“ทรัมป์” สั่งถล่มระเบิด “เกาะคาร์ก” แหล่งส่งออกน้ำมันใหญ่อิหร่าน จี้ เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

14 มีนาคม 2569

“ทรัมป์” สั่งถล่มระเบิด “เกาะคาร์ก” แหล่งส่งออกน้ำมันใหญ่อิหร่าน จี้ เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

แม้จะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของ สงครามตะวันออกกลาง 3 ชาติ ระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอล และอิหร่าน แต่เสียงสนั่นหวั่นไหวยังกระหึ่มอย่างไม่จบสิ้น และห่างไกลกับความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเจรจาเร็ว ๆ นี้ นั้น ล่าสุด ทรัมป์ สั่งโจมตีเป้าหมายทางทหารบนเกาะส่งออกน้ำมันที่สำคัญของอิหร่านอีกครั้ง

วันนี้ (14 มี.ค. 69) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ยืนยันกองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำลายล้างเป้าหมายทางทหารบนเกาะคาร์ก (Kharg Island) ของอิหร่าน ซึ่งเป็นแหล่งส่งออกน้ำมันใหญ่ของเตหะราน

“เมื่อไม่กี่นาทีก่อน ตามคำสั่งของผม กองบัญชาการกลางของสหรัฐได้ดำเนินปฏิบัติการทิ้งระเบิดครั้งหนึ่งที่ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของตะวันออกกลาง และได้ทำลายเป้าหมายทางทหารทุกแห่งบนเกาะคาร์ก ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญของอิหร่านจนสิ้นซาก”

อาวุธของเรามีพลังทำลายล้างและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา แต่ด้วยเหตุผลด้านมนุษยธรรม ผมจึงเลือกที่จะ ไม่ทำลายโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันบนเกาะแห่งนี้

อย่างไรก็ตาม หากอิหร่าน หรือใครก็ตาม พยายามขัดขวางการเดินเรืออย่างเสรีและปลอดภัยผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ผมจะทบทวนการตัดสินใจนี้ใหม่ทันที

ในช่วงการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรกของผม และรวมถึงในปัจจุบัน ผมได้ฟื้นฟูและพัฒนากองทัพของเราให้กลายเป็นกองกำลังที่ร้ายแรง ทรงพลัง และมีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลกอย่างทิ้งห่าง

อิหร่าน ไม่มีความสามารถที่จะป้องกันสิ่งใด ๆ ที่เราต้องการโจมตีได้ พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย อิหร่านจะ ไม่มีวันมีอาวุธนิวเคลียร์ และจะไม่สามารถคุกคามสหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง หรือแม้แต่โลกใบนี้ได้

กองทัพอิหร่าน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับระบอบการปกครองที่ผมมองว่าเป็นผู้สนับสนุนการก่อการร้าย ควรตัดสินใจวางอาวุธ และรักษาสิ่งที่เหลืออยู่ของประเทศตนเองไว้ ซึ่งตอนนี้ก็เหลือไม่มากแล้ว

อย่างไรก็ตาม ไม่นานหลังจากคำประกาศดังกล่าว กองทัพอิหร่าน ได้ออกแถลงการ์ตอบกลับทันทีว่า หากมีการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน จะมีการตอบโต้ด้วยการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของบริษัทน้ำมันที่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐในภูมิภาค ตามรายงานของสื่ออิหร่าน

ทั้งนี้ เกาคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งตั้งอยู่ใน Persian Gulf เป็นท่าเรือหลักสำหรับการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน และที่ผ่านมายังไม่เคยถูกโจมตี แม้จะมีปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน

โดยก่อนหน้านั้น 1 วัน Mohammad‑Bagher Ghalibaf ประธานรัฐสภาอิหร่าน ได้เตือนผ่านโซเชียลว่า การโจมตีเกาะต่าง ๆ บริเวณชายฝั่งทางใต้ของอิหร่าน จะทำให้อิหร่าน “ยกเลิกการยับยั้งชั่งใจทั้งหมด” ซึ่งชี้ให้เห็นว่าเกาะเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศ ขณะที่ นีล ควิลเลียม ผู้เชี่ยวชาญ Chatham House เตือนว่า หากมีการโจมตีเกาะคาร์ก อาจทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก

“เราอาจเห็นราคาน้ำมันขึ้นไปถึง 150 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากระดับประมาณ 120 ดอลลาร์ที่เห็นเมื่อต้นสัปดาห์ หากเกาะคาร์กถูกโจมตี เพราะมันมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบพลังงานของโลก” นีล ควิลเลียม กล่าว

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐรายหนึ่งเปิดเผยกับ Associated Press ว่า กองทัพสหรัฐได้สั่งเคลื่อนกำลังนาวิกโยธินประมาณ 2,500 นาย พร้อมเรือจู่โจมสะเทินน้ำสะเทินบก USS Tripoli ไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งสามารถปฏิบัติการยกพลขึ้นบก รวมถึงเสริมกำลังรักษาความปลอดภัยสถานทูต อพยพพลเรือน และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าจะมีการปฏิบัติการภาคพื้นดินเกิดขึ้นทันที

ขอบคุณข้อมูล : The Guardian