หมอหม่อง ชี้อย่าประณามคนไม่เอาวัคซีนไขว้ อย่าเอาชีวิตคนมาเดิมพัน
Pongpang อีจัน
3 กันยายน 2564

หลังจากที่ประเทศไทย มีการฉีดวัคซีนสูตรไขว้ให้กับ ประชาชน คือเข็มเเรก ซิโนเเวค เข็มสอง เเอสตราซิเนกา ซึ่งทำให้หลายคนยังไม่มั่นใจ ที่จะฉีดเเม้จะมีผลอิกมายืนยันว่าฉีดได้
ล่าสุดวานนี้ 2 ก.ย.2564 นพ. รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ หรือ หมอหม่อง อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Rungsrit Kanjanavanit ถึงประเด็นนี้ ว่าไม่เห็นด้วยกับสูตรวัคซีนไขว้ของรัฐบาล ว่าเป็นคนโง่

โดยระบุว่า
“เสียงจากหมอ” นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ กรณี อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ตอบโต้ สส.พรรคก้าวไกล เรื่องวัคซีนสูตรไขว้ SV➡️AZ ครับ
“ … สิ่งที่ แพทย์ นักวิชาการหลายคนกังวลคือ
เราได้ตัดสินใจ เดิมพันครั้งใหญ่ ด้วยงบประมาณหลายพันล้าน และชีวิตของผู้คน ตลอดจนโอกาสในการเปิดเศรษฐกิจของประเทศ
บนฐานข้อมูล ที่มาจากผู้เชี่ยวชาญเพียงไม่กี่คน และเป็นข้อมูลจากห้องปฏิบัติการ ดูระดับภูมิต้านทาน เป็น surrogate ของประสิทธิภาพวัคซีน
มันไม่ใช่การศึกษา randomized control trial เพื่อดูประสิทธิภาพของวิธีฉีดไขว้แบบนี้ เทียบกับวิธีปกติ เป็นแบบ phase 3 clinical study ในประชากร
ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติที่ ยา หรือวิธีการรักษาใหม่ (แม้จะเป็นยาเก่า) ทุกอันต้องผ่าน ก่อนนำมาใช้จริง …”
“ร่วมแรงร่วมใจฝ่ามหันตภัยโควิด
นพ.รังสฤษฎ์ กาญจนะวณิชย์ อาจารย์แพทย์โรคหัวใจ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โพสต์ผ่านเฟซบุ้ค Rungsrit Kanjanavanit
“กรณีนโยบาย วัคซีนไขว้
ผมไม่เห็นด้วยกับการต่อว่า
คนที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายนี้ ว่า เป็นคนโง่
รัฐบาลมองว่า หากจะออกนโยบายใหญ่เร่งด่วน โดยมานั่งรอหลักฐานงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ย่อมช้า ไม่ทันการ
ถึงแม้ผมจะเชื่อว่า วิธีนี้ (วัคซีนไขว้) มีเหตุผล มีที่มาที่น่ารับฟังทางวิทยาศาสตร์
และ ผมสนับสนุนให้ประชาชนทุกคน รับวัคซีนที่รัฐบาลจัดหาให้โดยไม่รีรอ เพราะสถานการณ์มันวิกฤตเกินกว่าที่คิดไปเป็นอย่างอื่น (ข้อความนี้ ขีดเส้นใต้ 3 เส้น)
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ แพทย์ นักวิชาการหลายคนกังวลคือ
เราได้ตัดสินใจ เดิมพันครั้งใหญ่ ด้วยงบประมาณหลายพันล้านและชีวิตของผู้คน ตลอดจนโอกาส ในการเปิดเศรษฐกิจของประเทศ
บนฐานข้อมูล ที่มาจากผู้เชี่ยวชาญเพียงไม่กี่คน และเป็นข้อมูลจากห้องปฏิบัติการ ดูระดับภูมิต้านทาน เป็น surrogate ของประสิทธิภาพวัคซีน
มันไม่ใช่การศึกษา randomized control trial เพื่อดูประสิทธิภาพของ วิธีฉีดไขว้แบบนี้ เทียบกับวิธีปกติ เป็นแบบ phase 3 clinical study ในประชากร
ซึ่งเป็นขั้นตอนปกติที่ ยา หรือวิธีการรักษาใหม่ (แม้จะเป็นยาเก่า) ทุกอันต้องผ่าน ก่อนนำมาใช้จริง
เรา เดิมพันว่ามันจะดี จากหลักฐานเท่าที่มี
โดยเฝ้ารอดู “real world effectiveness”
แทนข้อมูล phase 3
หากเราสำเร็จ เราจะสร้างแนวทางใหม่ ที่นานาชาติ ต้องหันมามองชื่นชม และอาจพิจารณาทำตาม
แต่หากเราล้มเหลว แพ้การเดิมพันครั้งนี้
เราจะถูกทอดทิ้งอย่างโดดเดียว

เพราะไม่มีใครคิดจะทำแบบเรา
คนที่กังวลเรื่องนี้ ไม่น่าถูกประนามว่า เป็นคนโง่ นะครับ
รัฐควรอธิบายเหตุผลหลักที่แท้จริง
ที่เราไม่สามารถดำเนินการตามแผนเดิมที่จะให้
Astra Zeneca ปกติ 2 เข็ม เป็นวัคซีนหลักได้นั้น
ก็เพราะ โรงงานในไทย ที่เราหวังพึ่งพา
ไม่อาจผลิตวัคซีนได้พอ ได้ทันตามเป้าหมาย
อีกทั้งสัญญาที่เราทำไว้กับบริษัท AZ นั้น
เราไม่อาจไปเร่งรัด เอาความใดๆกับเขาได้
ผมเองขอสงวนสิทธิ์ไม่ตอบโต้ ต่อว่า คนออกนโยบายนี้ว่า โง่
เพราะในสถานการณ์เร่งด่วนและทรัพยากรจำกัดแบบนี้
ผู้บริหารจำเป็นต้องหาทางออกที่คิดว่าดีที่สุด
แต่ผมอาจเรียกว่า ความประมาท
ผมเชื่อว่า หากรัฐบาล อธิบายตามเหตุผลตรงๆ
น่าจะเป็นสร้างความเชื่อมั่นที่แท้จริงให้กับประชาชนได้มากกว่าครับ”

ใครๆก็กลัวโควิด เเต่จะให้มากังวลเรื่องวัคซีนอีก คงเหนื่อยเเน่ๆ