จีนครึ่งล้าน แห่ยกเลิกตั๋วบิน “ญี่ปุ่น” เซ่นปมสุนทรพจน์นายกฯ ใหม่
บวรวัฒน์ อีจัน
19 พฤศจิกายน 2568

จากกรณี (7 พ.ย. 68) ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีหญิงของญี่ปุ่น กล่าวสุนทรพจน์แรกหลังเข้ารับตำแหน่ง ในใจความที่ว่า สถานการณ์ฉุกเฉินในไต้หวัน ที่เกี่ยวข้องกับการใช้เรือรบและกำลังทหารจากจีนแผ่นดินใหญ่ อาจก่อให้เกิด “สถานการณ์คุกคามการอยู่รอด” ของญี่ปุ่น ซึ่งกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่น สามารถใช้สิทธิในการป้องกันตนเองร่วมกันได้ หากได้รับการยอมรับว่าเป็น “สถานการณ์คุกคามการอยู่รอด” ด้วยคำพูดนี้ ทำให้เกิดความไม่พอใจต่อทางการจีน ส่งผลกระทบรุนแรงถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและภาวะเศรษฐกิจ นั้น ล่าสุดดูเหมือนคำพูดเดียวจะกลายเป็นวิกฤติใหญ่แล้ว

วันนี้ (19 พ.ย. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า มีการคาดการณ์ว่านักท่องเที่ยวชาวจีนหลายแสนคน ได้ยกเลิกตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น ท่ามกลางรายงานการระงับการดำเนินการขอวีซ่าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม หลังจากที่ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น กล่าวว่าประเทศญี่ปุ่นอาจไปเกี่ยวข้องทางทหาร หากจีนพยายามรุกรานไต้หวัน ซึ่งก่อให้เกิดความโกรธแค้นจากรัฐบาลจีน พร้อมได้ออกคำเตือนเกี่ยวกับนักท่องเที่ยว และนักศึกษาชาวจีนที่เดินทางไปญี่ปุ่น
หานหมิง หลี่ (Hanming Li) นักวิเคราะห์การเดินทางทางอากาศจีน กล่าวว่า ข้อมูลการออกเดินทางบ่งชี้ว่า ตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่น ประมาณ 500,000 ใบ ถูกยกเลิกระหว่างวันที่ 15 ถึง 17 พฤศจิกายน

ขณะที่สำนักข่าวของจีนรายงานว่า เสฉวน แอร์ไลน์ส ได้ยกเลิกเที่ยวบินทั้งหมดระหว่างเฉิงตูและซัปโปโร ตั้งแต่เดือนมกราคมจนถึงปลายเดือนมีนาคม และสายการบินสปริงแอร์ไลน์ส ได้ยกเลิกเที่ยวบินไปยังญี่ปุ่น “หลายเที่ยว” เช่นเดียวกัน ซึ่งทั้ง 2 อ้างว่าเป็นเพียง “เหตุผลในการวางแผนของบริษัท”
หลี่ กล่าวว่า นี่เป็นการยกเลิกเที่ยวบินครั้งใหญ่ที่สุดที่เขาเคยเห็น นับตั้งแต่ช่วงแรกของการระบาดของโควิด แต่คงไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่ออุตสาหกรรมภายในประเทศของจีนมากนัก
“ไม่ใช่การสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับสายการบิน เนื่องจากตลาดจีน-ญี่ปุ่นมีขนาดเล็ก เมื่อเทียบกับตลาดในประเทศและต่างประเทศทั้งหมด” หลี่ กล่าว

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการของบริษัททัวร์แห่งหนึ่งในจีนกล่าวว่า ได้หยุดดำเนินการยื่นขอวีซ่าส่วนบุคคลสำหรับชาวจีนที่เดินทางไปญี่ปุ่นแล้ว และรายงานอื่นๆ ระบุว่ากิจกรรมข้ามวัฒนธรรมระดับท้องถิ่นระหว่างญี่ปุ่นและจีนบางรายการ ถูกยกเลิกไปแล้วเช่นกัน
ทั้งนี้ ประเทศจีน ถือเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาญี่ปุ่นมากที่สุดเป็นอันดับ 2 และนักศึกษาจีนเป็นกลุ่มนักศึกษาต่างชาติส่วนใหญ่ในญี่ปุ่น ซึ่งคำพูดของผู้นำชาติในครั้งนี้ ได้ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทค้าปลีกและบริษัทท่องเที่ยวของญี่ปุ่นร่วงลงในวันจันทร์
ขอบคุณข้อมูล : The Guardian