ตร.คุมตัวโจรงัดตู้เซฟร้านทองบุรีรัมย์ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

migrator

migrator

13 มกราคม 2564

ตร.คุมตัวโจรงัดตู้เซฟร้านทองบุรีรัมย์ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ

จากรณีหนุ่มบุกเดี่ยวงัดตู้เซฟร้านทองห้างดัง กวาดทองคำรูปพรรณ 163 บาท มูลค่าเกือบ 4 ล้าน ช่วงใกล้ปีใหม่ที่ผ่านมานั้น
ล่าสุดวันนี้ (15 ม.ค.63) พ.ต.อ.นิธิศ ปิติธีระโชติ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วยตำรวจชุดสืบสวนภูธรจังหวัด และชุดสืบสวน สภ.เมือง ได้ควบคุมตัวนายประวิทย์ ไชยคีนี อายุ 32 ปี ผู้ต้องหาบุกเดี่ยวงัดตู้เซฟร้านทอง “เยาวราชสินทวี” ภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง (บิ๊กซีสาขาบุรีรัมย์) และได้ขโมยทองคำรูปพรรณ ทั้งสร้อย, กำไล, แหวนทองที่ทางร้านเก็บไว้ขายให้กับลูกค้า และบางส่วนเป็นทองที่ลูกค้านำมาจำนำไว้รวมน้ำหนัก 163 บาท คิดเป็นมูลค่าเกือบ 4 ล้านบาท

ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
นอกจากนั้นยังได้ก่อเหตุลักขโมยโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กภายในห้างดังกล่าวด้วย เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดของ วันที่ (28 ธ.ค.62) ที่ผ่านมา และได้นำตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุร้านทองภายในห้าง ตั้งแต่เส้นทางเข้า-ออก จุดที่ขโมยไขควง เลื่อยพร้อมใบเลื่อยที่ใช้ประกอบเหตุ ร้านที่ลักขโมยมือถือ ,คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก ก่อนจะเดินวนกลับไปงัดตู้เซฟขโมยทอง จากนั้นได้คุมตัวไปทำแผนยังร้านทองในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ที่คนร้ายให้ข้อมูลเอาทองที่ขโมยมาไปขาย ซึ่งระหว่างการทำแผนผู้ต้องหาก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
ภาพจากอีจัน
หลังทำแผนเสร็จตำรวจได้ควบคุมตัวนายประวิทย์ ผู้ต้องหา ไปสอบปากคำเพิ่มเติมที่ สภ.เมือง เพื่อสาวหาตัวผู้ร่วมก่อเหตุ ซึ่งนายประวิทย์ ก็ให้ข้อมูลเป็นประโยชน์ว่ามีคนร่วมก่อเหตุด้วย แต่ตำรวจยังไม่ขอเปิดเผยข้อมูลเพราะเกรงจะกระทบต่อรูปคดี เชื่อว่าน่าจะคนในแน่นอนเพราะรู้เส้นทางเข้า-ออก และพิรุธสำคัญที่ผู้ต้องหาอ้างว่าตู้เซฟไม่ได้ล็อคและไม่ได้ใส่รหัสไว้ ซึ่งก็จะเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว
ภาพจากอีจัน
ภาพจากอีจัน
ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้น นายประวิทย์ “ลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยเข้าทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป ,หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม ,หรือรับของโจร และมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ,ทั้งมียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาไอซ์) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และเป็นผู้ขับขี่เสพยาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมาย” อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องสอบสวนตามหาผู้ร่วมก่อเหตุให้แน่ชัดต่อไป
ภาพจากอีจัน

แท็ก