถประกาศรายชื่อได้ทันวันที่ 16 ต.ค.67 การประกาศจะถูกเลื่อนไปที่วันที่ 24 หรือ 25 ต.ค.67
“วงโคจรในตำแหน่ง 50.5 องศาตะวันออก มีเวลาสิ้นสุดสิทธิในวันที่ 27 พ.ย.67 ตามที่สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ITU) กำหนด หากไม่มีผู้ใช้สิทธิภายในเวลาดังกล่าว วงโคจรนี้จะหลุดไป กสทช. จึงเร่งดำเนินการทุกทางเพื่อไม่ให้สูญเสียวงโคจรนี้”นายสมภพกล่าว
อย่างไรก็ตาม กระบวนการที่ผ่านมา คือคณะอนุกรรมการด้านกิจการดาวเทียมได้พิจารณาร่างหลักเกณฑ์ 2 ครั้ง ในการประชุมวันที่ 9 และ 16 ส.ค.67 ต่อมา กสทช. พิจารณาร่างหลักเกณฑ์ในการประชุมวันที่ 29 ส.ค.67 และรับฟังความเห็นสาธารณะระหว่างวันที่ 4-10 ก.ย.67 จากนั้นร่างหลักเกณฑ์ฉบับแก้ไขได้รับการพิจารณาในการประชุมวันที่ 16 ก.ย.67 และ กสทช. เห็นชอบในการประชุมวันที่ 18 ก.ย.67

ทั้งนี้ สำหรับประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้สิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียม ในตำแหน่ง 50.5, 51 และ 142 องศาตะวันออก เปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้าร่วมเสนอแผนงานเพื่อรับสิทธิสำคัญนี้ โดยไม่กำหนดราคาขั้นต่ำในการอนุญาต และไม่มีการจัดชุดของข่ายงานดาวเทียม
การอนุญาตจะดำเนินการผ่านการพิจารณาเปรียบเทียบข้อเสนอของผู้สมัคร โดยต้องผ่านเกณฑ์การพิจารณาอย่างเข้มงวด ซึ่งมีเงื่อนไขสำคัญดังนี้
– ความพร้อมในการรักษาสิทธิใช้วงโคจรดาวเทียม (40%)
– ประสบการณ์ในการดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้อง (25%)
– ความสามารถด้านการเงินและข้อเสนอการวางหลักประกัน (20%)
– ข้อเสนอผลตอบแทนให้แก่รัฐ (15%)
ทั้งนี้ ผู้ได้รับอนุญาตต้องเสนอผลตอบแทนให้แก่รัฐไม่น้อยกว่าร้อยละ 0.25 พร้อมจัดให้มีดาวเทียมของตัวเองหรือมาตรการเพื่อรักษาสิทธิตามระยะเวลาที่ได้รับอนุญาต ขณะที่ การพิจารณาแต่ละเกณฑ์จะต้องได้คะแนนไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของแต่ละหัวข้อ เพื่อให้ผ่านการคัดเลือก ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม และเงื่อนไขการสมัครได้จากประกาศของ กสทช.