ระทึก! รถเครนยกบ้านน็อคดาวน์ ไปต่อไม่ไหวหล่นใส่บ้านคนอื่นพังเละ
พอลลี่ อีจัน
24 มกราคม 2569

ระทึก! เครนยกบ้านน็อคดาวน์หล่นทับบ้านคน พังเละเทะ
เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. ของวันที่ 23 ม.ค.69 ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ จ. ขอนเเก่น ภายในซอยกลางเมืองซอย 9 เขตเทศบาลนครขอนแก่น เมื่อรถเครนทำการยกบ้านน็อคดาวน์น้ำหนักกว่า 1 ตัน ลงจากรถบรรทุกเพื่อเตรียมนำไปวางในพื้นที่บ้านซึ่งมีการปรับพื้นที่ไว้แล้ว ทั้งนี้จำเป็นต้องยกข้ามสายไฟฟ้าแรงสูงกว่า 10 เมตร


แต่ขณะยกบ้านน็อคดาวน์อยู่เกือบสุดปลายเครน เกิดเหตุไม่คาดฝัน เมื่อรถเครนรับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้บ้านน็อคดาวน์หล่นใส่บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ติดกับไซต์งาน พร้อมกับตัวรถเครนที่ถูกบ้านน็อคดาวน์พลิกตามไปด้วย ซึ่งหลังเกิดเหตุ ผู้รับเหมาก่อสร้างและผู้ควบคุมงานได้รีบวิ่งเข้าไปภายในบ้านที่ถูกบ้านน็อคดาวน์ตกใส่ พร้อมตะโกนเรียกหาผู้ที่อยู่ภายในบ้าน จนกระทั่งมีเสียงตอบรับจากผู้ที่อยู่ในบ้าน จากนั้นจึงช่วยกันงัดหน้าต่าง และสามารถพาชายที่ติดอยู่ภายในบ้านออกมาได้อย่างปลอดภัย
จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าบ้านที่ได้รับความเสียหายคือ บ้านลักษณะเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น ที่ตั้งอยู่ในซอยกลางเมืองซอย 9 เขตเทศบาลนครขอนแก่น ถูกบ้านน็อคดาวน์ตกใส่จนเสียหายไปครึ่งหลัง ทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหายจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้
นายนครินทร์ อายุ 29 ปี เจ้าของบ้านผู้เคราะห์ร้าย เผยว่า ในช่วงเกิดเหตุตนอยู่ภายในบ้าน กำลังเดินออกมาจากห้องพักเพื่อรอไปทำงานในช่วงบ่าย จู่ ๆ ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด ก่อนจะมีเศษไม้และฝุ่นฟุ้งกระจายเต็มบ้าน เมื่อได้สติจึงตะโกนถามอาว่าหมาที่เลี้ยงไว้เป็นอะไรมั้ยย แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงพยายามหาทางออกจากบ้านแต่ไม่พบทางออก จนกระทั่งผู้รับเหมาก่อสร้างมางัดหน้าต่างและช่วยนำออกจากบ้านได้อย่างปลอดภัย

ซึ่งเจ้าของบ้านผู้เคราะห์ร้ายได้บอกอีกว่า ปกติจุดที่บ้านน็อคดาวน์ตกใส่ ตนจะเดินไปมาเป็นประจำ และมักจะยืนดูโทรศัพท์ที่ชาร์จแบตเตอรี่ไว้บริเวณดังกล่าว แต่ในวันเกิดเหตุกลับไม่ได้อยู่ตรงจุดนั้น จึงเชื่อว่าวัตถุมงคลหลวงพ่อไฉน ฉนฺทสาโร วัดสังฆปรีดี รุ่นพญาเสือติดปีก รุ่น 2 ที่ตนขึ้นคอทุกวัน ได้ช่วยให้ตนแคล้วคลาดจากเหตุร้ายครั้งนี้
ด้านนางนิภา หินหล้า ญาติของเจ้าของบ้าน ได้เผยเพิ่มเติมว่า หลังเกิดเเหตุ สิ่งที่หนักใจในตอนนี้คือเรื่องการรับผิดชอบค่าเสียหายและค่าทำขวัญ ซึ่งทางบริษัทเจ้าของรถเครนแจ้งเพียงว่าจะให้บริษัทประกันภัยเข้ามาตรวจสอบเพื่อจ่ายค่าเสียหายเท่านั้น ซึ่งหากมีการประเมินค่าเสียหายต่ำ ตนเองและครอบครัวอาจต้องหาเงินมาซ่อมแซมเพิ่มเติม จึงอยากให้ได้รับความเป็นธรรมในเรื่องดังกล่าวด้วย
งานนี้ชีวิตคนรอดหวุดหวิดเเต่บ้านพัง ทรัพย์สินเละ เอาเป็นว่านี่เป็นอุทาหรณ์ชั้นดี ที่บอกเลยว่าการทำงานของก่อสร้างต้องรอบคอบมากกว่านี้ค่ะ