ไปไม่รอด ตร.ปส.รวบรถขนยาเสพติดกลางทาง! ผู้ต้องหาอ้าง เตรียมนำเข้าพื้นที่ภาคกลาง
แมงปอ อีจัน
9 กันยายน 2567

เจ๋งแค่ไหน ก็ไปไม่ถึง ตำรวจปราบปรามยาเสพติด สกัดจับ รถขนยาเสพติดและรถนำทาง ก่อนเตรียมส่งยาเข้าพื้นที่ภาคกลาง

สืบเนื่องจากตำรวจชุดจับกุม ได้สืบสวนขยายผลจากการจับกุมเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือลงมาพื้นที่ภาคกลางจำนวนหลายคดี จนทราบเครือข่ายทีมลำเลียงพร้อมยานพาหนะที่ใช้เพิ่มเติม จึงได้เฝ้าระวังเรื่อยมา กระทั่งวันที่ 7 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา ได้สืบสวนทราบว่า กลุ่มเครือข่ายนี้จะใช้รถยนต์ทะเบียน นครราชสีมา ทำหน้าที่บรรทุกยาเสพติด และรถยนต์ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ทำหน้าที่ขับนำสำรวจเส้นทาง เพื่อคอยแจ้งรถที่ขนยาเสพติด ว่ามีด่านตรงจุดไหนบ้าง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงร่วมกันวางกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามเส้นทาง และพบพฤติการณ์รถทั้งสองคันวิ่งตามกันมาจาก จ.หนองคาย ไปยังอำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย จะเข้าสู่พื้นที่ภาคกลาง และพบว่ามีการหลบเลี่ยงด่านตำรวจ

ล่าสุดเมื่อวานนี้ (8 ก.ย. 256) เวลา 01.30 น. ตำรวจพบ รถยนต์ 2 คัน ดังกล่าวขับเข้ามาเขตด่านตรวจ และได้เร่งเครื่องแยกกันหลบหนี ในจังหวะกำลังหยุดตรวจที่ อ.เทพสถิตย์ จ.ชัยภูมิ ตำรวจตามจับรถทั้ง 2 คัน พบว่ารถกระบะทะเบียนนครราชสีมา ที่ทำหน้าที่บรรทุกยาเสพติด จอดอยู่ที่บริเวณโรงเรียนบ้านช่องสำราญ แต่คนขับสามารถหลบหนีไปได้ ตรวจสอบภายในรถพบยาไอซ์ จำนวน 15 กระสอบ นน. รวมกว่า 600 กก.

และในเวลาต่อมาได้สกัดจับ รถยนต์ทะเบียนกรุงเทพมหานคร ที่ทำหน้าที่เป็นรถนำทาง ได้ที่บริเวณ ต.ลำสมพุง อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี โดยสามารถจับกุมคนขับและผู้ที่โดยสารมาด้วย รวม 2 คน คือนายอนนต์ และนายชัยวัฒน์ โดยทั้งสองรับสารภาพว่า โดนจ้างมาจากผู้สั่งการชาวลาว คนละ 30,000 บาท เพื่อนำทางดูลาดเลาให้รถยนต์คันที่บรรทุกยาเสพติดจาก โดยออกมาจาก จ.หนองคาย มุ่งหน้าไปยังพื้นที่ภาคกลาง ขณะเดินทางได้ใช้โทรศัพท์ติดต่อโทรแจ้งเส้นทางและดูลาดเลาตลอดเส้นทาง

เจ้าหน้าที่จึงจับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคน พร้อมของกลาง ได้แก่
1. ยาไอซ์ จำนวน 15 กระสอบ รวม นน.ประมาณ 600 กิโลกรัม
2.รถยนต์ ยี่ห้อ Mitsubishi สีดำ 1 คัน
3.รถยนต์ ยี่ห้อ Nissan สี ดำ
4. โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง
และดำเนินการตามกฎหมายแก่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน
ภายหลังทาง พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3 ได้ทำการสอบปากคำเพิ่มเติม และพบว่าผู้ต้องหาส่วนใหญ่มักได้รับการติดต่อให้มารับจ้างขนยาเสพติดด้วยเงินเพียง 20,000-30,000 บาท ซึ่งไม่คุ้มกับความผิดที่จะได้รับเนื่องจากมีปริมาณยาเสพติดที่ถูกจับกุมจำนวนมาก เหมือนมาทำหน้าที่เสี่ยงตายแทนผู้ว่าจ้าง หรือจะเรียกว่า “นักบินตายแทน” โดยในคดีนี้ ทางกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) จะได้ขยายผลเพื่อดำเนินคดีและยึดทรัพย์ของผู้สั่งการและผู้ขับรถที่หลบหนีไป ซึ่งขณะนี้ทราบตัวแล้ว
หากมีความคืบหน้า อีจัน จะรายงานให้ทราบต่อไป