กัมพูชา ร้อง UN อ้าง “ไทย” เปิดลำโพงเสียงดัง คุกคามร้ายแรง

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

18 ตุลาคม 2568

กัมพูชา ร้อง UN อ้าง “ไทย” เปิดลำโพงเสียงดัง คุกคามร้ายแรง

แม้กระแสข่าวความวุ่นวายระหว่างชายแดนไทยและกัมพูชาจะเบาลง แต่หน้าพื้นที่ ยังคงมีการเฝ้าระวังความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น เนื่องด้วยทั้ง 2 ฝ่ายต่างใช้จิตวิทยาต่าง ๆ อาทิ กลุ่มมวลชนฝ่ายไทย ที่นำเครื่องเสียงขนาดใหญ่ ไปตั้งบนพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว พร้อมเปิดเสียงหลอน นั้น ล่าสุดเหมือน กัมพูชา จะไม่ยอมอีกต่อไปแล้ว

วันนี้ (18 ต.ค. 68) สื่อกัมพูชา Khmer Times รายงานว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา (CHRC) ได้ยื่นคำร้องเร่งด่วนอีกครั้ง ต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) โดยเรียกร้องให้มีการแทรกแซงจากนานาชาติทันที ในกรณี “การข่มเหงทางจิตวิทยา การข่มขู่ และการคุกคาม” โดยกองกำลังติดอาวุธของไทย ตามแนวชายแดนกัมพูชา-ไทย

จดหมายอย่างเป็นทางการลงวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ถึง โวลเกอร์ เติร์ก (Volker Türk) ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ โดย แก้ว เรมี (Keo Remy) ประธาน CHRC กล่าวย้ำถึงความกังวล เกี่ยวกับการใช้ระบบเสียงทรงพลังที่ถูกกล่าวหาว่าติดตั้งโดยกองกำลังไทย ใกล้บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม ซึ่งกล่าวว่า ระบบดังกล่าวส่งสัญญาณเสียงดังมากไปยังดินแดนกัมพูชา

แก้ว เรมี อ้างอิงรายงานจากสำนักข่าว News and World Report ระบุว่า พบขบวนรถที่ติดตั้งระบบเสียงขนาดใหญ่ตามแนวชายแดน ก่อให้เกิด “ระดับเสียงที่รุนแรงเกินกว่าระดับความปลอดภัยที่มนุษย์ควรได้รับ” พร้อมเตือนว่า การสัมผัสเสียงดังเกิน 140 เดซิเบลอาจทำให้แก้วหูแตกได้ ขณะที่เสียงดังที่เกือบ 200 เดซิเบล อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บภายในจนถึงแก่ชีวิตได้

“การกระทำใดๆ ที่แสดงถึงความรุนแรงดังกล่าว ถือเป็นการละเมิดสุขภาพและศักดิ์ศรีของมนุษย์อย่างรุนแรงและจงใจ” เรมี กล่าวแถลงบนหนังสือ และเสริมว่าการกระทำเหล่านี้ก่อให้เกิด “ภัยคุกคามร้ายแรง” ต่อผู้อยู่อาศัยในบ้านโจกเจย (บ้านหนองจาน) รวมถึงผู้หญิง เด็ก ผู้สูงอายุ คนป่วย และผู้พิการ

CHRC กล่าวถึงการกระทำเหล่านี้ว่าเป็น “การกระทำที่เป็นศัตรูและยั่วยุ” ซึ่งถือเป็น “แนวทางกฎแห่งป่า” ที่ไม่สนใจบรรทัดฐานระหว่างประเทศ และคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

ตามที่เรมี กล่าวระบุว่า แม้แต่บุคคลสาธารณะของไทยบางคน ซึ่งรวมถึงวุฒิสมาชิก เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ที่ปรึกษาขององค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ และผู้นำทางการเมือง ต่างยอมรับว่าการใช้เสียงที่รบกวนจิตใจเพื่อข่มขู่ทางจิตใจถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนและกฎหมายระหว่างประเทศ ย้ำว่า การกระทำดังกล่าวอาจละเมิดอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี (CAT) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีอยู่

ทั้งนี้ จดหมายของ CHRC เรียกร้องให้ OHCHR ดำเนินการ “มาตรการที่ทันท่วงทีและเป็นรูปธรรม” รวมถึงการส่งคณะสังเกตการณ์ภาคสนามไปยังชายแดนเพื่อสอบสวนเหตุการณ์ที่รายงาน ซึ่งเรมีเตือนว่า “การขาดการดำเนินการที่ทันท่วงทีและเป็นรูปธรรม มีความเสี่ยงที่จะถูกตีความว่าเป็นการยอมรับหรือการเพิกเฉยโดยปริยาย ต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและกฎหมายมนุษยธรรมอย่างร้ายแรง”

ข้อมูล : Khmer Times