พนักงานขบวนรถไฟ เล่าเสียงสั่น นาทีเครนมรณะทับตู้โบกี้ รีบตั้งสติ-ช่วยเหลือผู้โดยสาร
แพทตี้ อีจัน
14 มกราคม 2569

“ผมไม่เห็นอะไรเลย… รู้ตัวอีกที มันกระแทกแล้ว ตัวก็ลอย”
เสียงของพนักงานขบวนรถไฟ ที่ยังสั่นเครือ เล่าถึงนาทีชีวิตจากเหตุเครนโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟโดยสาร ขณะกำลังแล่นด้วยความเร็วกว่า 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
โดยขบวนรถไฟด่วนดีเซลรางปรับอากาศ ขบวนที่ 21 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 06.10 น. มุ่งหน้าปลายทางจังหวัดอุบลราชธานี บนขบวนมีผู้โดยสารราว 200 คน ใช้โบกี้ทั้งหมด 3 คัน
กระทั่ง เวลาประมาณ 09.10 น. ขณะรถไฟแล่นผ่านบริเวณ บ้านถนนคต ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น–สถานีสีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
“อยู่ดี ๆ เครนยักษ์ก็ถล่มลงมาเลยครับ มันฟาดเข้าโบกี้ที่ 2 ก่อน แล้วแรงกระแทกก็กระเด็นไปโดนโบกี้ที่ 3” พนักงานขบวนรถไฟ กล่าว
แรงปะทะรุนแรงจนผู้โดยสารในโบกี้ที่ 1 ซึ่งเขาอยู่ ลอยขึ้นจากพื้น หลายคนกระแทกกันเอง บางคนบาดเจ็บทันที
“ตอนนั้นไม่มีใครตั้งตัวทันเลย ทุกอย่างมันเร็วมาก”
แม้ร่างกายจะบาดเจ็บเล็กน้อย แต่นาทีวิกฤต เขาพยายาม ตั้งสติรีบช่วยพาผู้โดยสารออกจากขบวนรถไฟ
ไม่นานหลังจากนั้น ไฟเริ่มลุกไหม้ขึ้นที่โบกี้ที่ 2 ทำให้ไม่สามารถเข้าไปช่วยผู้โดยสารในโบกี้ดังกล่าวได้ เขาทำได้เพียงช่วยเหลือผู้ที่อยู่ใน โบกี้ที่ 1 และโบกี้ที่ 3 เท่านั้น
ขณะให้สัมภาษณ์ เสื้อผ้าของพนักงานรถไฟคนนี้ยังเปื้อนไปด้วยคราบเลือด บาดแผลที่นิ้วชี้ซ้ายอาจไม่รุนแรง แต่ภาพเหตุการณ์ตรงหน้า จะติดอยู่ในความทรงจำไปอีกนาน
อุบัติเหตุครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ข่าวเครนถล่ม แต่มันคือวินาทีเป็น–ตาย ของผู้โดยสารนับร้อยชีวิต ที่ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าเลยว่า การเดินทางธรรมดาในเช้าวันนั้นจะกลายเป็นฝันร้ายที่สุดในชีวิต ที่ไม่มีใครอยากจดจำ
อีจันขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกท่านค่ะ