น่าเป็นห่วง! ดร.อัญญมณี เปิดโพล ชี้ บุหรี่ไฟฟ้าระบาดหนัก เด็ก 5 ขวบเริ่มสูบแล้ว 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

6 เมษายน 2569

น่าเป็นห่วง! ดร.อัญญมณี เปิดโพล ชี้ บุหรี่ไฟฟ้าระบาดหนัก เด็ก 5 ขวบเริ่มสูบแล้ว 

โอ้ยยย สังคมไทยเราทุกวันนี้ น่าเป็นห่วงมาก บุหรี่ไฟฟ้าระบาดหนักในกลุ่มเด็ก 

อายุแค่ 5 ขวบ ก็เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว! 

วันนี้ (6 เม.ย.69) พี่ปิ่น-ดร.อัญญมณี บุญซื่อ นักวิชาการอิสระ อดีตอาจารย์ประจำสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจกับ “อีจัน” ว่า จากผลสำรวจโครงการทดลองนำร่องการใช้ชุดสื่อกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันจากบุหรี่ไฟฟ้าสำหรับเด็กเล็กในสถานศึกษา สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ระหว่างเดือน ก.พ.– ก.ค.68 ที่รวบรวมผ่านครูทั่วประเทศ โดยเน้นกลุ่มเด็กอนุบาลถึงประถม พบว่า เด็กอนุบาล อายุแค่ 5 ขวบก็เริ่มสูบบุหรี่ไฟฟ้าแล้ว 

ดร.อัญญมณี เล่าว่า บุหรี่ไฟฟ้าระบาดลงไปถึงเด็กเล็ก ที่หนักสุดคือประถมศึกษาตอนปลาย โดยวิธีการซื้อขายเด็กไม่ได้ซื้อจากคนแปลกหน้า แต่ซื้อจากเพื่อนด้วยกันที่ผู้ปกครองฝากเอามาขาย  จนเกิดระบบบูลลี่ในโรงเรียน คือ คนที่เอามาขายจะมาชักชวน ถ้าเพื่อนไม่ยอมสูบตามก็จะไม่เล่นด้วย แรก ๆ ให้ลองฟรี แล้วจะมีพวกดูต้นทางที่สักพักถูกดึงเข้ามาเป็นกลุ่มเพื่อนสนิทที่ได้ลองฟรี  

นอกจากนี้ บุหรี่ไฟฟ้ายังออกแบบมาแบบ Toy Pod เหมือนของเล่น ไม่มีรสและกลิ่นบุหรี่ แต่เป็นรสผลไม้ เช่น แตงโม ช็อกโกแลต ทำให้เด็ก ๆ สามารถห้อยคอ สะสมเป็นของเล่นได้ ซึ่งพบหนักมากที่ จ.ปัตตานี ขณะที่ผู้ปกครองเองก็ไม่รู้จัก เพราะนึกว่าเป็นของเล่นเด็ก ซึ่งนึกไม่ถึงว่าบุหรี่ไฟฟ้าจะทำออกมาในรูปแบบนี้  

ปัญหาที่ตามมา คือ ความไม่รู้ของเด็กที่คิดว่ามันเท่ ต้องการการยอมรับ หรืออยากสะสมเป็นของเล่น ทำให้เข้าไปเกี่ยวข้องโดยไม่รู้ตัว ที่น่าเป็นห่วงสุด ๆ คือ บุหรี่ไฟฟ้าระบาดลงไปถึงเด็กอนุบาล 5 ขวบแล้ว  

ดร.อัญญมณี ย้ำว่า นี่คือข้อมูลจากการลงพื้นที่จริง โดยโครงการทดลองนำร่องการใช้ชุดสื่อกิจกรรมสร้างภูมิคุ้มกันจากบุหรี่ไฟฟ้าสำหรับเด็กเล็กในสถานศึกษา เป็นการจัดอบรมและลงติดตามผล เพื่อสร้างครูแกนนำในแต่ละพื้นที่ให้ใช้ชุดสื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็ก และให้เด็กเป็นผู้พิทักษ์ครอบครัว ไปบอกผู้ปกครองต่อ ซึ่งในเดือน มิ.ย.69 จะลงพื้นที่ติดตามผลทั่วประเทศ ว่าหลังการอบรม ครูนำไปใช้ได้ผลอย่างไร 

ดร.อัญญมณี เล่าต่อว่า จากการลงพื้นที่ไปจัดกิจกรรม พบว่า เด็กมัธยมในภาคใต้ เคยสูบบุหรี่ไฟฟ้า ถึง 90% พอถามก็ยกมือยอมรับกันเกือบหมดทุกคน ส่วนครูเองก็ไม่รู้วิธีจัดการ มักจะแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ เช่น ทำโทษ ตี หักคะแนน หรือให้ออกจากโรงเรียน ซึ่งมองว่าควรให้ความรู้เรื่องทักษะและทัศนคติที่ถูกต้องมากกว่า ทางโครการจึงเน้นเรื่องความรู้ ทัศนคติ และทักษะการปฏิเสธ  

ปัจจุบันโครงการได้ขยายความร่วมมือไปยังหลายหน่วยงาน เช่น ตำรวจตระเวนชายแดนภาค 4, หน่วยเฉพาะกิจสันติสุข, และล่าสุด คือ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีการอบรมครูไปแล้วกว่า 250 คน และจะมีการสำรวจเพิ่มเติมครั้งใหญ่ 

นอกจากนี้ พี่ปิ่น หรือ ดร.อัญญมณี ยังมีแผนต่อยอดสู่โครงการ “School Safety” โดยประยุกต์หลักสูตรจากเมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เพื่อรับมือภัยพิบัติรอบตัวเด็ก 10 ด้านนำไปเสนอต่อกระทรวงมหาดไทย เช่น ภัยจากเทคโนโลยี การล่วงละเมิดทางเพศ และความรุนแรง  

ดร.อัญญมณี ฝากถึงผู้ปกครองว่า อย่าคิดว่าเด็กยังเล็กแล้วไม่เป็นอะไร หรือมองว่าการสอนคือการชี้โพรงให้กระรอก เพราะตอนนี้โลกออนไลน์เข้าถึงเด็กง่ายมาก ถ้าเราไม่สร้างภูมิคุ้มกันตอนนี้ โตไปจะแก้ยาก เพราะเขาจะเห็นว่ามันเท่หรือเป็นที่พึ่งทางใจ การสอนเด็กเล็กคือการฝังชิป ปลูกวัคซีนจิตสำนึกให้เขารู้จักป้องกันตนเอง ซึ่งจากที่ทดลองมาเพียง 3 ชั่วโมงก็สามารถเปลี่ยนทัศนคติเด็ก ให้กลายเป็นอยากไปสอนพ่อแม่ให้ปลอดภัยได้ เราไม่สามารถดูแลเด็กได้ตลอด 24 ชั่วโมง การฝังชิปทางความคิดจึงสำคัญที่สุดก่อนที่จะเกิดความสูญเสีย