AI มาแทนคน? Oracle เลิกจ้างฟ้าผ่า 30,000 ตำแหน่งทั่วโลก
แพทตี้ อีจัน
1 เมษายน 2569

AI กำลังเข้ามาแทนที่คน?
กลายเป็นประเด็นดราม่าสนั่นโซเชียล เมื่อพนักงานของ Oracle ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ ต้องเผชิญกับฝันร้ายในช่วงเช้ามืด หลังบริษัทเริ่มมาตรการเลิกจ้างพนักงานครั้งใหญ่สูงถึง 30,000 ตำแหน่งทั่วโลก หรือคิดเป็นประมาณ 18% ของพนักงานทั้งหมด
พนักงานหลายราย ระบุว่า พวกเขาได้รับอีเมลแจ้งเลิกจ้างในช่วงเวลาเช้ามืดระหว่าง 5.00 – 6.00 น. โดยเนื้อหาในอีเมลระบุว่าตำแหน่งงานของพวกเขา “ซ้ำซ้อน” และให้มีผลในทันที

สิ่งที่สร้างความตกใจอย่างมาก คือ การถูกตัดสิทธิ์เข้าถึงระบบภายในของบริษัทเกือบจะทันทีหลังจากได้รับข้อความ ทำให้พนักงานไม่ทันได้ตั้งตัวหรือบอกลาเพื่อนร่วมงาน
จากข้อมูลพบว่า พนักงานในประเทศอินเดียได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยคาดการณ์ว่ามีผู้ถูกเลิกจ้างสูงถึง 12,000 ตำแหน่ง จากจำนวนพนักงานทั้งหมดในอินเดียราว 30,000 คน นอกจากนี้ยังมีรายงานการปลดพนักงานในส่วนงาน Computing ในภูมิภาคอื่นๆ เช่น เม็กซิโก ด้วยเช่นกัน
บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่าง Reddit และ X (Twitter) อดีตพนักงานหลายคนได้ออกมาแชร์ประสบการณ์อันขมขื่น ว่า “เพิ่งได้รับอีเมลตอนตี 5 ทั้งที่ทำงานมานานกว่า 20 ปี” ขณะที่อีกรายกล่าวว่าเขาโดนปลดตอน 6 โมงเช้าตรงเป๊ะ ทั้งที่กำลังจะทำงานครบ 4 ปีในเดือนหน้า ที่น่าเศร้าคือ หลายคนยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยกับฝ่าย HR หรือผู้จัดการล่วงหน้าก่อนเลย
โดยสาเหตุสำคัญของการเลิกจ้างครั้งนี้ ถูกระบุว่า เป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างองค์กรเพื่อมุ่งเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และศูนย์ข้อมูล (Data Centers) ซึ่งเป็นทิศทางเดียวกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอย่าง Amazon ที่ปรับลดค่าใช้จ่ายเพื่อนำงบประมาณไปทุ่มให้กับเทคโนโลยี AI แทน
ในส่วนของค่าชดเชย มีรายงานว่า Oracle เสนอแพ็กเกจซึ่งประกอบด้วย
– เงินเดือน 15 วันต่ออายุงาน 1 ปี
– ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 1 เดือน
– เงินสมทบพิเศษเพิ่มเติมอีก 2 เดือน (Top-up)
– สิทธิตามกฎหมายอื่นๆ เช่น ค่าชดเชยวันลาพักร้อนที่เหลือ
อย่างไรก็ตาม มีข้อมูลระบุว่าแพ็กเกจนี้อาจสงวนไว้สำหรับผู้ที่ตกลง “ลาออกโดยสมัครใจ” เท่านั้น
สถานการณ์ใน Oracle ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน และมีกระแสข่าวลือว่าอาจมีการเลิกจ้างรอบที่สองตามมาภายในเดือนหน้า ซึ่งสร้างความกังวลให้กับพนักงานที่ยังเหลืออยู่เป็นอย่างมาก