รมว.เขมร โต้ กองทัพบกไทย ปมรีบเผาศพพลเรือน ซัด กล่าวหาจากการเดา
บวรวัฒน์ อีจัน
15 พฤศจิกายน 2568

จากกรณีเหตุปะทะระหว่างกองทัพไทยและกัมพูชา เมื่อ (12 พ.ย. 68) พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง จ.สระแก้ว กระทั่ง ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ออกมาประณามฝ่ายไทยในการใช้ความรุนแรงตอบโต้ และอ้างว่า เหตุการณ์นี้ ส่งผลให้พลเรือนกัมพูชาเสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 3 ราย ก่อนที่ กองทัพบกไทย จะออกแถลง ตั้งข้อสังเกตหลังจากพบพิรุธหลายประการ ซึ่ง 1 ในนั้นคือ เรื่องศพประชาชนกัมพูชาที่อ้างว่าเสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะ และได้ฌาปนกิจเสร็จสิ้นไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 พ.ย.68 นั้น ถือเป็นการกระทำที่ผิดวิสัย ทั้งที่เป็นการเสียชีวิตแบบผิดธรรมชาติ ทั้งที่แท้จริงแล้วควรมีการชันสูตรพลิกศพก่อน คล้ายเป็นการจงใจปกปิดหลักฐานที่ได้บิดเบือนไว้ ล่าสุด ฝั่งกัมพูชา ตอบโต้ประเด็นดังกล่าวแล้ว

(14 พ.ย. 68) เนตร ภัคตรา (Neth Pheaktra) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ตอบโต้ฝั่งกองทัพบกไทย กรณีกล่าวตั้งข้อสังเกต ฌาปนกิจศพพลเรือนกัมพูชาที่อ้างว่าเสียชีวิตจากเหตุการณ์ปะทะ ถือเป็นการกระทำที่ผิดวิสัย คล้ายเป็นการจงใจปกปิดหลักฐานที่ได้บิดเบือนไว้ ชี้ หลักฐานมีอยู่ตรงนั้น มองเห็นได้โดยสาธารณชน ฟาดกองทัพบกไทย กล่าวหาจากการคาดเดาแทนข้อเท็จจริง

โพสต์ระบุว่า
บทเรียนที่ 2 สำหรับโฆษกกองทัพบก : อย่าทำตัวเป็นล่ามสถานการณ์ จงใช้การตรวจสอบข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ตรวจสอบแล้วเป็นพื้นฐานในการแถลง คุณกล่าวว่า “พลเรือนชาวกัมพูชาที่ถูกกล่าวหาซึ่งรายงานว่าเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ ถูกเผาเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ซึ่งถือว่าผิดปกติอย่างยิ่ง เพราะการเสียชีวิตนั้นผิดธรรมชาติและควรต้องมีการชันสูตรพลิกศพอย่างเป็นทางการ การเผาศพดูเหมือนจะมีจุดประสงค์เพื่อปกปิดหรือบิดเบือนหลักฐาน โดยทั่วไปแล้ว กัมพูชาจะเผยแพร่หลักฐานและออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ในกรณีนี้ ไม่มีการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเกิดขึ้น แม้ว่าคณะสังเกตการณ์อาเซียน (AOT) จะเข้าตรวจสอบหลักฐานเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน ก็ตาม เรื่องนี้ทำให้เกิดคำถามว่าการเสียชีวิตที่รายงานนั้นเกิดขึ้นจริงหรือเกี่ยวข้องกับการปะทะที่อ้างหรือไม่”
แต่ข้อกล่าวหานี้จะล้มเหลวทันทีเมื่อเผชิญหน้ากับความเป็นจริง หลักฐานมีอยู่ตรงนั้น มองเห็นได้โดยสาธารณชน หน่วยงานท้องถิ่น และใครก็ตามที่ต้องการดูอย่างตรงไปตรงมา หน้าที่ของโฆษกคือการพูดความจริง ไม่ใช่การสร้างความสงสัยหรือทำให้สาธารณชนเข้าใจผิด เมื่อโฆษกทหารเลือกที่จะคาดเดาแทนข้อเท็จจริง นั่นไม่ได้เผยให้เห็นการกระทำผิดของกัมพูชา แต่เป็นความสิ้นหวังของไทยในการปกป้องเรื่องเล่าที่เป็นเท็จ
ข้อมูล : เฟซบุ๊ก Neth Pheaktra
